posttoday
ห่วงศก.ปีหน้าฉุดส่งออกเดี้ยง

ห่วงศก.ปีหน้าฉุดส่งออกเดี้ยง

06 ธันวาคม 2555

คาดการณ์ขยายตัวแค่05%เร่งรัฐเจาะตลาดอาเซียนจีน

คาดการณ์ขยายตัวแค่05%เร่งรัฐเจาะตลาดอาเซียนจีน

เอกชนห่วงเศรษฐกิจปีหน้าฉุดส่งออกโต 0% แนะรัฐเจาะตลาดอาเซียน จีน ทดแทนตลาดสหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น

นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2556 ยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะการส่งออกจะขยายตัวในกรอบ 05% เนื่องจากตลาดส่งออกหลักของไทยทั้งสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป (อียู) และญี่ปุ่น ประสบวิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้เศรษฐกิจในประเทศชะลอตัวส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อ

ทั้งนี้ แม้ว่าตลาดสหรัฐอเมริกา อียู และญี่ปุ่น จะมีสัดส่วนตลาดรวมกันแค่ 10% ของการส่งออกทั้งหมด แต่มูลค่าการส่งออกค่อนข้างสูง ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องพยายามหาทางรักษาสัดส่วนทางการตลาดเดิมไว้ให้ได้ ขณะเดียวกันก็ต้องขยายตลาดใหม่ที่ยังมีศักยภาพอยู่ เช่น ประเทศในแถบอาเซียนและจีน

สินค้าส่งออกที่ยังขยายตัวได้ดี เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องนุ่งห่ม มันสำปะหลัง คาดว่าจะขยายตัว 510% ส่วนสินค้าที่ชะลอตัว ได้แก่ ธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ อาหารทะเลแช่แข็ง เฟอร์นิเจอร์ และยางพารา เป็นต้น

นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ส่งออกของไทยปีหน้าน่าจะขยายตัวได้ 68% โดยเชื่อว่าเศรษฐกิจในสหรัฐน่าจะฟื้นตัวได้ดีกว่าอียู แต่คงหวังพึ่งสองตลาดหลักเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว ต้องหันเจาะตลาดใหม่ในแถบอาเซียนด้วย

ขณะที่ภาพรวมการนำเข้าของไทยในปีหน้าจะมีมากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าปีหน้าจะมีการลงทุนมากกว่าปีนี้ โดยส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนในการสร้างระบบสาธารณูปโภคและโครงการลงทุนจากภาครัฐมากกว่าภาคเอกชน ซึ่งพอที่จะช่วยดันการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีหน้าขยายตัว 5%

อย่างไรก็ตาม ปีหน้าอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ยังขยายตัวได้ ทั้งอุตสาหกรรมรถยนต์ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ น้ำตาล ส่วนอุตสาหกรรมอาหารก็ยังโตได้ 56% จากเดิมเฉลี่ยปีละ 10% แต่ยังมีกลุ่มสิ่งทอที่มีแนวโน้มไม่ดีนัก เนื่องจากไทยไม่สามารถแข่งขันในเรื่องของราคาได้เหมือนที่ผ่านมา

ด้านนายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ซีพีเอฟ) คาดว่า ปีหน้าธุรกิจส่งออกอาหารของบริษัทจะโต 10% จากปีนี้ เช่นเดียวกับธุรกิจส่งออกอาหารโดยรวม เป็นผลจากการเปิดตลาดผลิตภัณฑ์ไก่ปรุงสุก ไก่สด ส่งออกไปสหภาพยุโรปและสิงคโปร์ แม้ว่าสหรัฐจะยังมีปัญหา แต่ในภาพรวมก็ไม่ได้กระทบมากอย่างที่หลายฝ่ายเป็นห่วงกันมากในขณะนี้

นางสุนันทา เตียสุวรรณ์ กรรมการบริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ (PRANDA) กล่าวว่า ปัญหาหนี้ยุโรปและการที่สหรัฐมีการปรับลดประมาณการเติบโตทางเศรษฐกิจลงนั้น ยอมรับว่าจะส่งผลกระทบกับการทำธุรกิจบ้าง เห็นได้จากยอดคำสั่งซื้อสินค้าที่แม้จะยังคงมีเข้ามาต่อเนื่อง แต่ปริมาณในการสั่งก็จะลดลงมาบ้าง ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่มากนัก เพราะได้กระจายตลาดส่งออก ตลาดสหรัฐอยู่ที่ 35% และยุโรป 30% ที่เหลือคือเอเชียและตะวันออกกลาง โดยการเติบโตปีนี้คาดว่ารายได้จะโต 5%

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย