
3จี เพิ่มช่องทางการสื่อสารยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการ
“คนพิการคือคนกลุ่มแรกที่ถูกลืม และเป็นคนสุดท้ายที่ถูกนึกถึง” คำพูดสั้นๆ ของ ศุภชีพ ดิษเทศ นายกสมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย สะท้อนภาพชีวิตคนพิการในสังคมไทยได้อย่างชัดเจน
“คนพิการคือคนกลุ่มแรกที่ถูกลืม และเป็นคนสุดท้ายที่ถูกนึกถึง” คำพูดสั้นๆ ของ ศุภชีพ ดิษเทศ นายกสมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย สะท้อนภาพชีวิตคนพิการในสังคมไทยได้อย่างชัดเจน
ไม่ต้องพูดถึงความเสมอภาค แค่การเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ระบบขนส่งมวลชนในเมืองหลวงก็ไม่เอื้ออำนวยอย่างที่ควรเป็น ยิ่งเป็นผู้พิการทางการเคลื่อนไหวต้องนั่งวีลแชร์แทบจะปิดโอกาสไปเลย แม้แต่รถไฟฟ้าบีทีเอสก็มีลิฟต์บริการไว้แค่ 5 สถานี ต้องพึ่งรถแท็กซี่เป็นหลัก
เมื่อเทคโนโลยีสื่อสารสารสนเทศมีบทบาทมากขึ้น ชีวิตผู้พิการก็สามารถติดต่อสื่อสาร การเรียนการสอน และการประกอบอาชีพได้สะดวกมากขึ้น โดยคนพิการสามารถทำงานอยู่กับบ้านผ่านอินเทอร์เน็ตได้มากขึ้น
“เราติดต่อผ่านเอสเอ็มเอส เฟซบุ๊ก วิดีโอคอลต่างๆ ได้ คนหูหนวกก็ลดการใช้ล่ามลง ผมเป็นผู้พิการทางการเคลื่อนไหว ก็รวมกลุ่มผลิตสินค้าขายผ่านออนไลน์ บางกลุ่มก็รวมตัวผลิตงานหัตถกรรม งานจิวเวลรี มีรายได้ประมาณเดือนละหมื่น” ศุภชีพ กล่าว
นอกจากนี้ ยังเป็นโปรแกรมเมอร์รับจ้างพิมพ์หนังสือ ผลิตริงโทนป้อนบริษัทคอนเทนต์ โพรวายเดอร์ อย่างไรก็ตาม แม้สมาคมจะพยายามส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี แต่ก็มีเพียงระดับพันคนจากคนพิการทั่วประเทศ เนื่องจากเทคโนโลยีกระจุกอยู่แต่ในเมืองใหญ่ คนพิการในต่างจังหวัดหรือพื้นที่ชายขอบเข้าไม่ถึงอินเทอร์เน็ต จึงเสียโอกาสในการพัฒนาตัวเอง
ในฐานะนายกสมาคม ศุภชีพ ต้องการให้รัฐขยายโครงข่าย การสื่อสารและอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมต่างจังหวัด “ยิ่งถ้ามี 3จี จะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตคนพิการได้อีกมาก แต่ต้องมีข้อกำหนดเรื่อง USO (Universal Service Obligation) ให้ชัดเจนว่าต้องสร้างโครงข่ายสื่อสารที่ครอบคลุมพื้นที่ห่างไกล ถ้าเข้าถึงได้มากเท่าใด โอกาสที่คนพิการทั่วประเทศจะยกระดับพัฒนาตัวเอง เพิ่มขีดความสามารถก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น” ศุภชีพ กล่าว
ด้าน ภัทรพันธุ์ กฤษณา กรรมการสมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้พิการรุนแรง ระบุว่า หากรัฐบาลเร่งโครงการ 3จี ให้ใช้งานเร็วที่สุด จะช่วยสนับสนุนการดำรงชีวิตของคนพิการ เฉพาะที่ขึ้นทะเบียนมีอยู่ประมาณ 1 ล้านคน และที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนอีกร่วม 5 ล้านคนทั่วประเทศ
“คนพิการทุกรูปแบบมักช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องมีคนดูแลตลอดเวลา จึงต้องพึ่งพาเทคโนโลยีในการดำรงชีวิต หากมีคลื่นความถี่ที่เร็วขึ้นจะช่วยให้การติดต่อสื่อสารทำได้เร็วมากขึ้น ช่วยลดงบประมาณในการดูแลคนพิการลง และสามารถเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจได้มหาศาล เพราะคนพิการอยู่ในวงจรเศรษฐกิจจำนวนมาก
เช่น ผมเป็นคนพิการรุนแรง เป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท โอเอ็กซ์ เอนจิเนียร์ริ่ง (ประเทศไทย) นำเข้าอุปกรณ์สำหรับคนพิการจากญี่ปุ่น และยังผลิตอุปกรณ์สำหรับคนพิการส่งออก เช่น วีลแชร์ และอุปกรณ์อื่นๆ เวลาผมต้องเดินทางก็ใช้สมาร์ตโฟนติดต่อกับลูกค้าทั่วโลก
พนักงานผมเกินครึ่งเป็นคนพิการและผมให้เงินเดือนมากกว่าคนปกติ เพราะเขามีความสามารถสูง แต่ถ้าอินเทอร์เน็ตช้า ผมก็คอนเฟิร์มออร์เดอร์ลูกค้าได้ช้า” ภัทรพันธุ์ ระบุ
นักธุรกิจพิการ ระบุอีกว่า ตัวเองนั่งทรงตัวลำบากมากมือกระดิกแทบไม่ได้ ต้องใช้อุปกรณ์ช่วย เมื่อมีกำลังใจสู้จึงทำกิจการส่วนตัวได้ และในฐานะกรรมการสมาคมคนพิการ ยังต้องเดินทางไปช่วยเหลือสังคมคนพิการด้วยกัน ฉะนั้นการสื่อสารที่ทันสมัยและรวดเร็วจะช่วยเหลือคนพิการได้อีกมาก
“หากรัฐบาลสนับสนุนให้มีคลื่นความถี่ที่เร็วกว่านี้ จะทำให้กลุ่มคนพิการได้รับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด การทำธุรกิจก็เร็วขึ้น การติดต่อช่วยเหลือคนพิการด้วยกันก็ทำได้ง่ายขึ้น ทุกวันนี้คนพิการสื่อสารผ่านเฟซบุ๊ก ผ่านเฟซไทม์กันหมดแล้ว ถ้าเน็ตเร็วขึ้นก็จะนำแอพพลิเคชันมาช่วยคนพิการได้อีกมากขึ้น
อย่ามองแค่เม็ดเงินจากการประมูลเท่านั้น เพราะระบบ 3จี ได้มาถึงช่วงสุดท้ายแล้ว ถ้ายิ่งช้าโอกาสจะมี 4จี ก็ยิ่งช้าไปอีก รัฐบาลจึงต้องมองประโยชน์ที่ประชาชนและประเทศจะได้โดยรวม โดยเฉพาะการพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่น คนพิการที่ทำงานสร้างมูลค่าให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศได้ ยิ่งช้าก็จะยิ่งสู้ประเทศอื่นไม่ได้” ภัทรพันธุ์ กล่าว







