
เลขาฯอาเซียนคนใหม่ถกบัวแก้วรับเออีซี
“เลอ เลือง มินห์” พบปลัดบัวแก้วเจรจาร่วมผลักดันอาเซียน ก่อนเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการอาเซียนคนใหม่ต้นปีหน้า
“เลอ เลือง มินห์” พบปลัดบัวแก้วเจรจาร่วมผลักดันอาเซียน ก่อนเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการอาเซียนคนใหม่ต้นปีหน้า
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังหารือกับนายเลอ เลือง มินห์ รมช.ต่างประเทศเวียดนาม ซึ่งจะเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการอาเซียนคนใหม่ในปีหน้า โดยได้หารือกันเกี่ยวกับทิศทางของอาเซียนในปีหน้า ซึ่งไทยเห็นว่าแม้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะมีความสำคัญที่สุดในขณะนี้ แต่ก็อยากให้เลขาธิการอาเซียนให้ความสำคัญกับประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน และดูแลประเด็นที่เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนโดยตรง
ทั้งนี้ หากต้องการให้อาเซียนมีบทบาทในภูมิภาค ก็ต้องมองผลประโยชน์ของอาเซียนเป็นหลัก ที่ผ่านมามีคนสงสัยเกี่ยวกับความร่วมมือของอาเซียนในการเผชิญปัญหาท้าทายต่างๆ ช่วงเวลาข้างหน้าถือเป็นช่วงเวลาสำคัญ อาเซียนต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันและเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ยังขอให้ช่วยเผยแพร่อาเซียนในเวทีโลกให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และสร้างความตื่นตัวรวมถึงเข้าถึงประชาชนอาเซียนมากขึ้นเพื่อให้รู้ว่าอาเซียนถูกตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์อย่างไร
ด้านนายเลอ เลือง มินห์ กล่าวว่า หน้าที่ของเลขาธิการอาเซียนคือจะทำอย่างไรเพื่อสนับสนุนและประสานงานกับประเทศสมาชิกในการดำเนินงาน และสิ่งที่เห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนสำหรับอาเซียนในไม่กี่ปีข้างหน้าคือการทำให้การรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียนประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย
ทั้งนี้ การสร้างประชาคมอาเซียนเป็นกระบวนการที่ครอบคลุมกว้างขวางภายใต้เสาหลักของความร่วมมือทั้ง 3 ด้าน ดังนั้น จึงต้องสร้างความมั่นใจว่าอาเซียนจะให้ความสนใจกับการดำเนินการตามเป้าหมายที่วางไว้ อาเซียนจำเป็นต้องสร้างบรรยากาศที่มีสันติภาพและความมั่นคง
สำหรับประเด็นปัญหาเรื่องทะเลจีนใต้ การเร่งดำเนินการตามปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติของประเทศภาคีในทะเลจีนใต้ (ดีโอซี) และเร่งสรุปแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ (ซีโอซี) ระหว่างอาเซียน-จีน ก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน
นอกจากนี้ ยังเห็นว่ามีสิ่งท้าทายที่อาเซียนจะต้องเผชิญอีกมาก อาเซียนจำเป็นต้องมีปฏิสัมพันธ์และกระชับความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจาให้มากขึ้น พร้อมกันนี้ต้องรักษาบทบาทของอาเซียนในฐานะแกนกลางของภูมิสถาปัตย์ในภูมิภาค โดยส่งเสริมกลไกที่มีอยู่แล้ว อาทิ เออาร์เอฟ และอีเอเอส ให้เข้มแข็งมากขึ้น







