
ส่งออกหนังไทยไปจีน
เพิ่งไปร่วมสัปดาห์ภาพยนตร์ไทยที่เซี่ยงไฮ้มาครับ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทยจีน ที่มีการจัดกิจกรรมแบบนี้ ทั้งที่แฟนหนังไทยในจีนมีมานาน แต่มักเป็นการได้ชมจากการแอบนำเข้าโดยพ่อค้าหนังของจีนเอง (แปลว่า ไม่ยอมจ่ายค่าลิขสิทธิ์)
เพิ่งไปร่วมสัปดาห์ภาพยนตร์ไทยที่เซี่ยงไฮ้มาครับ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทยจีน ที่มีการจัดกิจกรรมแบบนี้ ทั้งที่แฟนหนังไทยในจีนมีมานาน แต่มักเป็นการได้ชมจากการแอบนำเข้าโดยพ่อค้าหนังของจีนเอง (แปลว่า ไม่ยอมจ่ายค่าลิขสิทธิ์)
จีนเป็นตลาดภาพยนตร์ที่ใหญ่ แต่รัฐบาลจีนอ่อนไหวกับการอนุญาตให้หนังต่างประเทศผ่านเข้าไป อาจเพราะหวั่นว่าจะกระทบวิธีคิดและวัฒนธรรมทางสังคมในแผ่นดินใหญ่
จีนอนุญาตให้หนังต่างประเทศเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในแผ่นดินใหญ่ ปีละเฉลี่ยไม่เกิน 40-50 เรื่องครับ เทียบกับไทยปีที่แล้วมีหนังต่างประเทศเข้าฉายโรงใหญ่ในไทย รวม 222 เรื่อง
แม้จีนจะเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกแล้ว แต่กฎหมายการค้าระหว่างประเทศยอมให้รัฐสมาชิกจำกัดโควตาหนังต่างชาติที่ข้ามแดนเข้าไปได้ กล่าวคือเรื่องหนัง...ไม่อยู่ในเจตนาให้มีการเปิดเสรีทางการค้ามาตั้งแต่ต้น! นี่ว่ากันตามกฎกติกาของแกตต์ 1947
ที่จริงผู้ระบุข้อความนี้ตั้งแต่ตอนนั้นคือฝรั่งเศส เพราะกลัวฮอลลีวูดจากอเมริกาบุกไปถล่มหนังฝรั่งเศส
โควตาหนังต่างชาติเข้าจีนจึงเป็นยิ่งกว่าไข่มังกร ผู้ที่จะบังคับให้มังกรจีนแบ่งโควตาให้มากที่สุด ก็ย่อมต้องมีมือที่แข็งแรงอย่างสหรัฐ ซึ่งมีทั้งฝ่ายธุรกิจนำอย่างฮอลลีวูดและฝ่ายการเมืองหนุนจากวอชิงตัน
หนังไทยและหนังเมืองอื่นจึงรับประทานโควตาแห้วไปตามระเบียบ ยกเว้นองค์บากที่ฝ่าด่านไปได้เมื่อหลายปีก่อน
แต่ด้วยความสนใจของกงสุลใหญ่ไทย ณ นครเซี่ยงไฮ้ คุณบุษกร พฤกษพงศ์ และสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติของไทย เราพบว่าถ้าจัดเทศกาลภาพยนตร์ในรูปสัปดาห์วัฒนธรรมละก็ ทางการจีนไม่ถือว่าอยู่ในโควตามังกรหวงไข่ วันที่ 15-18 พ.ย.ที่ผ่านมา คนจีนจึงได้เดินยืดอกซื้อตั๋วส่ายอาดๆ เข้าโรงหนัง 4 โรงในเซี่ยงไฮ้ที่ฉายหนังไทย 12 เรื่อง ที่ผ่านกรรมการเซ็นเซอร์ของทางการจีน ก่อนการฉายมีงานรีเซฟชันอย่างดี
ผู้ใหญ่ของทางการจีนมาร่วมเป็นสักขีพยานและกล่าวเปิดงาน ซึ่งฝั่งไทยก็ไม่น้อยหน้ามีเอกอัครราชทูต คุณวิบูลย์ คูสกุล ซึ่งพูดจีนปรื๋อไปกล่าวต้อนรับผู้ชม พร้อมกับหยอดมุขฮาๆ ให้แฟนหนังชาวจีนปรบมือไม่ขาดระยะ
มีดาราไทยอย่าง มอสปฏิภาณ ปฐวีกานต์ ดารานำในเรื่อง “ชอบกด Like ใช่กด Love” เดินทางไปให้แฟนๆ ทั้งตี๋หมวยได้กรี๊ดขอถ่ายรูปขอลายเซ็นด้วย
งานนี้ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ ทีมไทยแลนด์ที่เซี่ยงไฮ้และกระทรวงวัฒนธรรมของไทย ช่วยอุดหนุนให้หนังไทยและดาราไทยไปแสดงสีสันในจีนแผ่นดินใหญ่ นับว่าน่าชมเชยมาก เข้าใจว่ามีแผนจะทำต่อในปีถัดไปด้วย
อีกวิธีที่หนังไทยจะเข้าจีนได้โดยไม่ต้องแย่งโควตากับฮอลลีวูด ก็คือสร้างหนังร่วมกัน ซึ่งข้อนี้ทางการจีนถือว่าเป็นหนังลูกครึ่ง ไม่ใช่ต่างชาติ
ช่วยนึกหน่อยนะครับว่า...สร้างหนังเรื่องอะไรดี ถึงจะบุกตลาดจีนได้มันส์ๆ







