
สุริยะใสแนะจับตาคำสั่งศาลกรณีประมูล3จี
สุริยะใส แนะสังคมจับคำสั่งศาลกรณีประมูล 3 จี เชื่อคำสั่งออกได้ 3 แนวทาง จวกDSIเป็นองค์กรการเมืองหลังชิงสรุปไม่พบฮั้วประมูล ทั้งที่ยังไม่สอบสวน
สุริยะใส แนะสังคมจับคำสั่งศาลกรณีประมูล 3 จี เชื่อคำสั่งออกได้ 3 แนวทาง จวกDSIเป็นองค์กรการเมืองหลังชิงสรุปไม่พบฮั้วประมูล ทั้งที่ยังไม่สอบสวน
นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน กล่าวว่า ในวันที่ 3 ธ.ค.นี้สังคมต้องจับตาดูว่าศาลปกครองจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวกรณีการประมูลคลื่นความถี่ 3 จีหรือไม่ ซึ่งคำสั่งศาลอาจจะออกมา 3 แนวทาง ทางแรกถ้าศาลพบว่าการประมูลครั้งนี้ไม่มีการแข่งขันกันจริงทำให้รัฐและประชาชนเสียหาย ก็อาจมีคำสั่งยกเลิกการประมูลและให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ไปจัดประมูลใหม่ ทางที่สองอาจจะไม่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว แต่ศาลอาจรับฟ้องซึ่งก็จะมีปัญหาตามมาว่า กทค.จะกล้าออกใบอนุญาตให้ผู้ประกอบการหรือไม่ เพราะอาจมีปัญหาตามมาในภายหลัง
ขณะที่ทางที่สามศาลอาจไม่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวและไม่รับฟ้องจำหน่ายคดีไปในคราเดียวกันด้วย ซึ่ง กทค.ก็ยังต้องไปลุ้นต่อ ในกระบวนการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช.อีกขั้นหนึ่ง เพราะ ปปช.จะชี้ประเด็นเฉพาะคดีอาญา ความผิด ตาม พรบ.ฮั้วประมูล และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
ก่อนหน้านี้ทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ และ คณะกรรมการตรวจสอบการประมูลที่แต่งตั้งโดย กทค.จะชี้ว่าไม่มีการฮั้วประมูลไปแล้วก็ตาม แต่ก็เป็นที่ทราบกันดีว่าการตรวจสอบดังกล่าวไม่ได้รับความน่าเชื่อถือ เหมือนความพยายามจะสร้างกระแสกดดันชี้นำศาลปกครองมากกว่า โดยเฉพาะพฤติกรรมของ ดีเอสไอ ที่ออกมาชิงสรุปเบื้องต้นว่าการประมูล 3 จีโปร่งใสไม่พบการฮั้วประมูลใดๆ ทั้งที่ก็ยอมรับว่ายังไม่ได้สอบเชิงลึกหรือเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องไปสอบหรือให้ปากคำใดๆ
เรื่องดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ดีเอสไอ เป็นมือสมัครเล่น กลายเป็นองค์กรทางการเมืองจนขาดความน่าเชื่อถือไปแล้ว หรือแม้แต่นาสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่อาสามาเป็นประธานคณะกรรมการสอบที่แต่งตั้งโดย กทค.ก็ควรถูกตำหนิ เพราะไม่มีหน้าที่อะไรที่จะมาชี้ถูกผิดในเ รื่องนี้ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเจตจำนงค์ของ กทค.ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบเองเป็นการในนั้นเพื่ออะไร







