
ปูรอดซักฟอก-ก่อแก้วนอนคุก
รอบสัปดาห์สุดท้ายก่อนปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยสามัญทั่วไป ฝ่ายค้านใช้เวลาตลอด 3 วันเต็ม
รอบสัปดาห์สุดท้ายก่อนปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยสามัญทั่วไป ฝ่ายค้านใช้เวลาตลอด 3 วันเต็ม
ไปกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซักฟอกความล้มเหลวในการบริหารราชการ และเงื่อนงำความไม่โปร่งใสในหลายโครงการ ทว่าสุดท้ายที่ประชุมมีมติไว้วางใจยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี 308 เสียงต่อ 159 เสียง งดออกเสียง 4 เสียง และไม่ลงคะแนน 9 เสียง
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติไว้วางใจ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ด้วยมติ 287 เสียงต่อ 157 เสียง งดออกเสียง 25 เสียง และไม่ลงคะแนน 11 เสียง ไว้วางใจ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ด้วยคะแนน 284 เสียงต่อ 160 เสียง งดออกเสียง 25 เสียง และไม่ลงคะแนน 11 เสียง และไว้วางใจ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.มหาดไทย ด้วยคะแนน 284 เสียงต่อ 182 เสียง งดออกเสียง 5 เสียง และไม่ลงคะแนน 10 เสียง
ผลการลงมติไว้วางใจนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ ไม่ได้นอกเหนือความคาดหมายแต่อย่างไร แต่ประเด็นที่น่าสนใจอยู่ที่การลงมติของพรรคภูมิใจไทย 31 เสียง ซึ่งชัดเจนแล้วว่าปีก สส.กลุ่มมัชฌิมาทั้ง 7 คน ได้ประกาศตัวยืนอยู่ฝั่งรัฐบาล ได้ลงมติไว้วางใจทั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทั้ง 3 คน แต่ สส.กลุ่มเพื่อนเนวิน 24 คน เวลานี้ยังแบ่งรับแบ่งสู้ โดยมีมติไว้วางใจนายกรัฐมนตรี งดออกเสียงในส่วนของ ร.ต.อ.เฉลิม และ พล.อ.อ.สุกำพล และไม่ไว้วางใจ พล.ต.ท.ชัจจ์ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเตรียมที่จะย้ายขั้วจากฝ่ายค้านไปร่วมรัฐบาลกับเพื่อไทย
อย่างไรก็ตาม สำหรับ ชะวรลัทธิ์ชินธรรมมิตร สส.ราชบุรี ที่โหวตสวนมติพรรคนั้น ทางพรรคภูมิใจไทยได้มีมาตรการคว่ำบาตรและไม่ร่วมสังฆกรรม เพราะถือเป็นการผิดวินัย ในขณะที่เจ้าตัวยืนยันว่าการลงมติเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญให้อิสระกับ สส. แม้จะมีความผูกพันกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แต่เป็นคนละเรื่องกัน ไม่อยากให้นำมาพิจารณาว่าเป็นเรื่องเดียวกัน หรือมองไปถึงว่าจะย้ายไปอยู่พรรคเพื่อไทย
ย้อนมาดูเนื้อหาสาระในการอภิปราย ฝ่ายค้านรุมถล่มเงื่อนงำความไม่โปร่งใสหลายเรื่อง โดยเฉพาะแผลใหญ่อย่างโครงการรับจำนำข้าวที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.พิษณุโลก ได้ชำแหละเส้นทางการระบายข้าวแบบจีทูจี ว่าไม่ได้เป็นไปอย่างที่รัฐบาลระบุ แต่เป็นบริษัทเอกชนที่มารับหน้าที่ซื้อขาย ไม่ใช่รัฐบาลต่อรัฐบาล ซ้ำด้วยการชำแหละบริษัท สยามอินดิก้า ทายาทของบริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง ที่เคยอื้อฉาวในยุครัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งมารับหน้าที่เป็นบริษัทขายข้าวกับทางจีน
โดย บุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ชี้แจงปฏิเสธข้อกล่าวหาทุกข้อ และระบุว่า สถานทูตจีนยืนยันว่ารัฐบาลจีนถือหุ้นบริษัทดังกล่าว 100% กระทรวงพาณิชย์ไม่มีหน้าที่ไปสืบว่าจีนจะให้ใครเป็นคนรับสินค้าจากกรมการค้าต่างประเทศ
