posttoday
'พม่า'เปิดบ้านรับแขกปรับกฏลงทุนทุ่มไม่ยั้ง

'พม่า'เปิดบ้านรับแขกปรับกฏลงทุนทุ่มไม่ยั้ง

27 พฤศจิกายน 2555

ถือเป็นข่าวดีสำหรับบรรดานักลงทุนทั่วโลกอย่างแท้จริง เมื่อประธานาธิบดี เต็ง เส่ง แห่งพม่า

ถือเป็นข่าวดีสำหรับบรรดานักลงทุนทั่วโลกอย่างแท้จริง เมื่อประธานาธิบดี เต็ง เส่ง แห่งพม่าได้ตัดสินใจจรดปากกาเซ็นรับรองกฎหมายการลงทุนจากต่างชาติ (เอฟดีไอ)

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

ถือเป็นข่าวดีสำหรับบรรดานักลงทุนทั่วโลกอย่างแท้จริง เมื่อประธานาธิบดี เต็ง เส่ง แห่งพม่าได้ตัดสินใจจรดปากกาเซ็นรับรองกฎหมายการลงทุนจากต่างชาติ (เอฟดีไอ) ฉบับใหม่เมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมาในที่สุด หลังจากที่ยืดเยื้อผัดผ่อนมาได้ราว 10 เดือน

เพราะความคืบหน้าที่เกิดขึ้น ไม่เพียงแต่จะช่วยให้นักลงทุนสามารถวางแผนทิศทางการลงทุนของตนเองได้อย่างชัดเจนเท่านั้น กฎหมายการลงทุนจากต่างชาติฉบับใหม่ยังช่วยเรียกความเชื่อมั่นและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับพม่าได้มหาศาล

ยิ่งเมื่อบวกกับข่าวดีที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ไล่เรียงตั้งแต่การประกาศให้เงินช่วยเหลือเพื่อพัฒนาชุมชนชาวพม่าของเวิลด์แบงก์มูลค่า 245 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 7,350 ล้านบาท) หลังจากระงับโครงการไปถึง 25 ปี การให้เงินช่วยเหลือเพื่อการพัฒนากว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3,000 ล้านบาท) จากสหภาพยุโรป (อียู) และการประกาศยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจากสหรัฐ พร้อมด้วยการมาเยือนย้ำสัมพันธ์และย้ำความสำคัญของพม่าของประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ

พม่าในปัจจุบัน จึงได้รับการขนานนามจากนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ว่าเหมือนขุมทองแห่งใหม่ของโลกที่พร้อมต้อนรับนักลงทุนต่างชาติ โดยมีศักยภาพที่น่าสนใจลงทุนหลักๆ 5 ด้าน คือ การท่องเที่ยว การพลังงาน การสื่อสารโทรคมนาคมและการขนส่งคมนาคม การทำเหมืองและทรัพยากรธรรมชาติ และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์หลายสำนักต่างเห็นตรงกันอีกว่า การปรับเปลี่ยนกฎหมายการลงทุนจากต่างชาติของพม่าในครั้งนี้ คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ส่งสัญญาณให้โลกเห็นอย่างชัดเจนว่า พม่าพร้อมแล้วสำหรับการเปิดบ้านต้อนรับนักลงทุน

และที่สำคัญ พม่าก็พร้อมแล้วที่จะให้แลกเปลี่ยนผลประโยชน์อย่างเต็มที่ชนิดที่ไม่มีหวงไม่มียั้ง ภายใต้เงื่อนไขเดียวกันว่า นักลงทุนต่างชาตินั้นก็ต้องไม่อั้นกับพม่าเช่นเดียวกัน

สำหรับการเปลี่ยนแปลงหลักๆ ที่แสดงความใจป้ำของพม่า แรกสุดก็คือการที่ให้นักลงทุนต่างชาติสามารถถือกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของกิจการได้ 100% โดยไม่ต้องแบ่งปันเป็นหุ้นส่วนกับใคร พร้อมกันนี้ กฎหมายฉบับใหม่ยังอนุญาตให้สามารถเคลื่อนย้ายเงินสกุลต่างประเทศเข้า-ออก ประเทศพม่าได้โดยสะดวก

นอกจากนี้ ยังนับเป็นครั้งแรกเช่นกันที่กฎหมายใหม่ของพม่าอนุญาตให้ผู้ร่วมลงทุนทั้งสองฝ่ายเป็นผู้ตัดสินใจสัดส่วนการถือหุ้นของกันและกันเอง แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความยุติธรรมและเท่าเทียม

ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลพม่ายังออกปากให้คำมั่นสัญญารับรองรับประกันอย่างแข็งขันอีกว่า จะไม่มีการก้าวก่ายหรือเข้ายึดกิจการของเอกชนต่างชาติแน่นอนในระยะเวลาของการดำเนินกิจการธุรกิจตามที่ได้ตกลงกันไว้ ซึ่งขั้นต่ำอยู่ที่ 10 ปี

แถมด้วยการยกเว้นภาษีให้กับบริษัทที่เข้ามาลงทุนในช่วง 5 ปีแรกของการดำเนินกิจการ โดยที่เปิดทางให้สามารถได้รับการยกเว้นภาษีเพิ่มเติม หากว่าการดำเนินการกิจการของธุรกิจเหล่านั้นประสบความสำเร็จตามเป้าหรือเกินความคาดหมาย

เรียกได้ว่า ทุ่มให้แบบเต็มที่ ชนิดที่เมื่อเทียบกับประเทศลาว ซึ่งเปิดประเทศมาก่อนพม่าหลายปียังไม่กล้าให้ โดยลาวนั้นแม้จะให้ต่างชาติครอบครองกิจการเป็นเจ้าของได้ 100% เต็ม แต่ก็กำหนดระยะเวลาในการครอบครองได้ไม่เกิน 50 ปี และต่ออายุได้ไม่เกิน 75 ปี

พูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติที่เข้าไปลาว ไม่สามารถสืบทอดส่งต่อกิจการให้รุ่นหลานหรือเหลน แต่สำหรับการลงทุนในพม่าไม่ว่ารุ่นไหนๆ ถ้ายังมีแรงและมีใจก็ทำได้ต่อไปโลด

อย่างไรก็ตาม แม้จะแสดงความใจกว้างเปิดบ้านอ้าแขนรับนักลงทุนอย่างเต็มที่ แต่พอเอาเข้าจริง นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่กลับมองว่า การกระทำของพม่าทั้งหมดเป็นเพียงแค่ก้าวเล็กๆ ก้าวหนึ่งเท่านั้น และยังไม่เพียงพอที่จะเป็นการรับประกันให้นักลงทุนเชื่อมั่นได้อย่างหมดใจว่าพม่าพร้อมรับการลงทุนจากต่างชาติอย่างแท้จริง

เหตุผลเพราะปัญหาสำคัญที่พม่ายังคงให้คำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ก็คือ การจัดการควบคุมอิทธิพลของเจ้าหน้าที่ทหารและพวกพ้องซึ่งครองเสียงข้างมากในสภาพม่าชุดปัจจุบัน เห็นได้จากกฎหมายการลงทุนฉบับใหม่ที่มีการสนับสนุนให้จัดตั้งคณะกรรมาธิการการลงทุนพม่า (เอ็มไอซี)

เกวน โรบินสัน นักวิเคราะห์จากหนังสือพิมพ์เดอะ ไฟแนนเชียล ไทมส์ ระบุว่า คณะเอ็มไอซีซึ่งได้รับการคัดเลือกและแต่งตั้งจากรัฐบาลจะมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจได้อย่างเต็มที่ว่าจะอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาดำเนินการในภาคธุรกิจต่างๆ ได้มากน้อยแค่ไหน

ตัวอย่างเช่น จากกฎหมายฉบับเดิมที่จำกัดให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมประมงและภาคการเกษตรไม่เกิน 35% แต่กฎหมายฉบับใหม่ระบุชัดว่าให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการเอ็มไอซีแต่เพียงผู้เดียว

ปัญหาก็คือ คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาล ซึ่งมีเจ้าหน้าที่และพวกพ้องทหารครองเสียงข้างมากอยู่จะพิสูจน์ความโปร่งใสและน่าเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน เพื่อให้แน่ใจว่าการตัดสินใจให้ต่างชาติรายหนึ่งๆ เข้ามาลงทุนนั้นเป็นไปอย่างถูกต้องและยุติธรรม

เพราะไม่เช่นนั้น คณะกรรมาธิการเอ็มไอซี ก็จะเป็นเพียงสิ่งที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า เป็นเครื่องมือของรัฐบาลที่จะปกป้องผลประโยชน์ของพวกพ้อง หรือเพื่อหวังกอบโกยความมั่งคั่ง

ขณะที่ โรเบิร์ต ซาน เป นักกฎหมายลูกครึ่งอังกฤษ-พม่า กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า ขั้นตอนการดำเนินงานของคณะกรรมการและอำนาจการจัดการที่มีเอื้อให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน และการตัดสินใจโดยยึดตัวเองเป็นใหญ่มากกว่าหลักกฎเกณฑ์การค้าการลงทุน และผลประโยชน์ของประเทศชาติโดยรวม

นอกจากนี้ ยังไม่นับรวมกระแสการเมืองภายในประเทศที่มีสิทธิเปลี่ยนแปลงพลิกผันได้ทุกเมื่อ โดยที่นักวิเคราะห์หลายสำนักเห็นตรงกันว่า มีความเป็นไปได้ 2 ทาง คือผ่านการรัฐประหารของทหาร หรือผ่านการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นอีกรอบในปี 2558 และทำให้ อองซาน ซูจี ขึ้นดำรงตำแหน่ง

เรียกได้ว่า แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมายการลงทุนจากต่างชาติ แต่ถ้ารัฐบาลพม่ายังไม่สามารถกำหนดกรอบการดำเนินงานที่ชัดเจน รวมถึงเดินหน้าปฏิรูปกระบวนการทางศาลเพื่อบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ สิ่งที่นักลงทุนต่างชาติสมควรต้องทำก็คือการประวิงเวลาตัดสินใจ

และหากเป็นเช่นนั้น ย่อมเป็นรัฐบาลพม่ากับความเจริญก้าวหน้าของประเทศที่จะพลาดประโยชน์ตามที่คาดหวังเอาไว้

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท