
ผุดเขื่อนแม่วงก์ผ่าป่าตะวันตก-เอื้อทุนรุก-เสือโคร่งสูญ
ศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวระหว่างงานสัมมนาเรื่อง “เขื่อนแม่วงก์...สังคมได้ประโยชน์จริงหรือ”
โดย...สุภชาติ เล็บนาค
ศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวระหว่างงานสัมมนาเรื่อง “เขื่อนแม่วงก์...สังคมได้ประโยชน์จริงหรือ” ว่า มูลนิธิสืบฯ มีเจตนาคัดค้านโครงการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ เพราะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศวิทยา โดยเฉพาะเสือโคร่งในผืนป่าตะวันตก การที่รัฐบาลอ้างว่าเขื่อนแม่วงก์สามารถชะลอน้ำท่วมและต้องเร่งสร้างเขื่อนนั้น กรมชลประทานก็ได้บอกไว้แล้วว่าเขื่อนแม่วงก์มีแนวทางเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง
ทั้งนี้ ควรอนุมัติงบประมาณส่วนท้องถิ่นสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กให้ชุมชนบริหารจัดการร่วมกัน มากกว่าจะสร้างเขื่อนขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว และให้ตั้งเวทีหาทางออกแนวทางพัฒนาระบบจัดการน้ำที่ไม่กระทบต่อผืนป่าตะวันตก เนื่องจากมีความสมบูรณ์ทั้งในแง่ระบบนิเวศและสัตว์ป่าอยู่มาก
ขณะที่ อนรรฆ พัฒนวิบูลย์ ผู้อำนวยการสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย กล่าวว่า ผืนป่าตะวันตกและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเป็นพื้นที่สำคัญของเสือโคร่ง ข้อมูลล่าสุดพบว่า เสือโคร่งในประเทศไทยเหลือไม่เกิน 250 ตัว จึงอยากให้รักษาผืนป่าแม่วงก์ไว้เป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าและเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ สร้างรายได้ให้กับคนในท้องถิ่น หากสร้างเขื่อนแม่วงก์ขึ้นก็จะมีการตัดถนนเชื่อมระหว่าง อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร และ อ.อุ้มผาง จ.ตาก และทำให้ผืนป่าตะวันตกถูกแบ่งแยกและเกิดการบุกรุกทำลายป่า
“ไทยได้ลงนามในปฏิญญาหัวหินเมื่อปี 2553 ว่าด้วยการอนุรักษ์เสือในภูมิภาคเอเชีย ครั้งที่ 1 ว่าจะอนุรักษ์และเพิ่มประชากรเสือโคร่ง โดยให้มีปริมาณเพิ่มขึ้น 50% จึงขอให้พิจารณาโครงการขนาดใหญ่ให้รอบคอบที่สุด” อนรรฆ ระบุ
สมเกียรติ ประจำวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน ระบุว่า จุดประสงค์สร้างเขื่อนแม่วงก์ เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งให้กับเกษตรกรมากกว่าจะแก้ปัญหาอุทกภัย ก็ไม่สามารถยืนยันได้







