posttoday
เพื่อไทยเปิดซักฟอกนอกสภาอัดรัฐใช้งบสิ้นเปลือง-โยกย้ายไม่เป็นธรรม

เพื่อไทยเปิดซักฟอกนอกสภาอัดรัฐใช้งบสิ้นเปลือง-โยกย้ายไม่เป็นธรรม

26 มีนาคม 2553

เพื่อไทยเปิดซักฟอกนอกสภาบนเวทีทีเสื้อแดงวันแรก ซัดรัฐ4ประเด็น เอื้อประโยชน์เอกชน-ทุจริตใช้งบสิ้นเปลือง-กองทัพซื้อาวุธตรวจสอบไม่ได้-โยกย้ายไม่เป็นธรรม

เพื่อไทยเปิดซักฟอกนอกสภาบนเวทีทีเสื้อแดงวันแรก ซัดรัฐ4ประเด็น เอื้อประโยชน์เอกชน-ทุจริตใช้งบสิ้นเปลือง-กองทัพซื้อาวุธตรวจสอบไม่ได้-โยกย้ายไม่เป็นธรรม

บรรยากาศการเปิดอภิปรายนอกสภาบนเวทีกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ของพรรคเพื่อไทยในช่วงบ่ายวันที่  26 มี.ค. มีส.ส.พรรคเพื่อไทยทยอยขึ้นเวทีเพื่ออภิปรายการทำงานของรัฐบาลในประเด็นต่างๆอย่างต่อเนื่อง

นายสงวน พงศ์มณี ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้อนุมัติให้รัฐบาลเป็นผู้รับผิดชอบค่าที่ปรึกษาในการก่อสร้างโครงการแอร์พอร์ตลิงค์ จำนวน310 ล้านบาท ทั้งที่ควรเป็นความรับผิดชอบของผู้รับสัมปทานก่อสร้าง ซึ่งก็คือบริษัทซิโนไทย ที่มีภรรยาและลูกของ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท

"นายชวรัตน์พยายามเสนอครม.ให้อนุมัติให้รัฐบาลเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้มาหลายต่อหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จไม่ว่าจะเป็นในสมัยรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แต่มาสำเร็จในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ทั้งที่นักกฎหมายเยอะแยะในครม.แต่ไม่เห็นมีใครดูเลย"นายสงวนกล่าว

นอกจากนี้การที่บริษัทซิโนไทยเข้ามาเป็นคู่สัญญากับรัฐก็ผิดตามรัฐธรรมนูญเพราะ รัฐธรรมนูญกำหนด ไว้ชัดเจนว่า ห้ามบริษัทที่คู่สมรสและบุตรของรัฐมนตรีเป็นเจ้าของเป็นคู่สัญญากับรัฐ  รวมทั้ง บริษัทซิโนไทย ไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างให้เสร็จสิ้นตามกำหนดได้ ต้องเสียค่าปรับ 12.9 ล้านบาทต่อวัน แต่กลับมีการขยายเวลาก่อสร้างเพิ่มให้

จวกโครงการเรียนฟรีใช้งบสิ้นเปลือง

ด้าน นายวิทยา ทรงคำ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย อภิปรายโจมตีนโยบายเรียนฟรีของรัฐบาล การยกเลิกโครงการเอสเอ็มอี เอสเอ็มแอล และการอนุมัติงบประมาณเพื่อใช้ในโครงการเสริมสร้างสมานฉันท์ของคนในประเทศ โดยระบุว่า เสียดายงบประมาณที่รัฐนำไปใช้เพราะเป็นการนำไปใช้อย่างไม่ถูกต้องและไม่สมควร จนทำให้คนทั้งประเทศต้องออกมาชุมนุมอยู่ที่สะพานผ่านฟ้า

แฉการเมืองแทรกทำงบไทยเข้มแข็งสธ.บาน

จากนั้น เวลา 16.30น.เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนอกรัฐสภาเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในโครงการไทยเข้มแข็งของกระทรวงสาธารณสุข โดยนพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พบว่ามีการจัดสรรงบประมาณที่สิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็นอย่างการจัดซื้อเสาธงเพื่อมาติดตั้งหน้าสถานีอนามัยถึงต้นละ 5 แสนบาทซึ่งมีคำถามว่ามีความจำเป็นหรือไม่ที่ต้องใข้งบประมาณมากมายขนาดนี้

นพ.สุรวิทย์ กล่าวอีกว่า รวมไปถึงงบประมาณการสร้างหอพักพยาบาลซึ่งปกติจะใช้งบประมาณแห่งละ 6 -7 ล้านบาท แต่รัฐบาลชุดนี้ทำงบประมาณในช่วงราคาน้ำมันต่ำแต่มีการตั้งงบประมาณถึง 9 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าจะมีคนได้ประโยชน์จากส่วนต่างนี้ไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาททั่วประเทศ นอกจากนี้เชื่อว่าในโครงการของกระทรวงสาธารณสุขตจะมีการทุจริตถึง 40%

“ถ้าทุจริตแบบนี้เกิดขึ้นกับรัฐบาลในอดีตคงอยู่ไม่ได้แล้ว แต่รัฐบาลชุดนี้โชคดีที่สามารถควบคุมสื่อได้จึงทำให้อยู่เป็นรัฐบาลได้ถึงปัจจุบัน ทั้งๆที่ไม่ควรอยู่เป็นรัฐบาล” นพ.สุรวิทย์ กล่าว

ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า  ผลสอบสวนจากคณะกรรมการหลายชุดที่มีการตั้งขึ้นมาโดยเฉพาะคณะของนพ.บรรลุ ศิริพานิช เป็นประธาน ได้สรุปชัดเจนว่ามีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางทุจริต แม้ว่ารัฐบาลจะอ้างว่ายังไม่มีการจัดซื้อจัดจ้างจึงคิดว่าไม่มีความคิด แต่ตามหลักแล้วถึงจะเพียงแค่มีพฤติการณ์ก็ถือว่ามีความผิดแล้ว โดยการทุจริตในกระทรวงสาธารณสุขส่วนใหญ่เป็นไปในหลายลักษณะ คือ ทำการจัดซื้อให้กับหน่วยงานที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ หรือ เมื่อจัดซื้อมาแล้วแต่นำไปเก็บไว้ในสถานที่ที่ไม่มีความเหมาะสม

“ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง การจัดสรรงบประมาณมีการให้มากกว่าที่ขอ เช่น มีการขอ 3 ล้านบาท แต่ส่วนกลางจัดสรรให้ 5 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นความผิดปกติ อย่างเช่น รพ.พระนั่งเกล้าได้มีการคืนเงินงบประมาณบางส่วนคืนไป เป็นต้น ที่ร้ายที่สุด คือ มีการเร่งรัดให้หน่วยงานทำการขอจัดสรรอย่างเร่งรีบจนทำให้เกิดความผิดพลาดจำนวนมาก จึงสงสัยทำไมต้องเร่งรีบขนาดนั้น” นพ.ชลน่าน กล่าว

ตั้งข้อสังเกตงบกองทัพตรวจสอบไม่ได้

ส่วนการอภิปรายเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคง พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย กล่าววา การจัดซื้ออาวุธของกองทัพ โดยเฉพาะการจัดซื้อบอลลูนตรวจการณ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยข้อสังเกตการเบิกจ่ายเงินการจัดซื้อที่มีการทำสัญญาที่อัยการสูงสุดไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบ ทำให้เสียเปรียบคู่สัญญา ซึ่งเรื่องนี้ต้องมีการถอดถอน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เนื่องจากเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกองทัพ

ชวลิตเผยโยกย้ายของมหาดไทยปัญหาอื้อ

ในช่วงเย็นของการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนอกรัฐสภาบนเวทีกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ยังคงเป็นไปตามปกติ โดยเนื้อหาส่วนใหญ่ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่ขึ้นเวทีนปช.เน้นไปที่ความสำเร็จของนโยบายประชานิยมของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ ส.ส.พรรคเพื่อไทยจากภาคอีสานของพรรคเพื่อไทยได้ให้ความสำคัญการอภิปรายในเรื่องการบริหารงานในกระทรวงมหาดไทย โดย นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพือไทย กล่าวว่า ปัญหาในกระทรวงมหาดไทยเกิดมาจากการแทรกแซงของฝ่ายการเมืองโดยเฉพาะการแต่งตั้งข้าราชการในสังกัดเพราะไม่มีการคำนึงถึงคุณสมบัติและความอาวุโส ถ้าใครเป็นเด็กของใครคนนั้นก็ได้ขึ้นในตำแหน่งที่ต้องการ อย่างการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดก็มีการทำนอกฤดูหลายครั้งทั้งที่บางรายเพิ่งดำรงตำแหน่งได้ 4 เดือน ยังทำงานไม่ได้เต็มที่ก็ต้องถูกย้าย รวมไปถึงการสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอที่ผิดปกติในจ.บุรีรัมย์ การทำแบบนี้ทำให้ข้าราชการเสียขวัญและกำลังใจ

