posttoday
พาณิชย์ยันไม่ตรวจบริษัทผีมีหน้าที่ขายข้าวหน้าโกดัง

พาณิชย์ยันไม่ตรวจบริษัทผีมีหน้าที่ขายข้าวหน้าโกดัง

28 พฤศจิกายน 2555

บุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ พร้อมด้วย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ร่วมกันแถลงข่าวตอบโต้ฝ่ายค้าน กรณีการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ในส่วนที่กระทรวงพาณิชย์รับผิดชอบ โดยยืนยันว่าการดำเนินการเรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และมีการตรวจสอบทุกขั้นตอน เช่น หน่วยงานที่มาซื้อข้าวมีการรับรองจากประเทศนั้นๆ หรือไม่ และเมื่อตรวจสอบแล้วก็เข้าสู่การเจรจาเพื่อทำสัญญา ซึ่งยึดถือเป็นแนวทางที่มีการทำมาหลายรัฐบาล เป็นการระบายข้าวในราคาหน้าโกดัง ดังนั้นการระบายข้าวดังกล่าวก็สิ้นสุดที่กระทรวงพาณิชย์รับผิดชอบ ส่วนรายละเอียดของผู้ซื้อที่ให้คนมาซื้อนั้นอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบไม่เกี่ยวข้องกับกระทรวง

บุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ พร้อมด้วย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ร่วมกันแถลงข่าวตอบโต้ฝ่ายค้าน กรณีการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ในส่วนที่กระทรวงพาณิชย์รับผิดชอบ โดยยืนยันว่าการดำเนินการเรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และมีการตรวจสอบทุกขั้นตอน เช่น หน่วยงานที่มาซื้อข้าวมีการรับรองจากประเทศนั้นๆ หรือไม่ และเมื่อตรวจสอบแล้วก็เข้าสู่การเจรจาเพื่อทำสัญญา ซึ่งยึดถือเป็นแนวทางที่มีการทำมาหลายรัฐบาล เป็นการระบายข้าวในราคาหน้าโกดัง ดังนั้นการระบายข้าวดังกล่าวก็สิ้นสุดที่กระทรวงพาณิชย์รับผิดชอบ ส่วนรายละเอียดของผู้ซื้อที่ให้คนมาซื้อนั้นอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบไม่เกี่ยวข้องกับกระทรวง

การนำเรื่องดังกล่าวมาเชื่อมโยงถึงนายกฯ นั้น บุญทรง กล่าวว่า ภาพที่เอามาแสดงทุกภาคส่วน ทราบดีว่าเป็นเหตุการณ์ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ที่เกาะฮ่องกงในงานวันเกิด การเอาภาพใดภาพหนึ่งมาแสดงแล้วสมมติว่าสัมพันธ์เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจกัน ทั้งที่เป็นการถ่ายภาพตามปกติ จึงเห็นว่าที่เอามาแสดงไม่มีที่บ่งชี้ได้ว่าเชื่อมโยงกัน

“รัฐบาลที่แล้วทำนโยบายข้าวแบบประกันรายได้ มีการระบายข้าวเป็นลักษณะที่เป็นความลับเป็นยุทธศาสตร์ แต่รัฐบาลนี้ให้ประมูลเปิดเผย มีการประกาศชัด ผิดจากรัฐบาลที่แล้วที่เจรจาเป็นรายๆ ไม่มีการประมูล เสนอซื้อเพียงกระดาษแผ่นเดียว จากนั้นเข้าสู่ ครม.เพื่อให้อนุมัติ และการซื้อขายครั้งนี้ราคาก็สูงกว่าครั้งที่แล้ว และเป็นการซื้อขายตามหลักสากล” บุญทรง กล่าว

ส่วนเรื่องที่กล่าวอ้างว่ามีผู้ช่วย สส.เกี่ยวข้อง เป็นการกล่าวหาคนภายนอกและปะติดปะต่อเหตุการณ์ ไม่เกี่ยวข้องกับจีทูจี และยืนยันการดำเนินงานโปร่งใสตรวจสอบได้

ณัฐวุฒิ กล่าวว่า สมัยรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีการซื้อขายข้าวด้วยเอกสารลับ มีผู้ยื่นเรื่องนี้ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบ แล้วส่งเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จึงอยากตั้งข้อสังเกตว่า ทั้งที่ฝ่ายค้านอ้างว่ามีข้อมูลชัด แต่ไม่มีการยื่นเรื่องถอดถอน เพราะเห็นว่าจะกระทบกับพรรคประชาธิปัตย์ ที่พยายามกลบเรื่องไว้ใช่หรือไม่

