
ปชป.ชี้เปลี่ยนอุปกรณ์เรือรบผิดระเบียบสำนักนายกฯ
ปชป.ซัดกองทัพเรือเปลี่ยนอุปกรณ์ป้องกันผิดระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยเรื่องพัสดุปี 52 ยันสามารถติดจุดอื่นแทนได้ ย้ำส่วนลด 25 ล.
ปชป.ซัดกองทัพเรือเปลี่ยนอุปกรณ์ป้องกันผิดระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยเรื่องพัสดุปี 52 ยันสามารถติดจุดอื่นแทนได้ ย้ำส่วนลด 25 ล.
นายศิริโชค โสภา สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยว่า กรณีที่กองทัพเรือออกมาแถลงข่าวชี้แจงการจัดซื้อระบบพัฒนาป้องกันภัยคุกคามของเรือหลวงนเรศวรและเรือหลวงตากสินนั้น แตกต่างกับรมว.กลาโหมอย่างสิ้นเชิง โดยรัฐมนตรีอ้างว่าเป็นเรื่องของน้ำหนักในการติดตั้งอุปกรณ์ แต่กองทัพเรือกลับระบุว่าแท่นยิงเป้าลวงแบบหมุนได้ ต้องใช้พื้นที่มาก จำเป็นต้องรื้อถอนและย้ายอุปกรณ์บนดาดฟ้าเรือออก กระทบต้องการขึ้นลงของเฮลิคอร์ปเตอร์ รวมถึงระบบควบคุมการยิง ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง 50%
ทั้งนี้ แต่ในเอกสารแนบท้ายมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เสนอ เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2555 ทางบริษัท SAGEM ยืนยันว่าสามารถติดตั้งได้ โดยไม่กระทบต่อระบบควบคุมการยิง และยังเสนอตำแหน่งสำรองเพิ่มอีก 4 จุด แต่กองทัพเรืองอ้าง ระบบแท่นยิงเป้าลวงแบบหมุนไม่ได้ เป็นระบบใหม่ไม่ต้องหันหัวเรือก่อนยิง เพราะยิงจากระบบใหม่ เลือกหมายเลขท่อยิง ปรับองศาเลือกหมายเลขยิงได้เลย แต่จากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญระบบสงคราม ระบุว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้ระบบดังกล่าวโดยไม่ต้องหันหัวเรือ
สำหรับกรณีที่ระบุว่าได้ส่วนลดราคาจาก 2,724,999,998.97 บาท เหลือ 2,699,999,000 บาท เป็นการลดราคา 25 ล้านบาท ไม่ใช่เป็นการลดราคา 1,000 บาท เนื่องจากราคากลางได้ตั้งไว้ที่ 2,700,000,000 บาท พร้อมยืนยันว่าข้อมูลที่เสนอต่อรัฐสภา ไม่ได้คลาดเคลื่อน เพราะรัศมีระบบแท่นยิงเป้าลวงแบบหมุนได้ สามารถติดตั้งได้ในจุดอื่น โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งบนดาดฟ้าเรือ
ส่วนกรณีที่กองทัพเรืออ้างว่าการเปลี่ยนอุปกรณ์ไม่ตรงกับทีโออาร์นั้นถูกต้องตามระเบียบของราชการ แต่ความเป็นจริงแล้วทีโออาร์ได้ระบุไว้ชัดเจนแล้วว่า ถ้ามีการเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ล้าสมัยกว่า และไม่เป็นไปตามทีโออาร์ ก็เท่ากับเป็นการกีดกันบริษัทอื่นที่ได้แพ้ไปแล้ว อันเนื่องจากไม่สามารถทำตามทีโออาร์ได้ ซึ่งเป็นการผิดกฎระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยเรื่องพัสดุ ปี 2552 ซึ่งฝ่านค้านจะได้ทำการยื่นเรื่องนี้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่อไป







