
2วันซักฟอก เบาหาหนัก ฉุด”ปู”จมกองข้าว
” ส.ส.รัฐบาลพาเหรดแก้ต่างแทนผู้นำ ราวกับความพยายามช่วยดึงนายกฯให้ออกมาพ้นกองข้าว ”
”ส.ส.รัฐบาลพาเหรดแก้ต่างแทนผู้นำ ราวกับความพยายามช่วยดึงนายกฯให้ออกมาพ้นกองข้าว ”
โดย ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
ศึกนอกสภากรณีม็อบเสธ.อ้ายผ่านพ้น ทิ้งไว้ด้วยเสียงวิจารณ์ขั้นตอนสลายฝูงชนผิดหลักสากลหรือไม่ที่แน่ๆ นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รอดตัวเพราะเป้าหมายม็อบจ้องล้มรัฐบาลไม่เป็นผล
แต่ความพะวงใจนายกฯปูมีต่อ เหตุนาทีนี้เข้าสู่โหมดศึกในสภาตามที่ฝ่ายค้านวางไว้อภิปรายไม่ไว้วางใจระหว่างวันที่ 25-27 พ.ย. ลงมติวันที่ 28 พ.ย. ขณะนี้ผ่านไปสองวันเห็นกลยุทธ์ฝ่ายค้านใช้วิธีบีบนวดรัฐบาลเบาไปหาหนัก หาใช่จากหนักไปหาเบาเหมือนวิธีผลักดันม็อบเสธ.อ้ายแต่อย่างใด
ซักฟอกวันแรกเน้น 3 รมต.ชาย ด้วยการจับลำดับอุณหภูมิอารมณ์ เริ่มตั้งแต่ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม คู่ปรับถอดยศหัวหน้าฝ่ายค้าน โดนข้อกล่าวหาแต่งตั้งปลัดกระทรวงกลาโหมขัดกฎหมาย ปล่อยให้ทุจริตโครงการจัดซื้อเรือตรวจการณ์ลาดตระเวน วงเงิน 553 ล้านบาท เกิดทุจริตโครงการปรับปรุงเรือฟริเกต เรือหลวงนเรศวร
ทว่า” บิ๊กโอ๋” เก็งข้อสอบถูก หักล้างข้อกล่าวหาแต่ละเรื่องอ้างว่าเป็นเรื่องเก่าเคลียร์ไปแล้ว เช่นกรณีแต่งตั้งปลัดกลาโหม ทำถูกต้องตามระเบียบ หรือการจัดซื้อเรือตรวจการงัดเอกสารไม่ผิดขั้นตอนทีโออาร์แถมการันตี แจงสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ถึง 6 ครั้ง ที่น่าสนใจแม้จะถูกตอดนิดตอดหน่อยตามสไตล์ประชาธิปัตย์ถนัดข้อมูลผสมโวหารแต่รมว.กลาโหมควบคุมภาวะอารมณ์ได้ แม้ชั้นนี้ฉลุยแต่ต้องไปอธิบายอีกรอบกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) เพราะถูกยื่นถอดถอนด้วย
รายสอง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ทราบกันตั้งแต่ไก่ยังไม่ขัน ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.พรรครักประเทศไทยจองกฐิน มุ่งเน้นกรณี หวย บ่อน ซ่อง พ่วงงบสร้างสถานีตำรวจ 5 พันกว่าล้านยังไม่แล้วเสร็จ แต่งานนี้เข้าทางนักการเมืองระดับเซียน หยิบสถิติปราบบ่อนในปี 55 จับได้ถึง 4 หมื่นกว่ารายได้โอกาสโฆษณาผลงานรัฐบาลไปซะเลย ขณะที่โครงการสร้างสถานีตำรวจไม่แล้วเสร็จอ้างตั้งกรรมการสอบแล้ว
แต่ที่สร้างความคาใจในหมู่ผู้ชม เห็นจะเป็นกรณีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. อภิปรายรัฐบาลละเลยไม่ถอดยศพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เมื่อเทียบกับกรณีอดีตนายตำรวจรายอื่นที่มีความผิดโดนถอดยศถ้วนหน้า เกมนี้ร.ต.อ.เฉลิม ไม่อธิบายหลักข้อกฎหมายมากนักแต่ท่องคาถาเดิม พ.ต.ท.ทักษิณโดนทหารยึดอำนาจ จึงไม่มีความผิด ถอดยศไม่ได้
สตช.ไม่ถอดยศพ.ต.ท.ทักษิณ จุดเชื้อความเป็นรัฐตำรวจ รื้อฟื้นความทรงจำผู้ติดตามให้เห็นถึงความเป็นสองมาตรฐาน
จุดอารมณ์ได้ที่ให้ชวนติดตามจึงเกิดรายการถล่มอีกรอบยามดึกกรณีชัชจ์ กุลดิลก ในฐานะที่เคยเป็นรมช.คมนาคม กับข้อกล่าวหาโครงการขุดลอกคูคลอง 5 ลุ่มน้ำ 1,215 ล้านบาท ส่อขัดพ.ร.บ.ฮั้ว และตามด้วยข้อหาใช้วิธีพิเศษเปิดช่องบริษัทเอกชนภายใต้การนำบิ๊กทหารเข้าไปบริหารพื้นที่ตลาดจตุจักร มีการโยงสายสัมพันธ์ให้เห็นจะจะ ซึ่ง พล.ต.ท.ชัชจ์ หันไปชักแม่น้ำทั้งห้าหันอธิบายชื่อเสียงตลาดนัดระดับโลก กว่าจะเข้าประเด็น ตอบได้เพียง “ไม่รู้จักผู้ประกอบการ” “ ไม่รู้จักนายทหารคุมจตุจักร” ทิ้งเงื่อนงำให้ไปตรวจสอบกันต่อในชั้น ป.ป.ช.
หลังโหมโรง 3 รัฐมนตรี เปิดหัวเชื้อเชิญชวนเข้าสู่วันที่สอง ล็อคเป้าผู้นำประเทศตามข้อกล่าวหาบริหารผิดพลาดโครงการรับจำนำข้าว
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าฝ่ายค้านฉายภาพใหญ่ความล้มเหลวจำนำข้าว “หากนำเงินอุดหนุนไปเรื่อยๆก็เตรียมรับภาระหนี้ปีละ 2.2 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นการขาดทุน 10 % ของงบประมาณในแต่ละปีได้เลย” จากนั้นบรรดาส.ส.ต่อคิวอภิปรายในรายละเอียด
จับทางเทคนิคส.ส.ประชาธิปัตย์ครั้งนี้ เตรียมการมาดี ทั้ง แอบถ่ายการขนข้าวเขมรสวมสิทธิ์ จับโกงตรวจวัดความชื้น บันทึกภาพภาพชาวนาให้สัมภาษณ์ได้รับเงินจำนำข้าวไม่ถึง 1.5 หมื่นบาท โดยมีเสียงเพลงความรันทดประกอบเหมือนกับนั่งดูทีวีบลูสกายตรวจสอบ
อย่างที่บอกข้างต้น ฝ่ายค้านพยายามจัดเบาไปหาหนัก จึงมาเกิดรายการไฮไลท์ช่วงค่ำชิงเรทติ้งละครแรงเงา แต่นี่เป็นแรงตรวจสอบพบพิรุธงัดหลักฐานเอกชนผูกขาดโยงนักการเมืองตั้งบริษัทผีรับซื้อข้าวจีทูจีจากจีน กระหน่ำดอกสองด้วยการเปิดคลิปวีดีโอสร้างความเข้าใจให้ผู้ชมถึงความสัมพันธ์ คนชื่อ”เสี่ยเปี๋ยง”ดอดพบคนไกล
อย่างนี้มันก็ผูกขาดสมประโยชน์นักการเมืองเอกชนนั่นเอง
ไม่ว่าจะอภิปรายซัดกระหน่ำอย่างไร ฝ่ายค้านวางเทคนิคชนิดขาดไม่ได้เด็ดขาด นั่นคือ การดึงเรื่องความผิดทั้งหมดเชื่อมโยงถึงนายกฯ เริ่มตั้งแต่ผู้นำฝ่ายค้านลงมาถึงลูกพรรคกำหนดให้ทุกคนย้ำแล้วย้ำอีก” ยิ่งลักษณ์เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ(กขช..) เพราะฉนั้นจะปฏิเสธหรือไม่รับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากโครงการรับจำนำข้าวไม่ได้” เรียกได้ว่า ไม่ใช่แค่นายกฯที่ก้มเงยอ่านสคริ๊ปแต่ฝ่ายค้านก็กำหนดสคริ๊ปทิศทางเดียวกันให้เน้นตัวนายกฯคือประธานกนข. พุ่งข้อกล่าวหาสากกระเบือยันเรือรบ นายกฯเท่านั้นต้องรับผิดชอบ
ไม่แปลกที่การชี้แจงของนายกฯ จะเต็มไปด้วยกระดาษโพยเต็มหน้าที่นั่ง อิงเอกสารราชการนำมาขึ้นชาร์จแจกแจงกลางสภา อาศัยข้อมูลจากหนังสือ"”รู้ลึกรู้จริงจำนำข้าว” ที่กระทรวงพาณิชย์จัดทำไว้ซึ่งเคยแจกก่อนหน้านี้นำมาให้นายกฯศึกษาล่วงหน้าเพื่อสร้างมั่นใจ การชี้แจงช่วงแรกนายกฯจึงเน้นแต่ความสำเร็จนโยบายจำนำข้าว เมื่อเป็นเช่นนี้ ข้อมูลฝ่ายค้านที่ลงในรายละเอียดปลีกย่อยจึงอยู่เหนือกำลังความสามารถนายกฯจะชี้แจง
พลันที่ฝ่ายค้านเปิดข้อมูลทุจริตแต่ละขั้นตอน ยุทธวิธีรัฐบาลวางเกราะป้องกันนายกฯจึงเกิดขึ้นด้วยการโยนให้ร.ต.อ.เฉลิม รับหน้าเสื่ออภิปรายแทน หรือกรณีการพาดพิง นักการเมืองไทยตั้งบริษัทผีในจีนรับซื้อข้าว จีทูจี หากให้นายกฯชี้แจงอาจเห็นสภาพปาดเหงื่อได้จึงไม่แปลกที่บุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ขอใช้สิทธิชี้แจง และตบท้ายด้วยความพยายามหักล้างฝ่ายค้านที่เน้นนายกฯเป็นประธาน กขช.มาตลอดวันว่า “แม้นายกฯเป็นประธานกขช.แต่ผมเป็นฝ่ายปฏิบัติ ผมจึงขอรับผิดชอบ”
ในความหมายพยายามบอกผู้ชมทางบ้าน นายกฯไม่ต้องรับผิดชอบทั้งหมด
เช่นเดียวกับการที่ให้ส.ส.รัฐบาลสลับขึ้นมาประท้วงข้อมูลฝ่ายค้านว่าการทุจริตไม่เกี่ยวข้องกับนายกฯ ซึ่งก็เป็นไปตามคาดฝ่ายค้านประท้วงวุ่นวายหาเหตุตามหานายกฯต้องชี้แจงเพียงผู้เดียว โต้ไปโต้มารัฐบาลหวังเตะตัดขาข้อมูลฝ่ายค้านฆ่าเวลาให้ผ่านวันที่สอง โดยไร้วี่แววนายกฯปรากฎกาย
ครึ่งทางซักฟอก ฝ่ายค้านจัดหนักข้อมูลความเสียหายทั้งระบบ จากชาวนา โรงสี เอกชน ถึงการแก้ไขปัญหาผ่านหน่วยงานท้องถิ่นส่วนราชการ กระทรวงพาณิชย์ ธกส. อตก. จนมาถึงทำเนียบฯ ดึงนายกฯให้จมอยู่กับข้อมูลฝ่ายค้านที่อยู่เหนือความคาดหมาย
แต่พลังเสียงในสภาหนาแน่น โดยที่ ส.ส.รัฐบาลพาเหรดแก้ต่างแทนผู้นำ ราวกับความพยายามช่วยดึงนายกฯให้ออกมาพ้นกองข้าว เลี่ยงการชี้แจง ถึงจะพ้นออกมาจากซากกองข้าวได้ แต่ดูสภาพสะบักสะบอมเปรอะเปื้อนเหลือเกิน







