
โลกมองไทย
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา อ้างนักวิเคราะห์จากบริษัทตรวจสอบบัญชีชื่อดัง เอินส์ท แอนด์ ยัง ซึ่งคาดการณ์ว่าหลายประเทศในเอเชีย รวมทั้งไทย จะมีการส่งออกเครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่งมากขึ้นภายในช่วงทศวรรษนี้ ซึ่งสิ้นสุดปี 2563 เนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจของบรรดาประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ส่งผลให้มีการผลิตสินค้าและบริการคุณภาพสูงขึ้น
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา อ้างนักวิเคราะห์จากบริษัทตรวจสอบบัญชีชื่อดัง เอินส์ท แอนด์ ยัง ซึ่งคาดการณ์ว่าหลายประเทศในเอเชีย รวมทั้งไทย จะมีการส่งออกเครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่งมากขึ้นภายในช่วงทศวรรษนี้ ซึ่งสิ้นสุดปี 2563 เนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจของบรรดาประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ส่งผลให้มีการผลิตสินค้าและบริการคุณภาพสูงขึ้น
“อุปสงค์ในอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีที่สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้านั้น จะปรับตัวสูงขึ้นท่ามกลางการขยายตัวของบรรดาเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะในเอเชีย” รายงานของเอินส์ท แอนด์ ยัง ระบุ
ในส่วนของไทยนั้น ทางบริษัทคาดว่าจะส่งออกบริการเพิ่มขึ้น 9.9% คิดเป็นมูลค่า 8.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.72 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2563
วันเดียวกัน เดอะ อิรวดี รายงานว่า มีแรงงานพม่าในไทยกว่า 1 ล้านคน เสี่ยงถูกส่งตัวกลับประเทศ หากไม่สามารถยื่นเอกสารยืนยันสัญชาติได้ก่อนวันที่ 14 ธ.ค.นี้
แอนดี ฮอลล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงานต่างด้าว ให้สัมภาษณ์กับเดอะ อิรวดี ว่า ทางการพม่าได้ขอให้ไทยยืดเส้นตายการยื่นเอกสารดังกล่าว เนื่องจากกังวลว่าแรงงานพม่าส่วนใหญ่ไม่สามารถทำเรื่องได้ทัน ทว่าในเบื้องต้นนั้นทางการไทยปฏิเสธ
“ท่าทีของรัฐบาลพม่าต่อประเด็นดังกล่าวน่าชื่นชมมาก สวนทางกับรัฐบาลไทย ซึ่งไม่มีเหตุผลเลย” ฮอลล์ กล่าว พร้อมย้ำว่าประชาคมโลกควรรับทราบปัญหานี้ เนื่องจากกระทบแรงงานพม่ามากถึง 1 ล้านคน
ด้านทำเนียบประธานาธิบดีพม่า ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมาว่า ทั้งสองประเทศควรทำงานร่วมกันเพื่อช่วยเหลือแรงงาน จากการถูกส่งตัวกลับพม่า
“หากไทยยอมยุติกระบวนการดังกล่าวลง ก็จะส่งผลดีต่อทั้งสองประเทศ”







