
พท.จวกสธ.ทุจริตไทยเข้มแข็ง 40 %
อภิปรายนอกสภาเข้ม ส.ส.เพื่อไทยขึ้นเวทีนปช. แฉทุจริตไทยเข้มแข็งกระทรวงสาธารณสุขมีถึง 40% ชี้จัดซื้ออาวุธกองทัพไม่โปร่งใส
อภิปรายนอกสภาเข้ม ส.ส.เพื่อไทยขึ้นเวทีนปช. แฉทุจริตไทยเข้มแข็งกระทรวงสาธารณสุขมีถึง 40% ชี้จัดซื้ออาวุธกองทัพไม่โปร่งใส
เวลา 16.30น.บนเวที นปช. เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนอกรัฐสภาเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในโครงการไทยเข้มแข็งของกระทรวงสาธารณสุข โดยนพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พบว่ามีการจัดสรรงบประมาณที่สิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็นอย่างการจัดซื้อเสาธงเพื่อมาติดตั้งหน้าสถานีอนามัยถึงต้นละ 5 แสนบาทซึ่งมีคำถามว่ามีความจำเป็นหรือไม่ที่ต้องใช้งบประมาณมากมายขนาดนี้
นพ.สุรวิทย์ กล่าวอีกว่า ยังมีงบประมาณการสร้างหอพักพยาบาลซึ่งปกติจะใช้งบประมาณแห่งละ 6 -7 ล้านบาท แต่รัฐบาลชุดนี้ทำงบประมาณในช่วงราคาน้ำมันต่ำ แต่มีการตั้งงบประมาณถึง 9 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าจะมีคนได้ประโยชน์จากส่วนต่างนี้ไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาททั่วประเทศ นอกจากนี้เชื่อว่าในโครงการของกระทรวงสาธารณสุขจะมีการทุจริตถึง 40 %
“ถ้าทุจริตแบบนี้เกิดขึ้นกับรัฐบาลในอดีตคงอยู่ไม่ได้แล้ว แต่รัฐบาลชุดนี้โชคดีที่สามารถควบคุมสื่อได้จึงทำให้อยู่เป็นรัฐบาลได้ถึงปัจจุบัน ทั้งๆที่ไม่ควรอยู่เป็นรัฐบาล” นพ.สุรวิทย์ กล่าว
ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ผลสอบสวนจากคณะกรรมการหลายชุดที่มีการตั้งขึ้นมาโดยเฉพาะคณะของนพ.บรรลุ ศิริพานิช เป็นประธาน ได้สรุปชัดเจนว่ามีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางทุจริต แม้ว่ารัฐบาลจะอ้างว่ายังไม่มีการจัดซื้อจัดจ้างจึงคิดว่าไม่มีความผิด แต่ตามหลักแล้วถึงจะเพียงแค่มีพฤติการณ์ก็ถือว่ามีความผิดแล้ว โดยการทุจริตในกระทรวงสาธารณสุขส่วนใหญ่เป็นไปในหลายลักษณะ คือ ทำการจัดซื้อให้กับหน่วยงานที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ หรือ เมื่อจัดซื้อมาแล้วแต่นำไปเก็บไว้ในสถานที่ที่ไม่มีความเหมาะสม
“ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง การจัดสรรงบประมาณมีการให้มากกว่าที่ขอ เช่น มีการขอ 3 ล้านบาท แต่ส่วนกลางจัดสรรให้ 5 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นความผิดปกติ อย่างเช่น รพ.พระนั่งเกล้าได้มีการคืนเงินงบประมาณบางส่วนคืนไป เป็นต้น ที่ร้ายที่สุด คือ มีการเร่งรัดให้หน่วยงานทำการขอจัดสรรอย่างเร่งรีบจนทำให้เกิดความผิดพลาดจำนวนมาก จึงสงสัยทำไมต้องเร่งรีบขนาดนั้น” นพ.ชลน่าน กล่าว
ส่วนการอภิปรายเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคง พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย กล่าววา การจัดซื้ออาวุธของกองทัพ โดยเฉพาะการจัดซื้อบอลลูนตรวจการณ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยข้อสังเกตการเบิกจ่ายเงินการจัดซื้อที่มีการทำสัญญาที่อัยการสูงสุดไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบ ทำให้เสียเปรียบคู่สัญญา ซึ่งเรื่องนี้ต้องมีการถอดถอน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เนื่องจากเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกองทัพ







