
โลกมองไทย
เว็บไซต์นิตยสารฟอร์บส์เผยบทความแสดงความเห็นเกี่ยวกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในไทย โดยระบุว่า ไทย คือจุดหมายปลายทางการรักษาพยาบาลของชาวต่างชาติจากทั่วทุกมุมโลก เนื่องจากค่ารักษาพยาบาลที่ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ประกอบกับโรงพยาบาลไทยมีแพทย์ที่มีความสามารถและเครื่องมือทันสมัย
เว็บไซต์นิตยสารฟอร์บส์เผยบทความแสดงความเห็นเกี่ยวกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในไทย โดยระบุว่า ไทย คือจุดหมายปลายทางการรักษาพยาบาลของชาวต่างชาติจากทั่วทุกมุมโลก เนื่องจากค่ารักษาพยาบาลที่ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ประกอบกับโรงพยาบาลไทยมีแพทย์ที่มีความสามารถและเครื่องมือทันสมัย
มิเกล ฟอร์บส์ ผู้เขียน ได้เล่าประสบการณ์การเดินทางมาเข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลชั้นนำแห่งหนึ่งในไทย
“ปกติผมจะไม่ค่อยชอบการเข้าโรงพยาบาลมากเท่าใดนัก แต่โรงพยาบาลที่ผมไปรักษาในไทยนั้นดีมาก ไม่ว่าจะเป็นการรักษาที่รวดเร็ว ค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับโรงพยาบาลในสหรัฐ และขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ก็ใช้ภาษาอังกฤษดีมาก และแพทย์ส่วนใหญ่เรียนจบจากโรงเรียนด้านการแพทย์ชื่อดังในสหรัฐทั้งสิ้น เพียงแต่พวกเขาเลือกที่จะกลับมาทำงานในบ้านเกิด”
นอกจากนี้ โรงพยาบาลไทยหลายแห่งมีความทันสมัยมาก โดยเฉพาะระบบเก็บข้อมูล ซึ่งมีไว้สำหรับผู้ป่วยต่างชาติที่ต้องการโอนข้อมูลไปยังโรงพยาบาลในประเทศบ้านเกิด
ทั้งนี้ ผู้เขียนมองว่าสาเหตุที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพไทยกำลังเฟื่องฟูนั้นเพราะกฎหมายด้านอาหารและยาของประเทศไทย เช่นเดียวกับอีกหลายประเทศไม่เข้มงวดมาก รวมทั้งแพทย์ไม่เสี่ยงถูกฟ้องร้องดังเช่นที่เกิดขึ้นในสหรัฐ ดังนั้นแพทย์ไทยจึงสามารถทดลองใช้วิธีการรักษาใหม่ๆ ได้ เช่น การใช้สเต็มเซลล์ เป็นต้น
“เป็นเวลากว่า 100 ปีแล้ว ที่สวิตเซอร์แลนด์ครองตำแหน่งศูนย์กลางการรักษาพยาบาลของโลก ไม่น่าเชื่อว่าขณะนี้ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่หลายประเทศ รวมทั้งไทยสามารถพัฒนาการแพทย์ให้มีความทันสมัยทัดเทียมตะวันตกได้”
วันเดียวกัน บลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 2.75% ซึ่งเป็นไปตามคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ของบลูมเบิร์ก
ด้าน จูเลีย โกห์ นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารซีไอเอ็มบีประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ ระบุว่า เศรษฐกิจไทยจะมีเสถียรภาพตราบใดที่ไม่เกิดการชุมนุมประท้วงในประเทศ







