posttoday
หนี้เสียรายใหม่เพิ่มสูงสัญญาณลบสินเชื่อผู้บริโภค

หนี้เสียรายใหม่เพิ่มสูงสัญญาณลบสินเชื่อผู้บริโภค

06 ธันวาคม 2555

ในระยะเวลาเพียง 56 ปี สินเชื่อเพื่ออุปโภคบริโภคที่เคยมีสัดส่วนในพอร์ตสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ (ที่ไม่รวมสินเชื่อตัวกลางทางการเงิน)

ในระยะเวลาเพียง 56 ปี สินเชื่อเพื่ออุปโภคบริโภคที่เคยมีสัดส่วนในพอร์ตสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ (ที่ไม่รวมสินเชื่อตัวกลางทางการเงิน)

โดย...ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี

ร้อยละ 23 เพิ่มเป็นร้อยละ 33 หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยถึงร้อยละ 16 ต่อปี โดยส่วนประกอบหลักๆ ของสินเชื่อนี้ มีสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเกือบครึ่งหนึ่งและสินเชื่อเช่าซื้อรถกับสินเชื่อบริโภคส่วนบุคคลอื่นๆ (อาทิ บัตรเครดิต สินเชื่อเงินสด) แบ่งกันไปประเภทละ 1 ใน 4

จากตัวเลข NPL ของ ธปท. เห็นได้ชัดว่าหนี้เสียที่มาจากหนี้เสียรายใหม่ในช่วงไตรมาส 2 และ 3 ปีนี้ เพิ่มขึ้น 1 หมื่นล้านบาท และ 1.2 หมื่นล้านบาทตามลำดับ จากปริมาณเพิ่มเฉลี่ยที่ 7,500 ล้านบาทต่อไตรมาสในช่วงปี 2553-2554 เป็นการกลับไปแตะที่หลักหมื่นล้านอีกครั้ง หลังช่วงวิกฤตซับไพรม์เป็นต้นมา

ขณะที่หนี้เสียที่เพิ่มขึ้นจากหนี้ที่เคยเจรจาปรับโครงสร้างหนี้มาแล้วเพิ่มขึ้น 3,000 ล้านบาท และ 3,200 ล้านบาทตามลำดับ สูงกว่าค่าเฉลี่ย 2,300 ล้านบาทต่อไตรมาสเช่นกัน จึงสรุปได้ว่าหนี้เสียทั้งรายใหม่และเก่ากลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

การเพิ่มของหนี้เสียในจำนวนสูงเช่นนี้เคยเกิดขึ้นแล้วในช่วงวิกฤตซับไพรม์ ซึ่งในครั้งนั้นเศรษฐกิจไทยถึงกับหดตัวถึงร้อยละ 2.3 ดังนั้นการมีหนี้เสียเพิ่มขึ้นจึงเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ แต่การเพิ่มขึ้นของหนี้เสียในปัจจุบันเกิดขึ้นท่ามกลางเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องที่ร้อยละ 2.6 ใน 9 เดือนแรกของปี

จึงกล่าวได้ว่า การมีหนี้เสียมากขึ้นจากรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 50 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และหนี้เสียซ้ำซ้อนจากที่เคยปรับโครงสร้างหนี้ไปแล้วที่เพิ่มขึ้นเช่นกันถึงร้อยละ 60 เป็นสิ่งที่ต้องพึงระวังอย่างยิ่ง และควรติดตามดูอย่างใกล้ชิด

ถึงแม้การเพิ่มขึ้นของหนี้เสียสินเชื่อส่วนบุคคลจะมาจากทุกๆ รายการ ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อเพื่อการบริโภคอื่นๆ และสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ เรากลับพบสัญญาณอันตรายในแง่การลดลงของคุณภาพสินเชื่อในสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และจักรยานยนต์มากที่สุด โดยสัญญาณดังกล่าววัดจากอัตราส่วนของ “สัดส่วนยอดสินเชื่อที่ปล่อยของสินเชื่อแต่ละประเภทกับสินเชื่อรวม” กับ “สัดส่วนยอด NPL แต่ละประเภทกับ NPL รวม” (หรือ Share ของสินเชื่อ หารด้วย Share ของ NPL นั่นเอง)

ถ้าหากอัตราส่วนดังกล่าวของสินเชื่อประเภทใดลดลง ก็หมายความว่าสินเชื่อประเภทนั้นมีการเพิ่มของ NPL ที่เร่งตัวมากกว่าการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อ ซึ่งอัตราส่วนดังกล่าวของสินเชื่อเช่าซื้อรถปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ 2 ครั้ง คือ ช่วงที่เกิดวิกฤตซับไพรม์ที่ลดจากระดับ 4 เท่า เหลือเพียง 2.5 เท่า และในช่วง 3 ไตรมาสปีนี้ ที่ลดลงมาต่ำกว่าระดับ 2 เท่า ขณะที่สินเชื่อบ้านกับสินเชื่อส่วนบุคคลอื่นๆ มีการลดลงของอัตราส่วนดังกล่าวไม่มากนัก คือจากระดับประมาณ 1.5 เท่า มาเป็น 1 เท่า

โดยรวมถึงแม้สัดส่วนหนี้เสียต่อปริมาณสินเชื่อของสินเชื่ออุปโภคบริโภคจะยังไม่สูงมาก แต่การลดลงของคุณภาพสินเชื่อดังกล่าวกลับเป็นสัญญาณเสี่ยงให้หลายๆ ฝ่ายเฝ้าจับตามองระดับหนี้เสียที่เพิ่มอย่างมีนัยสำคัญภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตได้ดี แล้วถ้าหากเศรษฐกิจไทยเกิดสะดุดขึ้นมาจริงๆ อีกครั้งหนึ่งจะเกิดความเสียหายมหาศาลเพียงใด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท