
โพลเผยดัชนีความสุขคนไทยพ.ย.พุ่ง
"เอแบคโพลล์"เผยดัชนีความสุขคนไทยเดือนพ.ย.พุ่งจากการแสดงความจงรักภักดี แต่ยังทุกข์เรื่องของแพง-ค่าครองชีพ
"เอแบคโพลล์"เผยดัชนีความสุขคนไทยเดือนพ.ย.พุ่งจากการแสดงความจงรักภักดี แต่ยังทุกข์เรื่องของแพง-ค่าครองชีพ
นายนพดล กรรณิกาผอ.ศูนย์วิจัยความสุขชุมชน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่องความสุขประเทศไทยกับความสำนึกรู้คุณแผ่นดิน ประจำเดือนพฤศจิกายน 2555: กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนในพื้นที่ 18 จังหวัดของประเทศ พบว่า จากการวัดความสุขมวลรวมของประชาชนคนไทยภายในประเทศประจำเดือนพ.ย. เมื่อคะแนนเต็ม 10 คะแนน พบว่า ความสุขมวลรวมของคนไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 5.79 คะแนนในเดือนก.ย. มาอยู่ที่ 7.40 และ 7.53 คะแนนในการสำรวจครั้งล่าสุด
ทั้งนี้เป็นระดับความสุขที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และมีค่าความสุขเกินกว่าครึ่งในทุกตัวชี้วัด โดยค่าสูงสุดอยู่ที่การเห็นความเป็นหนึ่งเดียวกันของคนในชาติแสดงความจงรักภักดีอยู่ที่ 9.17 คะแนน รองลงมาคือ บรรยากาศความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวอยู่ที่ 7.72 และสุขภาพใจอยู่ที่ 7.58
นอกจากนี้ ความสุขของประชาชนคนไทยเพิ่มสูงขึ้นจากเดือนต.ค.เกือบทุกตัวชี้วัดที่น่าสนใจคือ ภาพลักษณ์ของประเทศไทย คนไทย เด็กไทยในสายตาต่างชาติที่เพิ่มขึ้นจาก 6.03 คะแนนมาอยู่ที่ 6.51คะแนน เป็นผลมาจากการมาเยือนประเทศไทยของบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นายเวิน เจีย เป่า นายกรัฐมนตรีของประเทศจีน การชุมนุมทางการเมืองที่ไม่ลุกลามรุนแรงบานปลาย และภาพลักษณ์ดั้งเดิมของประเทศไทยที่ดีอยู่แล้วในสายตาของชาวต่างชาติในเรื่อง การดูแลความปลอดภัย การเก็บทรัพย์สินได้แล้วส่งคืนชาวต่างชาติ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม การปล่อยปละละเลยของเจ้าหน้าที่รัฐบางพื้นที่ต่อปัญหาอาชญากรรมและการไม่มีน้ำใจของคนไทยบางคนต่อชาวต่างชาติยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย
ขณะที่ความสุขของประชาชนต่อตัวชี้วัดทั้งเศรษฐกิจระดับครัวเรือนและเศรษฐกิจระดับประเทศเริ่มเพิ่มสูงขึ้นจาก 5.98 มาอยู่ที่ 6.21 และจาก 5.73 มาอยู่ที่ 5.94 ตามลำดับ เป็นผลมาจากโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ดีของประเทศไทยและนโยบายสาธารณะของรัฐบาลในเรื่องการเพิ่มรายได้ที่กลายเป็นความหวังทางจิตวิทยาและกระตุ้นพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน เช่น นโยบายค่าแรง 300 บาท นโยบายเงินเดือน 15,000 บาท รถยนต์คันแรก บ้านหลังแรก และนโยบายจำนำข้าว
อย่างไรก็ตาม ปัญหาค่าครองชีพ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและการไม่รู้จักกินไม่รู้จักใช้อย่างประหยัดของประชาชนเองยังคงเป็นตัวบั่นทอนความสุขของคนไทย
อนึ่งการสำรวจดังกล่าวได้ดำเนินการศึกษาตัวอย่างประชาชนใน 18 จังหวัดทั่วประเทศได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ราชบุรี อยุธยา สุพรรณบุรี ชลบุรี เชียงใหม่ แพร่ นครสวรรค์ ขอนแก่น หนองคาย มหาสารคาม สุรินทร์ อุดรธานี อุบลราชธานี นครราชสีมา นครศรีธรรมราช และยะลา จำนวนทั้งสิ้น 3,169 ตัวอย่าง โดยดำเนินการสำรวจในระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม 2555 ที่ผ่านมา โดยใช้การเลือกตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่มเชิงชั้นภูมิหลายชั้น ที่สุ่มเลือกเขต/อำเภอ ตำบล ชุมชน ครัวเรือน และประชาชนที่ตอบแบบสอบถามระดับครัวเรือน โดยมีความคลาดเคลื่อนบวกลบร้อยละ 7







