
ปชป.โชว์ข้อมูลจำนำข้าวเอื้อโรงสีรวย730ล.
ปชป.ชี้ยอดส่งออกข้าวรัฐขัดตัวเลขศุลกากร อัดรัฐบาลเอื้อพวกพ้องสส.เพื่อไทย ยันโรงสีอีสานรวยพุ่ง 730 ล้าน
ปชป.ชี้ยอดส่งออกข้าวรัฐขัดตัวเลขศุลกากร อัดรัฐบาลเอื้อพวกพ้องสส.เพื่อไทย ยันโรงสีอีสานรวยพุ่ง 730 ล้าน
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 26 พ.ย. ที่รัฐสภา ยังคงมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจในประเด็นโครงการับจำนำข้าวของรัฐบาล โดยนายเกียรติ สิทธีอมร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นอภิปราย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.)
ทั้งนี้นายเกียรติอภิปรายว่า จากการตรวจสอบตัวเลขของกรมศุลกากรระบุว่าการส่งออกข้าวทั้งระบบของประเทศได้เพียง 4.7 ล้านตันเท่านั้นไม่ใช่ 5 ล้านกว่าตันตามที่รัฐบาลกล่าวอ้าง อยากตั้งข้อสังเกตว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการเวียนเทียนข้าวให้ไปวิ่งเล่นในประเทศ เนื่องจากเมื่อปีที่ผ่านมาประเทศประสบปัญหาน้ำท่วม 3-4 เดือนแล้วรัฐบาลนำข้าวที่ไหนมารับจำนำ
นายเกียรติ กล่าวอีกว่า นอกจากจะมีการเวียนเทียนนำสต๊อกเก่ารวมถึงข้าวในประเทศเพื่อนบ้านมาจำนำเเล้ว การที่รัฐบาลบอกว่าได้ทำสัญญาขายข้าว 7.3ล้านตันแล้วนั้นถือเป็นการส่งออกที่จะเสร็จสิ้นในปี 56 และกว่าจะได้เงินต้องบวกไปอีกกว่า 2 ปี และจะยิ่งขาดทุนเพราะเท่าที่ทราบรัฐบาลขายข้าวได้ต่ำกว่าราคากลางของตลาดที่กำหนดไว้ 600 เหรียญหรือ 1.8 หมื่นบาทต่อตัน แต่ความจริงขายได้เพียง 400 เหรียญต่อตันเท่านั้น โดยอ้างว่าเป็นราคามิตรภาพ ไม่ทราบว่าใครให้สิทธินายกรัฐมนตรีไปขายข้าวในราคามิตรภาพ
"วันนี้ในวงการข้าวเขาทราบกันดีว่าถ้าโรงสีใดอยากได้ข่าวต้องติดต่อเจ๊ "ด." คนเดียว และที่ผ่านมามีบริษัท "ส." ได้สิทธิกระจายข้าวจากโครงการรับจำนำ มีการจัดเป็นระบบในการส่งมอบ จัดหาข้าวและแบ่งกำไรให้โรงสีกิโลกรัมละ 1 บาท"นายเกียรติกล่าว
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมามีผู้เตือนรัฐบาลเกี่ยวกับโครงการนี้ผ่านการเขียนบทความกว่า 3,500 บทความในประเทศ และบทความต่างประเทศถึง 356 บทความ อีกทั้งสถาบัน Carnegie ที่มีอดีตประธานธนาคารโลกประจำประเทศไทยเป็นประธานสถาบันได้เตือนรัฐบาลว่าโครงการนี้จะทำให้รัฐบาลเสียงบประมาณถึงเกือบ 5% ของรายได้ของทั้งประเทศ แต่ที่ผ่านมารัฐบาลกลับไม่เคยรับฟัง
นายเกียรติ กล่าวต่อว่า หากเทียบงบประมาณที่รัฐบาลใช้กับโครงการรับจำนำพบว่าขาดทุนมหาศาล เพราะมติคณะรัฐมนตรีอนุมัติเงิน 4.05 แสนล้านบาทต้องรับจำนำข้าวได้ 26 ล้านตันครอบคลุมเกษตรกร 4 ล้านครัวเรือน แต่รัฐบาลกลับใช้เงิน 4.05 แสนล้านรับจำนำข้าวได้เพียง 18 ล้านตันและครอบคลุมเกษตรกรเพียง 1.7 ล้านครัวเรือนเท่านั้น เท่ากับเงินหายไปถึง 1.2 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ตัวเลขจากสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติยังระบุว่ารัฐบาลใช้เงินโครงการรับจำนำข้าวนาปีและนาปรังในปี 54/55 รวมถึงข้าวนาปรังรวมเป็นงบที่ไม่ใช่เพียงเบิกออกมาแต่ใช้ไปแล้วถึง 5.17 แสนล้านบาท หากเทียบกับสูตร 4.05 แสนล้านบาทต้องได้ 26 ล้านตันแล้ว เท่ากับว่าเงินหายไปจากงบประมาณ 5.17 แสนล้านบาทถึง 1.8 แสนล้านบาท
ทั้งนี้เม็ดเงินจากโครงการรับจำนำข้าวไม่ได้ตกถึงเกษตรกรอย่างแท้จริง เพราะจากการตรวจสอบโรงสีข้าวของ สส.พรรคเพื่อไทยหลายแห่งพบว่ามีรายได้เพิ่มขึ้นมหาศาล โรงสีในประเทศมีทั้งหมด 3.8 หมื่นราย มีโรงสีขนาดใหญ่ 3 พันโรง แต่มีโรงสีที่เข้าโครงการรับจำนำเพียง 652 โรงเท่านั้น พบว่าโรงสีในภาคกลางแห่งหนึ่งมีรายได้ในปี 53 เพียง 19 ล้านบาท แต่กลับเพิ่มขึ้นในปี 54 ถึง 44 ล้านบาท โรงสีแห่งหนึ่งที่ติดกับ กทม.ปี 53 มีเพียง 3 หมื่นบาท แต่เพิ่มขึ้นสูงถึง 114 ล้านบาทในปี 54 และยังพบว่าโรงสีอีกแห่งในภาคอีสานมีรายได้สูงขึ้นถึง 730 ล้านบาท ทั้งนี้ไม่ต้องการเปิดเผยชื่อเจ้าของโรงสี เพราะวันนี้ตั้งใจมาอภิปรายนายกรัฐมนตรี
"นี่เป็นการทุจริตเชิงนโยบาย เพราะอาศัยนโยบายของรัฐบาลทำให้เกิดการทุจริต แทนที่จะเป็นการจำนำทุกเมล็ด แต่กลับกลายเป็นการทุจริตทุกเมล็ด"นายเกียรติกล่าว







