
มท.กำชับผู้ว่าฯป้องกันอุบัติภัยช่วงลอยกระทง
ปลัดมท.สั่งกำชับผู้ว่าฯทุกจังหวัดคุมเข้มป้องกันอุบัติภัยช่วงเทศกาลลอยกระทง 24-29 พ.ย.นี้
ปลัดมท.สั่งกำชับผู้ว่าฯทุกจังหวัดคุมเข้มป้องกันอุบัติภัยช่วงเทศกาลลอยกระทง 24-29 พ.ย.นี้
นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า วันที่ 28 พ.ย.นี้ เป็นวันลอยกระทงตามประเพณีไทย และหลายพื้นที่ของจังหวัดได้จัดให้มีงานเทศกาลวันลอยกระทง โดยมีช่วงระยะเวลาการจัดงานตั้งแต่ช่วงระหว่างวันที่ 24 – 29 พ.ย. 2555 และพี่น้องประชาชนนิยมเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ ทั้งทางบก และทางน้ำ เพื่อร่วมงานเทศกาลวันลอยกระทง ประกอบกับสถานที่จัดงานลอยกระทงส่วนใหญ่จะเป็นสถานที่ริมน้ำ โป๊ะ ท่าเทียบเรือโดยสาร ตลอดจนเส้นทางคมนาคมทางน้ำ โดยจะมีการจุดพลุ ประทัด ดอกไม้ไฟ และการปล่อยโคมลอย เพื่อเฉลิมฉลองในเทศกาลดังกล่าวเป็นจำนวนมาก และอาจเป็นเหตุให้เกิดอัคคีภัย อุบัติเหตุจากการจราจรทั้งทางบกและทางน้ำ สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
ในการนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการป้องกันอันตรายจากอุบัติเหตุ อุบัติภัยในช่วงเทศกาลลอยกระทงที่อาจจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุบัติภัยทางน้ำ กระทรวงมหาดไทยจึงได้สั่งการให้ทุกจังหวัดดำเนินการ ดังนี้
1. กำชับให้นายทะเบียนท้องที่เข้มงวด กวดขัน การพิจารณาออกใบอนุญาต หรือต่ออายุใบอนุญาตให้ทำ สั่ง นำเข้า หรือค้าดอกไม้เพลิง รวมทั้งตรวจสอบสถานที่เก็บ ทำ หรือค้าดอกไม้เพลิงที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยให้ดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 อย่างเคร่งครัด
2.กำชับให้ผู้อำนวยการหรือเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตรวจตราอาคารสถานที่ โป๊ะ ท่าเทียบเรือโดยสารที่มีสภาพไม่มั่นคงแข็งแรง อาจก่อให้เกิดสาธารณภัยได้โดยง่าย ให้แจ้งหน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นทราบ เพื่อตรวจสอบ ซ่อมแซมให้มั่นคงแข็งแรงตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
3.กำชับให้ผู้อำนวยการท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่รับผิดชอบ เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที
4.กำชับให้หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน ที่จะจัดงานเทศกาลวันลอยกระทง เตรียมการป้องกันและระมัดระวังเพื่อมิให้เกิดอุบัติภัยจากการจุดพลุ ประทัด หรือดอกไม้เพลิง รวมทั้งจัดให้มีอุปกรณ์ช่วยชีวิตทางน้ำ สำหรับพื้นที่ภาคใต้ซึ่งมีโอกาสเกิดพายุ ฝนฟ้าคะนองและวาตภัย ให้เข้มงวดในการดูแลสิ่งปลูกสร้างในบริเวณการจัดงานให้มีความมั่นคงแข็งแรง
5.กำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยทางถนน และเข้มงวด กวดขัน ให้ถือปฏิบัติตามกฎหมาย ตามมาตราการ 3 ม. 2 ข. 1 ร. รวมทั้งขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร ขับรถย้อนศร โทรศัพท์ขณะขับรถ และแซงในที่คับขันอย่างเคร่งครัด
6.ให้จัดชุดเจ้าหน้าที่และสั่งใช้สมาชิกอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) และขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินการ 1) เฝ้าระวังสถานที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย และอุบัติภัยอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุบัติภัยทางน้ำ 2) จัดระเบียบการจราจรและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร 3) เฝ้าระวัง ตรวจสอบความปลอดภัยบริเวณโป๊ะ ท่าเทียบเรือโดยสาร สถานที่ริมน้ำสำหรับประชาชนใช้ลอยกระทง และเส้นทางคมนาคมทางน้ำ ที่เป็นจุดเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย 4) จัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วพร้อมอุปกรณ์ดับเพลิง อุปกรณ์ไฟฟ้าส่องสว่างและกู้ภัย เตรียมความพร้อมประจำ ณ สถานที่ที่มีผู้ไปร่วมงานประเพณีลอยกระทง
7.ให้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการธุรกิจร้านค้าซึ่งดอกไม้เพลิง ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงสถานที่จัดงานประเพณี กิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเพณีลอยกระทง เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจถึงภัยอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการจุดพลุ ประทัด หรือดอกไม้เพลิง และบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนกฎหมาย รวมถึงสถานที่จัดงานที่เป็นสถานที่ซึ่งห้ามจำหน่ายสุรา
8.กรณีเมื่อเกิดอัคคีภัยหรืออุบัติภัยที่ทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ให้ดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุ และรายงานให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทราบทันที เพื่อดำเนินการช่วยเหลือต่อไป
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ท่องเที่ยวในเทศกาลวันลอยกระทงอย่างมีความสุข สนุก และปลอดภัย จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้กวดขัน ผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมทั้งตรวจสอบสถานที่จัดงาน ให้มีความพร้อม เพื่อรองรับเทศกาลวันลอยกระทงในปีนี้ด้วย







