
พงศพัศพร้อมให้ข้อมูล กกต.ปมป้ายพีอาร์
"พงศพัศ" พร้อมให้ข้อมูลกับ กกต. หลังปชป. ยื่นตรวจสอบกรณี ป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ “ชุมชนอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืน”
"พงศพัศ" พร้อมให้ข้อมูลกับ กกต. หลังปชป. ยื่นตรวจสอบกรณี ป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ “ชุมชนอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืน”
พล.ต.อ.พงศพัศ พงษเจริญ เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมพระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์จะยื่นเรื่องให้ กกต. ตรวจสอบป้ายประชาสัมพันธ์ของสำนักงาน ป.ป.ส. เกี่ยวกับโครงการ “ชุมชนอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืน” ปฎิบัติการปิดล้อม x-ray เชิงรุก 90 วัน โดยมีภาพตนเองกับนายกรัฐมนตรี ในงานวันเปิดบ้านอุ่นใจที่ชุมชนคลองเตยว่า เป็นเรื่องที่ดีและพร้อมจะให้ข้อมูลกับ กกต. ในทุกประเด็น หาก กกต.มีความเห็นเป็นประการใด ก็พร้อมจะปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อจะได้เป็นบรรทัดฐานต่อไปในอนาคตด้วย
โดยยืนยันว่าไม่ได้เป็นการเอาเปรียบหรือเกี่ยวข้องกับการรับสมัครผู้ว่า กทม. ในนามของพรรคเพื่อไทย โดยได้เรียนกับสื่อมวลชนมาก่อนหน้านี้แล้วว่า ตนเองยังไม่ได้ตัดสินใจอะไร ประกอบกับพรรคเพื่อไทยเองก็ยังไม่ได้มีมติจะส่งใครเป็นผู้สมัครในขณะนี้
สำหรับตนเองแล้ว ในขณะนี้ ขอทำหน้าที่เลขาธิการ ป.ป.ส ให้ดีที่สุด และหวังว่าหลังจากที่ได้ดำเนินการตามโครงการ “ชุมชนอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืน” ปฎิบัติการปิดล้อม x-ray เชิงรุก 90 วัน ในชุมชนเสี่ยงต่างๆ ทั่วประเทศแล้ว ปัญหายาเสพติดที่มีการแพร่ระบาดในชุมชนเสี่ยงต่างๆ ทั้งในกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด จะหมดไปได้ในที่สุด
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวด้วยว่า สำหรับการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ตามโครงการ“ชุมชนอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืน” ปฎิบัติการปิดล้อม x-ray เชิงรุก 90 วัน ที่ออกเผยแพร่ตามสี่อต่างๆ นั้นมีวัตถุประสงค์ก็เพื่อสร้างความตระหนักรู้ และขอความร่วมมือจากประชาชนทั่วประเทศในการแจ้งเบาะแสยาเสพติดผ่านโทรศัพท์สายด่วนยาเสพติดหมายเลข 1386 และสอบถามข้อมูลการบำบัดรักษาผ่านหมายเลข 1165 เนื่องจากข้อมูลจากประชาชนเหล่านี้ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่สำนักงาน ป.ป.ส. จำเป็นต้องนำมาประกอบในการพิจารณากำหนดพื้นที่เป้าหมายที่เป็นชุมชนเสี่ยง เพื่อเข้าไปทำการปิดล้อม x-ray เชิงรุก 90 วัน ดำเนินการกับกลุ่มผู้ค้ารายย่อย และค้นหาผู้เสพเข้ารับการบำบัด โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนกลุ่มเสี่ยงที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีผลทำให้ขยายโครงการดังกล่าวจากชุมชนนำร่อง 12 แห่งทั่วประเทศ เป็น 878 ชุมชนทั่วประเทศ และอีก 50 ชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
สำหรับการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ดังกล่าว ก็ไม่ได้ดำเนินการเฉพาะในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่ได้ดำเนินการทุกพื้นที่ทั้วประเทศโดยมีวัตถุประสงค์ คือให้โครงการดังกล่าวมีผลเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนมีความอุ่นใจ ชุมชนปลอดภัย และได้ลูกหลานกลับคืน