“ถ้าสมเด็จกรมพระยาดำรงราชนุภาพยังมีชีวิตเชื่อว่าจะต้องเสียใจเป็นอย่างมากกับการบริหารราชการของกระทรวงมหาดไทยในปัจจุบัน ทางที่ดีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ควรมีกลไกเพื่อคุ้มครองข้าราชการที่ดีให้มาเป็นพยานเพื่อให้ข้อมูลเพื่อเอาคนผิดมาลงโทษได้” นายชวลิต กล่าว

นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มีนามบัตรที่มีสัญลักษณ์คล้ายกับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีการแนบไปกับประวัติของนายตำรวจที่ต้องการเป็นผู้กำกับโดยมีการส่งผ่านให้กับนักการเมืองที่เป็นวอลเปเปอร์ซึ่งชอบยืนอยู่ข้างหลังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยังไม่นับปัญหาจากกรณีของพล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา อดีตผู้กำกับสภอ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าฝ่ายการเมืองอยู่เบื้องหลังที่ไม่ต้องการให้พล.ต.อ.สมเพียรย้ายกลับภูมิลำเนา

“หน่วยงานด้านความมั่นคงของรัฐบาลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อเครื่องตรวจจีที200 โดยไม่มีการตั้งราคากลางอยากซื้อเท่าไหรก็เขียนเอาแล้วให้สองบริษัทเข้ามาฮั้วประมูลเบ็ดเสร็จประเทศต้องเสียหายจากการจัดซื้อที่ไม่ถูกต้องถึง530ล้านบาท ผมขอให้คนที่กินของเหล่านี้ท้องแตกตาย รายละเอียดทั้งหมดผมจะเอาไปอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างแน่นอน” นายไพจิต กล่าว

ไพจิตแฉมีฮั้วซื้อถังน้ำแก้ภัยแล้งของปภ.

ส่วนปัญหาภัยแล้ง นายไพจิต กล่าวว่า หลังจากที่รัฐบาลมีการประกาศเขตพื้นที่ภัยพิบัติไปแล้วในช่วงปี2552 พบว่ากระทรวงมหาดไทยโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)มีการตั้งงบประมาณซื้อถังน้ำไฟเบอร์หลายพันล้านบาทให้กับจังหวัดที่ได้รับการประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ ปรากฎว่า มีการจัดซื้อถังดังกล่าวทั้งหมด 35,710 ถังในราคาถังละ1.4หมื่นบาท

“พบว่ามีผู้ได้รับประมูลได้การจัดซื้อเพียงรายเดียวที่อยู่ในเขตทวีวัฒนาได้กินเปอร์เซ็นต์จากโครงการนี้ประมาณ370 ล้านบาท ทั้งที่ในราคากลางอยู่ที่ 8-9พันบาทต่อถึงเท่านั้น ข้อมูลเหล่านี้ตนจะเอาไปอภิปรายไม่ไว้วางใจเช่นกัน ปล่อยแบบนี้ต่อไปกระทรวงมหาดไทยจะไม่ใช่หน่วยงานบำบัดทุกข์บำรุงสุขแต่จะเป็นหน่วยงานบำรุงสุขให้คนใดคนหนึ่งเท่านั้น” นายไพจิต กล่าว

เผย ทักษิณ สั่งกลืนเลือดหาม ชัย นั่งปธ.สภา

ในช่วงหัวค่ำการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนอกรัฐสภาเริ่มมีความเข้มข้นมากขึ้น โดยนายซูการ์โน มะทา ส.ส.ยะลา พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การประชุมสภาฯที่ผ่านมารัฐบาลได้ผ่านกฎหมาย 3 ฉบับสำคัญภายในเวลา3ชั่วโมงประกอบด้วย ร่าง พ.ร.บ.สภาเกษตรแห่งชาติ ร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม และ ร่าง พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างทางพิเศษสายรามอินทรา-วงแหวน รอบนอก กรุงเทพมหานคร ในท้องที่เขตบางเขน เขตสายไหม และเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร โดยไม่มีฝ่ายค้านเข้าร่วมพิจารณา ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ

"อยากฝากบอกนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎรว่ารู้สึกเจ็บปวดใจที่สุดในชีวิตที่เลือกนายชัยเป็นประธานสภา เพราะณ เวลานั้นที่มีการเลือกประธานสภาแทนนายยงยุทธ ติยะไพรัช พวกเราเห็นว่าคนที่เหมาะสมที่สุด คือ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ แต่ต้องเรายอมกลืนเลือดเพื่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งวันนี้ไม่คิดว่าจะมีประธานสภาที่ก้มหัวให้กับทหาร” นายซูการ์โน กล่าว

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท