
แม่น้ำโขงแห้งกระทบผลิตน้ำประปา
ภัยแล้งส่งผลน้ำโขงวิกฤตลดเร็วกระทบผลิตน้ำประปาเริ่มขาดแคลนไม่เพียงพอส่งจ่าย
ภัยแล้งส่งผลน้ำโขงวิกฤตลดเร็วกระทบผลิตน้ำประปาเริ่มขาดแคลนไม่เพียงพอส่งจ่าย
สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จ.นครพนม ยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่อง โดยเฉพาะระดับน้ำโขงลดลงอย่างรวดเร็วปัจจุบันอยู่ที่ระดับประมาณ 2.50 เมตรทำให้แม่น้ำสาขาเริ่มแห้งขอด ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรขาดน้ำแล้วยังเป็นอุปสรรคในการผลิตน้ำประปาของสถานีสูบน้ำไฟฟ้าแรงสูงของสำนักงานประปาส่วนภูมิภาค อ.ธาตุพนมที่สูบน้ำจากน้ำโขงขึ้นมาผลิตน้ำประปา เนื่องจากแม่น้ำโขงแห้งเร็ว จนเกิดสันดอนทรายเป็นพื้นที่กว้าง ทำให้บางจุดสถานีสูบน้ำไม่สามารถสูบน้ำขึ้นถังผลิตน้ำประปาได้จนเกิดปัญหาน้ำประปาไม่เพียงพอจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งยังทำให้น้ำประปามีกำลังส่งต่ำ และยังส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงซึ่งทางสำนักงานประปาส่วนภูมิภาค อ.ธาตุพนม ได้เตรียมเสนอของบประมาณไปยังการประปาส่วนภูมิภาคจำนวน 50 ล้านบาท เพื่อทำการย้ายจุดสถานีสูบน้ำแก้ปัญหาระยะยาว เนื่องจากปัญหาภัยแล้งส่งผลกระทบต่อน้ำโขงแห้งเร็วขึ้นทุกปี
นายฉลอง พลโยธี ผู้จัดการสำนักงานประปาส่วนภูมิภาค อ.ธาตุพนม กล่าวว่า สำหรับสำนักงานการประปาส่วนภูมิภาค อ.ธาตุพนม ดูแลรับผิดชอบส่งจ่ายน้ำในพื้นที่ 2 อำเภอ คือ ธาตุพนม กับ เรณูนคร มีลูกค้าใช้น้ำประมาณ 9,000 ราย มีกำลังการผลิต ประมาณ 10,000 ลบม.ต่อวัน ซึ่งใช้วัตถุดิบน้ำจากลำน้ำโขง แต่ในช่วงนี้ประสบปัญหาเนื่องจากน้ำโขงลดลงอย่างรวดเร็วในรอบเกือบ 10 ปี จนเกิดหาดทรายกว้าง เป็นอุปสรรคต่อสถานีสูบน้ำขึ้นมาผ่านกระบวนการผลิต ทำให้น้ำไม่เพียงพอในการผลิต เพราะในแต่ละวันจะต้องมีอัตราใช้น้ำในการผลิตประมาณ 400 ลบม.ต่อชั่วโมง แต่ช่วงนี้สามารถสูบได้เพียงประมาณ 200 -300 ลบม.ต่อชั่วโมงเท่านั้น จึงส่งผลให้ขาดแคลนน้ำ ไม่เพียงพอในการส่งจ่าย ทำให้แรงดันส่งน้ำต่ำ ที่สำคัญระยะเวลาของฤดูแล้งยังอีกหลายเดือน คาดว่าจะวิกฤติหนักมากขึ้น และยากต่อการแก้ไข เพราะไม่มีแหล่งน้ำสำรอง อีกทั้งทิศทางของน้ำโขงเปลี่ยนไปตามธรรมชาติ จึงยากที่จะวางแผนแก้ไข รวมถึงน้ำที่ขุ่นเมื่อนำมาผลิตจะส่งผลต่อการเพิ่มต้นทุนตามมา
เบื้องต้นได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนในการขุดสันดอนทรายเปิดทางน้ำให้ไหลเข้าสู่ระบบสูบน้ำ แก้ปัญหาชั่วคราว แต่หากน้ำโขงแห้งมากกว่านี้อาจต้องควบคุมการจ่ายน้ำเป็นช่วงเวลา ซึ่งถือเป็นปัญหาที่ได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ ส่วนหนึ่งจึงอยากฝากให้ประชาชนในพื้นที่ ช่วยกันประหยัดน้ำในช่วงฤดูแล้ง ป้องกันปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งที่จะมาถึง ส่วนในระยะยาวได้ทำแผนแก้ไขด้วยการเสนอของบประมาณย้ายจุดสูบน้ำ แต่ต้องใช้งบประมาณมากถึง 50 ล้านบาท







