
แฉตั้งบริษัทผีรับซื้อข้าวจีทูจี
"หมอวรงค์"แฉตั้งบริษัทผีรับซื้อข้าวจีทูจี พบชื่อผู้ช่วย "ภรรยาอริสมันต์" อยู่เบื้องหลัง โยงใกล้ชิด "เสี่ยเปี๋ยง" บิ๊กสยามอินดิก้า ซัดนายกฯรู้เห็นตลอด
"หมอวรงค์"แฉตั้งบริษัทผีรับซื้อข้าวจีทูจี พบชื่อผู้ช่วย "ภรรยาอริสมันต์" อยู่เบื้องหลัง โยงใกล้ชิด "เสี่ยเปี๋ยง" บิ๊กสยามอินดิก้า ซัดนายกฯรู้เห็นตลอด
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 26 พ.ย. ที่รัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ลุกขึ้นอภิปรายไม่ไว้วางใจน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) โดย น.พ.วรงค์ อภิปรายโจมตีการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ที่รัฐบาลอ้างว่าขายให้กับบริษัทไทยและบริษัทจีน โดยรัฐบาลอ้างว่ารัฐบาลจีนมีการตั้งบริษัทขึ้นมารับข้าวในเงื่อนไขจีทูจี แต่จากการตรวจสอบพบว่าบริษัทจีเอสเอสจี อิมพ์แอนด์เอ็กซ์พอร์ต ประเทศจีนที่รับซื้อข้าวของรัฐบาลนั้นมีชื่อนายรัฐนิธ โสจิรกุลเป็นผู้มีอำนาจของบริษัท ลงนามมอบอำนาจให้กับนายนิมล รักดี ที่อยู่ อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร ให้เป็นผู้มีอำนาจในการลงนามแทน
เมื่อตรวจสอบพบว่า นายรัฐนิชนั้นมีชื่อเล่นว่า “ปาล์ม” แท้จริงแล้วเป็นผู้ช่วยลำดับที่ 3 ของนางรพีพรรณ พงศ์เรืองรอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ภรรยาของนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำคนเสื้อแดง
“ตรวจสอบแล้วว่านายรัฐนิชมีอายุ 32 ปีมีเงินฝากในธนาคารกรุงไทยค้างอยู่เพียง 64 บาท 63 สตางค์ ไม่น่าเชื่อว่ารัฐบาลจะค้าขายข้าวจีทูจีกับคนแบบนี้”น.พ.วรงค์กล่าว
น.พ.วรงค์ กล่าวต่อว่า ส่วนชื่อนายนิมล ที่เป็นผู้มีอำนาจของบริษัทจีนนั้น ตรวจสอบพบว่าเป็นคนในพื้นที่ จ.พิจิตร ชื่อ “เสี่ยโจ” เป็นมือขวาให้กับ “เสี่ยเปี๋ยง” ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทเพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง โดยเสี่ยเปี๋ยงเคยถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดในการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ในปี 46 – 47 สมัยรัฐบาลของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ
อย่างไรก็ตามบริษัทเพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัทสยาม อินดิก้า บริษัทใหญ่ที่รับข้าวจากโครงการรับจำนำของรัฐบาล เห็นได้ชัดว่าการขายข้าวจีทูจีของรัฐบาลไม่มีจริง เป็นการซื้อขายกับบริษัทผีที่มีเพียงชื่อแต่ให้พรรคพวกตัวเองเป็นผู้ดำเนินการซื้อขายข้าวกับรัฐบาล
นพ.วรงค์ อภิปรายอีกว่าสำหรับข้าวที่มีการซื้อขายพบว่าถูกนำไปไว้ที่โกดัง จ.พิจิตร ซึ่งเป็นโกดังเก็บข้าวของบริษัทสยามเพรซิเดนท์ โดยใช้วิธีการเทข้าวเก็บไว้ในโกดัง แทนเก็บไว้ในกระสอบ โดยทราบว่าเมื่อช่วง 5 พ.ค. - 16 ก.ค.ที่ผ่านมา มีการนำข้าวไปไว้ถึง 4.1 แสนกระสอบ ทั้งนี้ประเด็นที่เกิดขึ้นนั้น นายกฯ ทราบข้อมูลมาตลอด ถือว่าเป็นการสมรู้ร่วมคิดกับรัฐมนตรีในการกระทำทุจริต ตามที่เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาล
ทั้งนี้จากการตรวจสอบของการบันทึกเบิกข้าวของกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ พบว่ามีการอำพรางชื่อบริษัทที่จะส่งมอบข้าว โดยใบบันทึกช่วงต้นพบมีการบันทึกบริษัทรับข้าวว่า “สยามเอริก้า” แต่ช่วงท้ายของบันทึกเบิกข้าว เจ้าหน้าที่พิมพ์ว่าสยามอินดิก้า ดังนั้นจึงถือว่ามีการลับลวงพราง







