posttoday
คอนเสิร์ต สดุดีจ่าเพียรขาเหล็ก

คอนเสิร์ต สดุดีจ่าเพียรขาเหล็ก

27 มีนาคม 2553

..อินทรชัย พาณิชกุล

“พี่จะเล่นเพลงนี้เป็นเพลงแรกของคอนเสิร์ตนี้”

เป็นคำกล่าวสั้นๆ หลังเวทีที่ ยืนยง โอภากุล หรือแอ๊ด คาราบาว ตำนานเพลงเพื่อชีวิตเมืองไทย บอกกับวินิจ เลิศรัตนชัย ผู้จัดงานคอนเสิร์ตบาวปาน รีเทิร์น บิ๊กแมตช์ ณ สนามกีฬาเมืองทองธานี เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา

คืนนั้นเองที่ผู้ชมจำนวนนับหมื่นได้มีโอกาสรู้จักกับเพลง “จ่าเพียรขาเหล็ก” เป็นครั้งแรก

“เพลงนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากรุ่นน้องคนหนึ่งซึ่งเป็นนายตำรวจ เขามาพบผมแล้วขอให้แต่งเพลงให้เพื่อนของเขาเพลงหนึ่ง คนคนนั้นก็คือ พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา หรือจ่าเพียรกระดูกเหล็ก วีรบุรุษแห่งบันนังสตาผู้ล่วงลับ” แอ๊ด คาราบาว ย้อนเล่าให้ฟังถึงความเป็นมาของเพลงดัง

ศิลปินใหญ่คนนี้ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเศษถ่ายทอดความในใจออกมาเป็นบทเพลง จากนั้นก็ได้ชักชวนเพื่อนซี้อย่าง เล็ก คาราบาว มาร่วมนั่งซ้อมเพลงนี้กันเงียบๆ ขณะซ้อมไปน้ำตาก็พานจะไหลออกมาให้ได้

“เพลงจ่าเพียรขาเหล็ก เขียนขึ้นในขณะที่กำลังรู้สึกว่าขวัญและกำลังใจของทหารและตำรวจในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้คงจะแย่พอๆ กัน เลยอยากส่งเพลงนี้ไปเป็นขวัญกำลังใจแก่พวกเขา เพื่อให้รู้ว่ายังมีประชาชนคนไทยที่อยู่ทางนี้มองเห็นคุณอยู่ สังคมเรามักเชิดชูคนตาย ขณะเดียวกันคนเป็นๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่กลับถูกละเลย”

เขาถอนหายใจยาวก่อนว่าต่อ “กรณีพี่สืบ นาคะเสถียร กับจ่าเพียรนี่คล้ายๆ กัน คือมาร้องเรียนแล้วแต่ไม่มีใครฟัง ปล่อยให้เรื่องมันสายเกินแก้ไข บทเรียนที่สังคมไทยได้รับในครั้งนี้คือเรื่องราวของคนเล็กๆ ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะใครก็ตาม ล้วนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีได้ แต่เราใส่ใจมันหรือเปล่า วงการตำรวจ วงการราชการไทย ผมว่าผู้ใหญ่ควรหันมาใส่ใจลูกน้อง หรือผู้ใต้บังคับบัญชาบ้าง” แอ๊ดกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

และแล้วแรงบันดาลใจจากเพลงจ่าเพียรขาเหล็กนี่เอง นำไปสู่ความร่วมมือร่วมใจของคนหลายกลุ่มหลายสาขาอาชีพที่จะจัดคอนเสิร์ตการกุศลครั้งสำคัญขึ้นเพื่อคารวะแด่จ่าเพียร นักสู้เพื่อแผ่นดินไทย

งานนี้มีชื่อว่า “คาราบาวปาน สดุดี จ่าเพียรขาเหล็ก” ซึ่งได้โต้โผใหญ่ เสถียร เศรษฐสิทธิ์ เจ้าของร้านโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงและเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อคาราบาวแดงเป็นกำลังสำคัญ

“หลังเพลงจ่าเพียรขาเหล็กออกมา ปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากคนฟังเยอะมาก หลายคนโทร.มาถามไถ่ว่าอยากทำอะไรเพื่อจ่าเพียรบ้าง เพราะการตายของจ่าเพียรนั้นประชาชนที่ได้รับรู้ก็เกิดความสงสาร เห็นใจ อยากทำอะไรตอบแทนแก่วีรบุรุษของชาติไทยคนนี้ ก็คิดว่างั้นทำคอนเสิร์ตกันดีไหม” เสถียรเล่าถึงที่มาที่ไปของคอนเสิร์ตที่จะเกิดขึ้นในต้นเดือน เม.ย.

นอกจาก แอ๊ด คาราบาว และวงแล้ว ก็มี ปานธนพร แวกประยูร ขึ้นเวที แต่ไฮไลต์สำคัญของงานนี้คือ การแสดงของ ชุมพล เอกสมญา หรือจิรพัชช์ ภูวพงษ์พิทักษ์ ลูกชายคนโตของ พล.ต.อ.สมเพียร หรือที่แวดวงเพลงใต้ดินรู้จักกันในชื่อ “ไวลด์ซี้ด” ศิลปินอินดี้เจ้าของอัลบั้ม Wild seed

เกียรติที่ได้รับในครั้งนี้ ชุมพลบอกด้วยความตื้นตันว่าถ้าพ่ออยู่ท่านคงภูมิใจ

“ถ้าพ่อยังมีชีวิตอยู่ พ่อคงภูมิใจมาก เพราะบ้านเราฟังเพลงของคาราบาวบ่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่แอ๊ด ผมยกย่องเขาเป็นฮีโร่มาตลอด ทันทีที่รู้ว่าจะมีการจัดคอนเสิร์ตให้พ่อ ผมน้ำตาซึมเลย พี่แอ๊ดโทร.มาหาผม มาด้วยความจริงใจ ไม่ได้มาด้วยความรู้สึกไม่ดี คำที่เราจำได้แม่นก็คือ ‘พ่อเราเป็นวีรบุรุษเลยนะพล พ่อเราทำเพื่อให้คนข้างหลังอยู่เย็นเป็นสุข ทำเพื่อคนทั้งชาติ พี่อยากจะจัดงานให้พ่อพลสักครั้ง’ ผมนั้นร้องไห้เลยนะ” พล ไวลด์ซี้ด บอกด้วยเสียงสั่นเครือ

สำหรับบทเพลงจ่าเพียรขาเหล็ก ชุมพลบอกว่าได้ฟังแล้ว เขียนได้ดีซาบซึ้งใจมาก

“ยิ่งรู้ว่าที่มาของการเขียนเพลงนี้ว่ามาจากการที่อาต๊อก (พ.ต.อ.ศารทูล ประดิษฐ์ ผกก.สภ.สระโบสถ์ จ.ลพบุรี) เพื่อนสนิทของพ่อเป็นคนขอร้องให้พี่แอ๊ดแต่งให้ ก็ยิ่งรู้สึกสะเทือนใจมากว่าคนเหล่านี้ไม่เคยทอดทิ้งพ่อ”

ความหวังตั้งใจในวันงานคอนเสิร์ตสดุดีจ่าเพียร คงไม่มากไปกว่าการร้องเพลงเพื่อเป็นของขวัญให้พ่อ ชุมพลเล่าว่ากำลังซักซ้อมเตรียมเพลงที่จะขึ้นไปเล่นบนเวที โดยจะคัดจากผลงานเก่าๆ ของตัวเองที่เก็บไว้ ซึ่งล้วนแต่เป็นเพลงที่มีความหมายงดงามอย่างเพลงบันนังสตา ตัวตลก แสงดาว วันหนึ่งจะกลับมา เป็นต้น

“ผมกำลังซ้อมเพลงเซอร์ไพรส์อยู่ เป็นเพลงที่พ่อผมแต่งไว้สมัยอายุ 30 ราวๆ ปี 2522 สมัยครองยศจ่าสังกัดหน่วยรบยูงทอง 1 พื้นที่ อ.บันนังสตา เป็นเพลงแนวลูกทุ่งชื่อว่า “ยูงทองแค้น” บอกเล่าเรื่องราวความยากลำบากของนักรบผู้กล้า ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าพ่อผมก็เป็นศิลปินเหมือนกัน นอกเหนือไปจากภาพลักษณ์ตำรวจที่ลุยๆ ทั้งหมดนี้เพิ่งได้ยินมาจากเพื่อนๆ พ่อหน่วยเดียวกันเล่าให้ฟังในงานศพ”

พลเล่าว่ารู้สึกทึ่งในเรื่องที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเกี่ยวกับตัวพ่อ

คอนเสิร์ต “คาราบาวปาน สดุดี จ่าเพียรขาเหล็ก” จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 4 เม.ย.นี้ เวลา 3 ทุ่มเป็นต้นไป ณ โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง รามอินทรา (สอบถามโทร. 0294451312) บัตรเข้าชมงานในราคา 100 บาท รายได้จากค่าเข้าชมและเงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาในงานจะมอบให้กับครอบครัวจ่าเพียรขาเหล็ก

“เงินบริจาคในคอนเสิร์ตครั้งนี้อาจไม่ได้มีจำนวนมากมายมหาศาล แต่มันเป็นเงินที่มีลักษณะพิเศษ เพราะมันมาจากน้ำใจของคนไทยที่รักและเคารพอย่างสูงสุดในตัวจ่าเพียรกระดูกเหล็ก นักสู้เพื่อแผ่นดินไทยของเรา”

ด้วยฝีไม้ลายมือในการเขียนเพลงที่มีเนื้อหาเรียบง่าย ผสมผสานการขับกล่อมท่วงทำนองด้วยเสียงร้องกังวานโศกเศร้า คลอเคล้าจังหวะกีตาร์โปร่งลุ่มลึกบาดใจ เพลง “จ่าเพียรขาเหล็ก” คงทำให้ทุกชีวิตในค่ำคืนนั้นถูกสะกดตราตรึงให้อยู่ในภวังค์แห่งความเงียบงันได้ชั่วขณะอีกครั้ง

เสมือนกับเป็นการไว้อาลัยครั้งสุดท้าย แด่การจากไปของวีรบุรุษผู้นี้ ทั้งยังวาดหวังว่า จะไม่มีตำรวจที่ถูกลืมเหมือนจ่าเพียร

“อยู่เมืองใหญ่สบายจนล้นพ้น แต่ยังมีจ่าเพียรอีกกี่คน ต้องทนอยู่ป่ารักษาอธิปไตย ในสังคมที่การเมืองเสื่อมเกียรติ ทำความดีจึงไม่มีใครสน ตายไปก็แค่เป็นวีรชน คนกี่คนแล้วที่ถูกลืม แต่อย่าลืม จ่าเพียรขาเหล็ก นายตำรวจเล็กๆ แห่งบันนังสตา วีรกรรมยิ่งใหญ่ แต่ลมหายใจไร้ค่า จากจำด้วยน้ำตาของภรรยาและลูกชาย”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท