
ปีหน้าว่ายังไง
ปีหน้าเศรษฐกิจโลกจะว่ากันอย่างไร ก็ต้องหันมาดูปีนี้ล่ะครับ เพราะสำหรับปีหน้าคาดการณ์กันค่อนข้างยากว่าจะเดินไปทิศทางไหน
โดย...ธนพล ไชยภาษี
ปีหน้าเศรษฐกิจโลกจะว่ากันอย่างไร ก็ต้องหันมาดูปีนี้ล่ะครับ เพราะสำหรับปีหน้าคาดการณ์กันค่อนข้างยากว่าจะเดินไปทิศทางไหน เพราะปัจจัยควบคุมหลักๆ ต้องมาลุ้นกันปลายปีนี้ทั้งสิ้น
วิกฤตหนี้ยุโรปถามว่าอาการดีขึ้นไหม ก็ต้องบอกว่าหากดูกันแบบผิวเผิน อาการของกรีซคนป่วยเจ้าปัญหานั้น เหมือนจะดีขึ้นหลังจากที่รอดตัวจากการเป็นหนี้เสียได้ และกลุ่มยูโรโซนก็ออกหน้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ตั้งลดดอกเบี้ย ลดหนี้ ขยายหนี้ออกไป และยังให้เงินช่วยเหลืออีก 4.3 หมื่นล้านยูโรในงวดต่อไป
แต่หากมองกันจริงๆ ปัญหานี้ไม่ได้กระจุกตัวอยู่ที่กรีซ กรีซคือปัญหาเก่าที่เรื้อรัง แต่สเปนคือปัญหาใหม่ที่มีท่าว่าจะเรื้อรังมากกว่า สเปนตกงานกันทะลุ 25% ไปแล้ว รัฐบาลกำลังถังแตกไม่มีเงินช่วยเหลือภาคเอกชน ภาคธนาคารก็ล้มครืนเพราะฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ไป
ยิ่งไปกว่านี้ ข่าวล่าสุดบอกว่าปีนี้สเปนจะไม่สามารถควบคุมระดับหนี้ของรัฐบาลได้ตามเป้า หมายความว่า อาการของสเปนจะเริ่มสำแดงมากขึ้นในปีหน้านี้
ในปีหน้าปัญหาของยูโรโซนจะยังหลอกหลอนโลกต่อไป แต่จะเปลี่ยนจากวิกฤตกรีซมาเป็นวิกฤตสเปนครับ
ไปที่สหรัฐ ต้องลุ้นกันในปลายปีนี้ว่าสภาคองเกรสจะตกลงกันได้หรือไม่ กับการขยายเพดานหนี้รอบใหม่ของรัฐบาล หากตกลงกันไม่ได้ ตามรัฐธรรมนูญสหรัฐบอกว่ารัฐบาลต้องลดรายจ่ายโดยอัตโนมัติ
นอกจากรัฐบาลมะกันต้องลดรายจ่าย นโยบายลดภาษีของอดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช และประธานาธิบดี บารัก โอบามา ก็จะหมดอายุลงด้วยเช่นกัน
นี่คือปัญหาที่เรียกว่า ฟิสคัลคลิฟ ครับ ปัญหา 2 ด้านมาบรรจบกันพอดี รัฐบาลสหรัฐจึงจำเป็นต้องทำให้มติการขยายเพดานหนี้ของรัฐบาลผ่านไปให้ได้ ไม่งั้นต้องบอกว่าสหรัฐและเศรษฐกิจโลกจะถึงคราว “ซวย” อย่างรุนแรง
เพราะอะไร หากรัฐบาลสหรัฐต้องลดรายจ่ายในทุกๆ ด้านลงจริง ถ้าตกลงกันไม่ได้ อีกทั้งยังต้องกลับมาจัดเก็บภาษีในหลายๆ ด้าน นั่นจะทำให้มีเงินหายไปจากระบบเศรษฐกิจสหรัฐถึง 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ คนอเมริกันจะยิ่งจมหนักลงไปอีก ว่ากันว่าสหรัฐอาจจะถึงขั้นลงเหวและถดถอยกันอีกครั้งทีเดียว
ถ้าเป็นจริง งานนี้หนาวกันทั้งโลกครับ
สุดท้ายมาดูกันที่ฝั่งเอเชีย ทุกฝ่ายฝากความหวังไว้กับจีนทั้งนั้น ว่าจะเป็นกำลังช่วยฉุดเศรษฐกิจโลกให้กลับมาได้หรือไม่
เมื่อวานนี้ ดัชนีการผลิตของจีนกลับขึ้นมาอยู่ในระดับมากกว่า 50 จุด ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 13 เดือน จุดความหวังว่าเศรษฐกิจจีนกำลังจะฟื้นแล้ว หลังเจอพิษไข้จากยุโรปจนซมไปตามๆ กัน
ทว่านักวิเคราะห์ก็เห็นว่าอย่าประมาท ตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่ดีขึ้นนั้นเป็นเพราะแรงกระตุ้นจากภาครัฐมากกว่า ไม่ได้หมายความว่าตลาดส่งออกของจีนจะฟื้นตัวแล้ว ทั้งสหรัฐและยุโรปยังซบเซากันอยู่ต่อเนื่อง
สรุปปีหน้าเศรษฐกิจโลก รวมทั้งจีน ก็ต้องรอดูท่าทีว่ายุโรปจะรับมือกับปัญหาในขั้นต่อไปได้ดีแค่ไหน สหรัฐจะตกหน้าผาการคลังหรือไม่ครับ







