posttoday
ส่อทุจริต

ส่อทุจริต

29 พฤศจิกายน 2555

ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลก็คือ การได้รับทราบถึงพฤติกรรมของนักการเมืองที่ไม่พึงปรารถนาจากคำอภิปรายของพรรคฝ่ายค้าน ขณะเดียวกันก็ได้รับฟังคำชี้แจงจากรัฐมนตรีที่ถูกกล่าวหา จากนั้นก็เป็นหน้าที่ของประชาชนที่จะใช้วิจารณญาณไตร่ตรองว่า จะเชื่อถือข้อมูลของใครมากกว่ากัน นั่นคือผลลัพธ์ที่แท้จริงซึ่งได้จากการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งจะมีผลต่อกระแสความรู้สึกของสังคม

ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลก็คือ การได้รับทราบถึงพฤติกรรมของนักการเมืองที่ไม่พึงปรารถนาจากคำอภิปรายของพรรคฝ่ายค้าน ขณะเดียวกันก็ได้รับฟังคำชี้แจงจากรัฐมนตรีที่ถูกกล่าวหา จากนั้นก็เป็นหน้าที่ของประชาชนที่จะใช้วิจารณญาณไตร่ตรองว่า จะเชื่อถือข้อมูลของใครมากกว่ากัน นั่นคือผลลัพธ์ที่แท้จริงซึ่งได้จากการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งจะมีผลต่อกระแสความรู้สึกของสังคม

ทั้งนี้ เมื่อได้พิจารณาข้อมูลที่พรรคฝ่ายค้านนำมาอภิปรายรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลจะพบว่า มีทั้งพฤติกรรมที่จงใจกระทำผิดกฎหมายและส่อไปในทางทุจริต โดยรัฐมนตรีไม่สามารถชี้แจงได้ เช่นนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ซึ่งก่อนมารับตำแหน่งรัฐมนตรี เป็นนักวิชาการที่มีความรู้ความสามารถมาจากสถาบันที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ

แต่จากการชี้แจงในสภาของนายชัชชาติ กรณีถูกพรรคฝ่ายค้านกล่าวหาว่ามีห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ซึ่งมีบุคคลที่นามสกุลเดียวกับนายชัชชาติ ได้งานในโครงการฟื้นฟูน้ำท่วมของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถึง 43 โครงการ ใน 5 จังหวัด วงเงินงบประมาณกว่าร้อยล้านบาท ซึ่งในวันที่ถูกอภิปรายนายชัชชาติได้ยืนยันต่อสภาว่า ไม่มีความเกี่ยวข้องกับ หจก.ดังกล่าว

แต่คล้อยหลังจากนั้นเพียงหนึ่งวัน นายชัชชาติก็กลับคำโดยออกมายอมรับในภายหลังว่า สุภาพสตรีที่เป็นเจ้าของ หจก.ซึ่งได้รับงานจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ได้แต่งงานกับญาติห่างๆ ของตนเองแต่ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว และได้มีการแจ้งต่อ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ไปแล้วว่าขอให้ดำเนินการอย่างจริงจังหากพบว่ามีการทุจริต ซึ่งเป็นการชี้แจงที่ไม่มีน้ำหนัก

หากนายชัชชาติบริสุทธิ์ใจจริง จะต้องรีบตรวจสอบทันทีที่ถูกอภิปรายเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงให้เป็นที่ประจักษ์ ไม่ใช่ตอบแบบขอไปทีว่าไม่รู้จักเพื่อให้จบๆ ไป เพราะคนระดับรัฐมนตรีสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ไม่ยาก แต่กลับไม่ตรวจสอบ จนกระทั่งเรื่องจวนตัวแล้วจึงออกมายอมรับว่า บุคคลดังกล่าวได้แต่งงานกับญาติห่างๆ ซึ่งพฤติกรรมของนายชัชชาติครั้งนี้เป็นพฤติกรรมที่สังคมไม่อาจไว้วางใจได้

นอกจาก กรณีของนายชัชชาติแล้ว จากข้อมูลของพรรคฝ่ายค้านก็ยังมีรัฐมนตรีอีกหลายคนที่มีพฤติกรรมส่อไปในทางที่น่าเชื่อว่าอาจมีเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นโครงการรับจำนำข้าว หรือการใช้งบประมาณในโครงการฟื้นฟูน้ำท่วม 1.2 แสนล้านบาท ซึ่งทั้งหมดนี้นายกรัฐมนตรีจะต้องเร่งนำข้อมูลของพรรคฝ่ายค้านไปตรวจสอบ และหากพบว่ารัฐมนตรีท่านใดมีพฤติกรรมแค่ส่อไปในทางทุจริตก็จะต้องดำเนินการตามกฏหมายอย่างเฉียบขาด แต่หากนายกรัฐมนตรีรู้แล้วไม่ดำเนินการ ก็เท่ากับสนับสนุนหรือสมรู้ร่วมคิดกับการกระทำผิด ซึ่งไม่ควรทำหน้าที่อีกต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท