posttoday
ประชากรโลกใน อีก 30 ปีข้างหน้า

ประชากรโลกใน อีก 30 ปีข้างหน้า

04 ธันวาคม 2555

พวกเราเคยสงสัยไหมครับว่าอนาคตของสังคมและทิศทางของประชากรโลกจะเป็นอย่างไรในอีก 30-40 ปีข้างหน้า

โดย...โชติชัย สุวรรณาภรณ์

พวกเราเคยสงสัยไหมครับว่าอนาคตของสังคมและทิศทางของประชากรโลกจะเป็นอย่างไรในอีก 30-40 ปีข้างหน้า ผมคิดว่าในอนาคตด้านสังคมและประชากรจะมีปัจจัยขับเคลื่อนที่มีนัยสำคัญต่อภาพอนาคตของโลกและไทยอยู่ 5 ประเด็นหลักครับ ซึ่งผมจะขอสรุปประเด็นสำคัญดังนี้ครับ

1) การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและการเข้าสู่โลกแห่งผู้สูงวัย โดยประชากรมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เช่น ในปี ค.ศ. 2020 คาดว่าจะมีประชากรทั่วโลกทั้งสิ้นประมาณ 7,650 ล้านคน หรือเพิ่มจากปี ค.ศ. 2011 ที่มีอยู่ประมาณ 7,000 ล้านคน และในปี ค.ศ. 2025 คาดว่าจะมีประชากรเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 8,000 ล้านคน โดยยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนในปี ค.ศ. 2050 ซึ่งองค์การสหประชาชาติได้คาดการณ์ว่าจะมีประชากรโลกรวมทั้งสิ้นสูงถึง 8,320 ล้านคน

ทวีปเอเชียยังคงเป็นทวีปที่มีสัดส่วนประชากรโลกมากที่สุดเมื่อเทียบกับทวีปอื่นๆ อย่างไรก็ดี หลังปี ค.ศ. 2050 ทวีปเอเชียมีแนวโน้มอัตราการเพิ่มของประชากรลดลง ในขณะที่ทวีปแอฟริกามีแนวโน้มอัตราการเพิ่มของประชากรสูงขึ้น ทั้งนี้ สำหรับประชากรไทยมีแนวโน้มที่จะเพิ่มอย่างต่อเนื่อง จากการคาดการณ์ในปี ค.ศ. 2050 คาดว่าประเทศไทยจะมีจำนวนประชากรรวมทั้งสิ้นประมาณ 71 ล้านคน ภายใต้ข้อสมมติภาวะการเจริญพันธุ์ระดับปานกลาง อย่างไรก็ดี พบว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรเป็นไปอย่างช้าๆ เนื่องจากภาวะการเจริญพันธุ์ของคนไทยมีแนวโน้มลดลง

นอกจากนี้ ยังมีทิศทางของอายุขัยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นและก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย โดยภายหลังจากการลดลงของอัตราการตายอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลจากความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการสาธารณสุข ทำให้อายุขัยเฉลี่ยของประชากรโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจากการคาดการณ์แนวโน้มอายุขัยเฉลี่ยในอนาคต พบว่า ในช่วงปี ค.ศ. 2050 ประชากรโลกจะมีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 75.6 ปี (ปี ค.ศ. 2010 มีอายุขัยเฉลี่ยเพียง 67.6 ปี) โดยประชากรเพศชายจะมีอายุขัยเฉลี่ย 73.3 ปี ต่ำกว่าประชากรเพศหญิง ซึ่งจะมีอายุขัยเฉลี่ย 77.9 ปี