อีกแผลที่ฝ่ายค้านหยิบยกมาถล่ม คือ เรื่องการใช้งบกลาง 1.2 แสนล้านบาทเพื่อเยียวยาฟื้นฟูน้ำท่วม ถาวร เสนเนียม สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ อภิปราย พล.ต.ท.ชัจจ์ สมัยเมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมช.คมนาคม ซึ่งดูแลกำกับกรมเจ้าท่า มีพฤติกรรมส่อเอื้อประโยชน์ ทุจริตผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (พ.ร.บ.ฮั้ว) ในโครงการขุดลอกและฟื้นฟูร่องน้ำที่ประสบอุทกภัยแม่น้ำปิง วัง ยม น่าน ชี มูลป่าสัก 1,215 ล้านบาท
ขณะที่ พล.ต.ท.ชัจจ์ ชี้แจงว่า คณะกรรมการที่รับผิดชอบโครงการนี้เสนอให้ดำเนินการเรื่องนี้ภายในเวลา 714 วัน ทำให้กรมเจ้าท่าต้องรีบทำ โดยไม่สามารถจัดประกวดราคาด้วยวิธีการประมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพราะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 28 วัน จำเป็นต้องใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างวิธีพิเศษ ซึ่งมีระเบียบขั้นตอนกำหนดของกรมบัญชีกลางอยู่แล้ว ยืนยันว่าไม่ได้ฮั้วกับบริษัทผู้รับเหมา เพราะแต่ละโครงการก็มีผู้ประมูลอย่างน้อย 3 รายขึ้นไป
หลังเสร็จสิ้นการอภิปราย พรรคประชาธิปัตย์ไล่ขยายผลเอาผิดเรื่องเหล่านี้ต่อไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน รวมทั้งทำหนังสือสอบถามข้อมูลไปยังสถานเอกอัครราชทูตจีน และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อสอบถามรายละเอียดข้อเท็จจริงการค้าข้าวและการเปิดแอลซี
ถัดมาที่อีกประเด็นร้อนในรอบสัปดาห์ เมื่อศาลอาญามีคำสั่งให้เพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว ก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จากกรณีที่ นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ร้องให้ถอนประกันตัว เนื่องจาก ก่อแก้ว ให้สัมภาษณ์ข่มขู่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 68 และตัดงบประมาณศาลรัฐธรรมนูญ
อย่างไรก็ตาม ศาลอาญาได้ปล่อยตัว ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ นพ.เหวงโตจิราการ วิภูแถลง พัฒนภูมิไท ซึ่งเป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย การุณโหสกุล สส.กทม. พรรคเพื่อไทย และพิเชษฐ์ สุขจินดาทอง จำเลยที่เหลือ แต่ให้เพิ่มเงื่อนไขในการอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยห้ามกระทำการใดๆ ลักษณะยุยงผู้อื่นปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวาย และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรจนกว่าจะได้รับอนุญาตจากศาล
ประเด็นนี้ยังอาจลุกลามต่อไปสู่การพิจารณาว่า ก่อแก้ว ขาดสมาชิกภาพการเป็น สส.ด้วยหรือไม่ เพราะทางด้าน สมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวน ระบุว่า ก่อแก้ว ขาดจากสมาชิกภาพการเป็น สส.แล้ว แต่ยังไม่อัตโนมัติ โดยรูปแบบคล้ายกับกรณีของ จตุพร พรหมพันธุ์ อดีต สส.พรรคเพื่อไทย ที่ต้องมีผู้มายื่นคำร้องต่อ กกต. ให้ตรวจสอบคุณสมบัติ และหาก กกต.มีมติว่า ก่อแก้ว ขาดคุณสมบัติ ต้องส่งเรื่องไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย







