
สื่อสารคลาดเคลื่อน-เจ้าหน้าที่ปิดข่าวมองต่างมุมมองนักข่าว-ทหารชายแนนใต้
แม้จะผ่านมาร่วม 9 ปี แต่การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนชายแดนภาคใต้ ก็ยังถูกตั้งคำถามถึงการเสนอแต่ความรุนแรง
แม้จะผ่านมาร่วม 9 ปี แต่การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนชายแดนภาคใต้ ก็ยังถูกตั้งคำถามถึงการเสนอแต่ความรุนแรง
เมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา การพบปะรับประทานอาหารร่วมกันระหว่าง พ.อ.เชษฐา ตรงดี ผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการข่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า กับสื่อมวลชนประจำ จ.นรา ธิวาส ร่วม 60 คน มีแง่มุมที่น่าสนใจต่อการนำเสนอข้อเท็จจริงในความรุนแรงชายแดนภาคใต้
พ.อ.เชษฐา กล่าวว่า ที่ผ่านมาพื้นที่สื่อมักเสนอเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเรื่องของความไม่สงบ อาทิ กรณีเหตุยิงเจ้าหน้าที่รัฐ เกิดเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ และอื่นๆ ในภาพที่มีแต่ความรุนแรง ทำให้บุคคลภายนอกที่ไม่ใช่คนในพื้นที่มองว่า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีแต่ความโหดเหี้ยมทารุณกรรม ซึ่งข่าวในลักษณะดังกล่าวเป็นเชิงลบ
“ในด้านความมั่นคง จึงอยากให้สื่อมวลชนมีการนำเสนอข่าวในเชิงบวกให้มากขึ้นและหลากหลายกว่าเดิม”
ด้าน แวดาโอะ หะไร ผู้สื่อข่าวโพสต์ทูเดย์บางกอกโพสต์ และเดลินิวส์ ประจำ จ.นราธิวาส ได้แสดงความเห็นในที่ประชุมว่า สื่อมวลชนอยากให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายและทุกภาคส่วน โดยเฉพาะงานการประชาสัมพันธ์ของภาครัฐที่ด้อยและคุณภาพต่ำ หน่วยงานที่ต้องทำงานเชิงรุกกลับนิ่งนอนใจและไม่ตอบสนองการข่าว กลับให้ฝ่ายคนร้ายเป็นฝ่ายรุก และนำยุทธวิธีก่อเหตุรุนแรงอย่างต่อเนื่อง
“กรณีเกิดเหตุการณ์หลายครั้ง มีการปิดกั้นไม่ให้สื่อเข้าพื้นที่ สื่อไม่สามารถรู้ข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่จำเป็นต้องนำเสนอ จึงอาจคลาดเคลื่อนบ้าง สุดท้ายเจ้าหน้าที่โทษสื่อเขียนเกินจริง ทั้งที่ความจริงเพราะสื่อถูกปิดกั้น นอกจากนี้เมื่อสื่อขอภาพวงจรปิดที่จับภาพคนร้ายที่ก่อเหตุได้ เจ้าหน้าที่จะปฏิเสธทุกครั้ง อ้างเหตุผล “โจรรู้ตัวจะหนีไป” ทั้งที่ควรเผยแพร่ให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแส เหตุการณ์ความไม่สงบ จะเข้าปีที่ 10 คนร้ายยังลอยนวลอยู่ในพื้นที่ จึงอยากให้ กอ.รมน. เพิ่มศักยภาพด้วยการสร้างความเข้าใจให้หน่วยงานของรัฐทุกฝ่าย”
ขณะที่ รพี มามะ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ข่าวสด จ.นราธิวาส กล่าวว่า การบูรณาการทำงานของรัฐยังคงเป็นปัญหาสำคัญ สื่อมวลชนเองก็มีจิตสำนึกต้องการเสนอข่าวเชิงบวก แต่หน่วยงานประชาสัมพันธ์ของรัฐในพื้นที่เป็นอัมพาตหมดแล้ว จึงต้องแก้ที่ต้นตอเสียก่อน
“พื้นที่พิเศษเสี่ยงต่อความมั่นคงแต่เอาคนไร้ศักยภาพมาทำงานในเรื่องประชาสัมพันธ์รัฐ แน่นอนเจ้าหน้าที่ตามหลังฝ่ายตรงข้ามอีก 20 ก้าว อีก 20 ปี อาจจะไม่จบ งบประมาณต้องใช้อีกมหาศาลเพื่อแก้ปัญหา”
ทั้งนี้ พ.อ.เชษฐา รับว่าจะนำข้อมูลที่ได้เสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อปรับปรุงแก้ไข
ด้าน เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ ได้ประชุมร่วมกับสมาพันธ์ครูจังหวัดชายแดนภาคใต้ ฝ่ายทหารและฝ่ายปกครอง หลังเป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ นันทนา แก้วจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่ากำชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ซึ่งถูกคนร้ายลอบยิงเสียชีวิต
พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เสนอให้ปรับลดจำนวนโรงเรียนลง เพื่อให้เหมาะสมกับจำนวนครูและแผนการรักษาความปลอดภัย
ขณะที่ ประมุข ลมุล ผวจ.ปัตตานี ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบปัญหาของครูให้ละเอียด ว่ามีปัญหากับการเมืองท้องถิ่น ยาเสพติด ปัญหาชู้สาว ขัดแย้งกับครูด้วยกันเอง หรือกับคนในชุมชนหรือไม่ เพื่อแยกปัญหาความมั่นคงกับปัญหาส่วนตัวได้