ในขณะเดียวกัน มีการคาดการณ์ว่า ในปี ค.ศ. 2050 โลกจะมีสัดส่วนประชากรวัยเด็กอยู่เพียงร้อยละ 20.87 แต่ในทางตรงกันข้ามจะมีประชากรวัยสูงอายุร้อยละ 22.23 ทำให้กลุ่มผู้สูงวัยกลายเป็นประชากรที่มีกลุ่มใหญ่ในสังคมมากกว่าวัยเด็ก สำหรับประเทศไทย ประชากรวัยเด็ก (0-14 ปี) จะมีแนวโน้มลดลง โดยคาดการณ์ว่าในปี ค.ศ. 2030 จะมีจำนวนประชากรวัยเด็กเหลือร้อยละ 16.7 ลดลงจากปี ค.ศ. 2012 ที่มีอยู่ร้อยละ 19.5 ในขณะที่ประชากรผู้สูงวัยจะมีจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี ค.ศ. 2030 คาดการณ์ว่าจะมีสัดส่วนประชากรผู้สูงวัยประมาณร้อยละ 17.4 เพิ่มจากปี ค.ศ. 2012 ซึ่งมีเพียงร้อยละ 9.5

2) การขยายตัวของความเป็นเมืองและการเปลี่ยนแปลงทางสังคม โดยในอนาคตคาดการณ์ว่าโลกกำลังขยายสู่ความเป็นเมืองเพิ่มมากขึ้น อันเป็นผลมาจากการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา ก่อให้เกิดเป็นเมืองอุตสาหกรรม สร้างกระแสการเคลื่อนย้ายแรงงานเข้าสู่เมืองเป็นจำนวนมาก โดยประเทศกำลังพัฒนาจะมีอัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรเมืองอย่างรวดเร็ว ซึ่งการขยายตัวของเมืองดังกล่าวจะก่อให้เกิดปัญหาการกระจุกตัวของความยากจนในเขตเมือง การขาดแคลนที่อยู่อาศัยของประชากรเมือง ความไม่เพียงพอของการให้บริการจากหน่วยงานรัฐบาล ทั้งทางด้านการศึกษาและสวัสดิการอื่นๆ

นอกจากนี้ การกระจุกตัวของเมืองยังทำให้เกิดปัญหาต่อสภาพแวดล้อม ทั้งการลดพื้นที่สีเขียวในเมืองเพื่อนำมาทำที่อยู่อาศัย ปัญหาการก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะนำมาสู่ปัญหาทางด้านความมั่นคงและปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชากรเมือง ปัญหาสุขภาพทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงปัญหาการเพิ่มขึ้นของการก่ออาชญากรรมในเขตเมืองทั่วโลก

เอาไว้ฉบับหน้าเรามาติดตามเรื่องประชากรที่กำลังเข้าสู่ภาวะสูงวัยกันต่อ จะได้หาทางรับมือ วางแผนกันทันจากทิศทางการพัฒนาประเทศตามแนวทางตะวันตกและแนวทางสากลที่มุ่งสู่ความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ ทำให้สังคมไทยได้เปลี่ยนแปลงจากสังคมเกษตรกรรม เป็นสังคมอุตสาหกรรมหรือสังคมเมืองมากยิ่งขึ้น โดยสัดส่วนจำนวนของประชากรในเขตเมืองในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี ค.ศ. 2010 ประเทศไทยมีจำนวนประชากรเมือง คิดเป็นร้อยละ 33.73 และเพิ่มจำนวนขึ้นเป็นร้อยละ 37.97 ในปี ค.ศ. 2020 และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยคาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2030 ประเทศไทยจะมีจำนวนประชากรที่อยู่อาศัยในเขตเมืองคิดเป็นร้อยละ 43.70 ซึ่งแสดงถึงสังคมไทยในอนาคตจะมีประชากรเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมดเข้ามาอยู่อาศัยในเขตเมือง

เช่นเดียวกันกับการโยกย้ายถิ่นฐาน พบว่าในอนาคตจะมีการโยกย้ายถิ่นข้ามชาติเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ด้านการเข้าเมืองที่มีแนวโน้มเป็นสากลและยืดหยุ่นมากขึ้น

 

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล