
คุกคามทางเพศ...สภาป่วน
ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจวันที่ 3 ยังหนักหน่วงไปด้วยประเด็นการโจมตี “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี ข้อหาปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน เมื่อเสือ 2 พรรคอยู่ในสภาเดียวกัน เป็นธรรมดาของ “ลิ้นกับฟัน” เพื่อไทยประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่ต้องปะทะจนเกิดวิวาทะและลีลาอันเมามันถ่ายทอดพฤติกรรมของ “ผู้แทน” ออกสู่สายตาประชาชนทั่วประเทศ
ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจวันที่ 3 ยังหนักหน่วงไปด้วยประเด็นการโจมตี “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี ข้อหาปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน เมื่อเสือ 2 พรรคอยู่ในสภาเดียวกัน เป็นธรรมดาของ “ลิ้นกับฟัน” เพื่อไทยประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่ต้องปะทะจนเกิดวิวาทะและลีลาอันเมามันถ่ายทอดพฤติกรรมของ “ผู้แทน” ออกสู่สายตาประชาชนทั่วประเทศ
เดือดตั้งแต่ช่วงเช้า สาธิต ปิตุเตชะ สส.ระยอง ประชาธิปัตย์ เปิดฉากโปรยยาหอมนายกฯ ว่าเป็นคนสวย ใจดี ก่อนถล่มตามมาว่าเป็นการสร้างภาพ เพราะทราบดีว่านายกฯ ปล่อยให้ผู้อื่นชักใยอยู่เบื้องหลัง ใช้งบประมาณช่วยเหลือพรรคพวก
“นายกฯ คนสวยมีสิทธิพิเศษ เข้าสภามามีป้ายเชียร์ ยิ่งสู้ยิ่งสวย ผมชอบนายกฯ คนนี้ตอนแรกสวยดี แต่นายกฯ จะสวยน่ารักอย่างเดียวไม่ได้ ต้องแก้ปัญหาของคนทั้งประเทศด้วย วันนี้นายกฯ คนสวยทำเพื่อพวกพ้องตัวเอง ผมจึงไม่สามารถไว้วางใจได้เลย ถึงแม้จะสวยขนาดไหนก็ตาม” สาธิต กล่าว
คำอภิปรายของสาธิต ทำให้ ชมภู จันทาทอง สส.หนองคาย พรรคเพื่อไทยประท้วง คำว่า นายกฯ คนสวยว่าไม่ควรพูด เพราะเป็นการใช้ความรุนแรงกับเพศแม่และภรรยา อีกทั้งนายกฯ ยิ่งลักษณ์ถือเป็นประธานของประเทศ
คู่ที่ฮือฮา คือ “รังสิมา-จ่าประสิทธิ์” โดยระหว่างที่ รังสิมา รอดรัศมี สส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายปัญหาการทุจริตในกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ตอนหนึ่งว่า ชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้าฝันแล้วกระซิบข้างหูว่า “คุณรังสิมาไม่ต้องกลัว ขอให้ทำหน้าที่โดยซื่อสัตย์ สุจริตต่อไป” จากนั้นนางรังสิมาได้อภิปรายชี้แจงตัวเลขงบประมาณว่า ตัวเองฝันว่ามีตัวเลขทุจริต จน จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สส.สุรินทร์ จากพรรคเพื่อไทย ประท้วงว่า “นายชวนยังไม่ตาย จะไปเข้าฝันได้อย่างไร” และไม่เห็นด้วยที่ น.ส.รังสิมา ใช้คำว่า ฝัน มาว่ากล่าวหารัฐบาลเพราะไม่มีความน่าเชื่อถือ
“ใครก็ฝันได้ ถ้าอย่างนี้ ผมฝันบ้างว่าไปนอนกับ น.ส.รังสิมาจะว่าอย่างไร”
วาทะจ่าประสิทธิ์ปลุกให้ สส.หญิงพรรคประชาธิปัตย์ ประท้วงกันวุ่นวาย โดยเรียกร้องให้จ่าประสิทธิ์ ไม่เพียงแต่ถอนคำพูด แต่ต้องขอโทษรังสิมา เพราะคำพูดของ สส.สุรินทร์รายนี้กักขฬะ หยามเพศแม่ของตัวเอง
ก่อนที่รุ่นใหญ่ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.พรรคประชาธิปัตย์ สำทับว่า อยู่ในสภามา 17 ปีไม่เคยมีพฤติกรรมของ สส.รายใดคุกคามและระรานทางเพศผู้อื่นซึ่งขัดต่อประมวลจริยธรรมสภา ข้อ 28 ควรให้คณะกรรมการจริยธรรมสอบสวน หากมีมติว่าไม่ร้ายแรงต้องให้ สส.ขอโทษและประณาม แต่หากร้ายแรงต้องยื่นเรื่องดำเนินการถอดถอน จ.ส.ต.ประสิทธิ์ต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน
อย่างไรก็ตาม ประธานที่ประชุม ขอให้จ่าประสิทธิ์ยอมถอนคำพูด ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมโดยดุษณี
ขณะที่กระแสนอกสภาแรงไม่แพ้กัน รสนา โตสิตระกูล สว.กทม. เขียนในเฟซบุ๊กว่า สภาไทยยุคนี้ มีคนประเภทที่ไม่เคยได้รับการอบรม ขาดจรรยามารยาทเข้ามากร่างอยู่ในสภาจำนวนมาก คิดจะพูดอะไรก็ได้เพื่อให้อีกฝ่ายเจ็บแสบ โดยไม่สำเหนียกว่าคำพูดนั้นสำคัญ และบ่งบอกชาติตระกูล การอบรม ว่ามีมากน้อยเพียงไร
“เมื่อ 3-4 ปีก่อน มีข่าวฮือฮา ที่ รมต.ต่างประเทศของฟินแลนด์ ส่ง sms ไปเกี้ยวพาราสีนักเต้นรำ นักเต้นรำคนนั้นไม่เล่นด้วย ไปฟ้องสื่อ สื่อออกข่าวประฌามครึกโครมจนรัฐมนตรีต่างประเทศคนนั้นต้องถูกออกจากตำแหน่ง ดิฉันไปประเทศฟินแลนด์ในปีนั้น ก็ถาม สส.ในสภา เขายอมรับว่าเป็นความจริง”
รสนา บอกว่า สิ่งนี้จะเกิดขึ้นในประเทศไทยได้ก็ขึ้นอยู่กับสังคมให้ความสำคัญมากน้อยเพียงใด
ความเห็นในเฟซบุ๊กรสนามีหลากหลาย เช่น “สภาไทยทำได้ทุกอย่างเพราะข้ามีอำนาจ จะถ่อยจะเถื่อนมีไรมั้ย เกินจะทนแล้ว” “นี่หรือคำพูดของผู้ทรงเกียรติของประเทศไทย เวรกรรมจริงๆ ค่ะ”
“ประเทศไทยได้คนประเภทนี้มาทำหน้าที่ในสภา” “ประท้วงโดยไร้เหตุผล แค่ทำให้เข้าตาทักษิณ” “คนสุรินทร์ที่มีสิทธิเลือกตั้งน่าจะออกมามีบทบาท ในกรณีที่ สส.ของจังหวัดขาดจริยธรรม” “สภายุคนี้ตกต่ำ จนกลายเป็นสภาขั้นต่ำ”