โอฬาร ไชยประวัติ ประธานผู้แทนการค้าไทยและที่ปรึกษานายกฯ เปิดเผยว่า สำหรับผลดำเนินโครงการรับจำนำข้าวฤดูกาลผลิต 2554/2555 เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค 255430 ก.ย. 2555 ที่ใช้เงินกว่า 3.3 แสนล้านบาท ในการรับจำนำข้าว 18-19 ล้านตันนั้น เมื่อมีการทยอยขายข้าวในสต๊อกและทำการปิดบัญชีในอีก 20 เดือนข้างหน้า ซึ่งจะตรงกับช่วงเดือน ก.ย. 2556 คาดว่าโครงการนี้จะมีผลขาดทุนไม่ถึง 7 หมื่นล้านบาท “ฝ่ายค้านเอาคลิปมาเป็นภาพกว้างๆเท่านั้น ถ้าทำแบบนี้ทำตรงไหนก็ได้ ดังนั้น อยากให้พรรคประชาธิปัตย์ประกาศชัดเจนไปเลยว่าไม่เอาโครงการนี้ ให้กลับไปใช้ประกันราคาข้าวเหมือนเดิม”นายณัฐวุฒิ กล่าว

โพสต์ทูเดย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี แจงเมื่อปิดบัญชีจำนำข้าวปีหน้าแล้ว ผลขาดทุนจะน้อยกว่า 7 หมื่นล้านบาท มั่นใจไทยยังไม่เสียแชมป์ส่งออกข้าว

ทั้งนี้เชื่อว่าไทยจะไม่เสียแชมป์ส่งออกข้าวในแง่ของมูลค่า ซึ่งประเมินว่าในแง่ปริมาณการส่งออกข้าวระหว่างของไทย เวียดนามและอินเดีย เมื่อสิ้นสุดโครงการแล้วจะมียอดส่งออกที่ระดับใกล้เคียงกันที่ 7.5 ล้าน

ตัน บวกลบอีกไม่เกิน 5 แสนตัน ในขณะที่ข้าวของไทยขายได้ราคาส่งออกเฉลี่ยที่ตันละ 660 670 เหรียญสหรัฐต่อตัน สูงกว่าราคาข้าวเวียดนามที่ขายส่งออกในราคาตันละ 450 เหรียญสหรัฐ เนื่องจากคุณภาพ

ข้าวไทยดีกว่า

" ปีนี้ฝนแล้งเชื่อว่าปีหน้าราคาข้าวและธัญพืชจะสูง และเมื่อคำนวณราคาขายข้าวที่หักจากราคาที่ซื้อมาแล้วเชื่อว่าโครงการนี้จะขาดทุนไม่ถึง 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้ได้รวมค่าดำเนินการและดอกเบี้ย

เข้าไปแล้วอีก 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งเงินที่ขายข้าวได้ก็จะนำไปใช้ชำระหนี้เงินสินเชื่อหมุนเวียนที่ ธ.ก.ส. กู้มา " นายโอฬารกล่าว

สำหรับข้อตกลงการการซื้อขายในระบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) กับรัฐบาลจีนอีกว่า มีการข้อมูลที่เปิดเผยแล้วว่าจะมีข้าวส่งไปจีน 3 แสนตัน ราคาเฉลี่ย 800 เหรียญสหรัฐต่อตัน แยกเป็นค่าเฉลี่ยราคาข้าวหอมมะลิที่ 1,100

เหรียญสหรัฐต่อตัน ข้าวขาว 600 เหรียฐสหรัฐต่อตัน และปลายข้าว 450 เหรียญต่อตัน

นอกจากนี้นายโอฬาร ยังกล่าวถึงการระบายข้าวหอมมะลิอีกว่า ในปี 2555 ตั้งเป้าส่งออกไว้ที่ 2 ล้านตัน และเพิ่มอีก 20 % ในปี 2556 หรือประมาณ 2.4 ล้านตัน ในราคาไม่ต่ำกว่าราคาปัจจุบันที่ตันละ 1,100 เหรียญสหรัฐ โดยมีตลาดใหญ่คือ สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง จีน สิงคโปร์ แคนาดา ออสเตรเลีย ซึ่งที่ผ่านมาได้พาคณะเอกชนไทยไปลอนดอนประเทศอังกฤษ ซึ่งได้มีการทำข้อตกลงกับในการทำข้าวถุงถุงละ 5 กิโลกรัม และ 2 กิโลกรัมขายในร้านค้าขายปลีกเช่น เทสโก้โลตัส ร้านอาหารเสริมสุขภาพ ที่ในยุโรปและสหรัฐกำลังเป็นที่นิยมมาก รวมถึงร้านชำสมัยใหม่ของเอเซีย ซึ่งจะเป็นจุดจำหน่ายข้าวหอมในภัตตาคารอาหารไทยในอังกฤษต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท