
ไทยผงาดเอเชีย
ลุยซื้อกิจการตปท.7.6แสนล้านมากอันดับ3รองญี่ปุ่น-จีนหวังหาโอกาสใหม่
ลุยซื้อกิจการตปท.7.6แสนล้านมากอันดับ3รองญี่ปุ่น-จีนหวังหาโอกาสใหม่
บริษัทไทยผงาดติดอันดับ 3 ของเอเชียในการซื้อกิจการต่างประเทศปีนี้ สูงกว่า 7.62 แสนล้าน ขยายโอกาสไปทั่วโลก
บลูมเบิร์กรายงานว่า บริษัทยักษ์ใหญ่สัญชาติไทยเดินหน้าซื้อและควบรวมกิจการในต่างประเทศต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลอดทั้งปี 2555 ปริมาณการซื้อในต่างแดนพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 7.62 แสนล้านบาท) นับเป็นอันดับที่ 3 ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยเป็นรองเพียงแค่บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นและจีนเท่านั้น
นอกจากนี้ ปริมาณการซื้อตลอดทั้งปีนี้ยังมากกว่าตัวเลขในรอบ 12 ปีที่ผ่านมารวมกันอีกด้วย
บลูมเบิร์กระบุว่า บริษัทไทยหลายแห่งฟื้นตัวจากน้ำท่วมใหญ่ เดินหน้าซื้อกิจการในต่างประเทศ นำโดยบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ซื้อบริษัท เฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ ในสิงคโปร์ มูลค่า 1.14 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.47 แสนล้านบาท)
ล่าสุด กลุ่มซีพีซื้อหุ้นในบริษัท ผิงอัน อินชัวรันซ์ ในจีน จากธนาคารเอชเอสบีซี มูลค่า 9,400 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.86 แสนล้านบาท) โดยจะใช้เงินกู้จากธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งชาติจีน (ซีดีบี) ทำให้บริษัทสัญชาติไทยกลายเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในกลุ่มบริษัทเอเชียที่เข้าซื้อ 2 ใน 4 กิจการข้ามพรมแดนที่ใหญ่ที่สุดของโลกไปแล้ว
“บริษัทไทยเดินมาถึงจุดเปลี่ยนที่ต้องตัดสินใจว่าจะเลือกขยายฐานไปยังทั่วเอเชียหรือเลือกที่จะไม่เข้าร่วมในเกมนี้” ฟิลิปป์ ล็อตเตอร์ นักวิเคราะห์จากมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส ในสิงคโปร์ กล่าว
การซื้อกิจการครั้งสำคัญๆ ยังรวมถึงการซื้อบริษัท โคฟ เอ็นเนอร์ยี โดยบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม วงเงิน 1,900 ล้านเหรียญสหรัฐ (เกือบ 5.8 หมื่นล้านบาท)
นายอลัน ริชาร์ดสัน ผู้จัดการกองทุนซัมซุง แอสเซท แมเนจเมนท์ ในสิงคโปร์ กล่าวว่า บรรดาบริษัทไทยกำลังเปลี่ยนจากรูปแบบฐานผลิตสินค้าราคาถูกเพื่อส่งออกไปสู่การคว้าโอกาสไปทั่วเอเชีย
รอยเตอร์สอ้างนายธนาคารรายหนึ่งว่า บรรดามหาเศรษฐีของไทยโยกเงินไปต่างประเทศ เพื่อต้องการลดความเสี่ยง ขณะที่ไทยยังคงมีปัญหาทางการเมืองอยู่
สำหรับทิศทางในปีหน้า อาจไม่หวือหวามากเท่ากับในปีนี้ แต่ยังเกิดการซื้อขายขึ้น อาทิ เซ็นทรัล กรุ๊ป







