
จุดประกายผู้ประกอบการไทย
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อส่วนใหญ่ได้ให้ความสำคัญกับการมาเยือนประเทศไทยเป็นครั้งแรกของ บารัก โอบามา
โดย...พิริยะ ผลพิรุฬห์
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อส่วนใหญ่ได้ให้ความสำคัญกับการมาเยือนประเทศไทยเป็นครั้งแรกของ บารัก โอบามา ประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งผลจากการสำรวจของโพลต่างๆ ก็เห็นตรงกันว่า คนไทยให้ความตื่นเต้นกับการมาเยือนของประธานาธิบดีสีผิวของสหรัฐในครั้งนี้มาก และหวังว่าการมาเยือนดังกล่าวจะช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดีเรื่องที่ผมจะพูดถึงบทความนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการมาเยือนของประธานาธิบดี บารัก โอบามา แต่อย่างไร แต่อยากจะพูดถึงการประชุมระดับโลกรายการหนึ่งที่ได้จัดขึ้นในประเทศไทยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน การประชุมนี้มีชื่อว่า “การประชุมสัปดาห์ผู้ประกอบการโลก” หรือ Global Entrepreneur Week (GEW)ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-18 พ.ย.ที่ผ่านมา (รายละเอียดดูได้จาก www.gewthailand.com)
การประชุม GEW นี้เป็นแคมเปญระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดรายการหนึ่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความเป็นผู้ประกอบการ การสร้างแรงบันดาลใจ กระตุ้นต่อมความคิด ให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ และเชื่อมโยงผู้ประกอบการจากประเทศต่างๆ อีก 123 ประเทศทั่วโลก การประชุมดังกล่าวในการจัดขึ้นครั้งแรกได้รับการสนับสนุนทั้งจาก บารัก โอบามา และฮิลลารี คลินตัน โดยโอบามาใน Website ของ GEW ได้กล่าวไว้ว่า “Entrepreneurs are the engine of job creation in America. Many begin with nothing more than a good idea, and translate new products and new services into vibrant business” หรือ “ผู้ประกอบการเปรียบเสมือนเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนไปสู่การจ้างงานในอเมริกา หลายคนไม่มีอะไรเลยยกเว้นแต่ไอเดียและความสามารถในการถ่ายทอดไอเดียนั้นไปสู่การผลิตสินค้าและบริการใหม่ๆ เพื่อสร้างสรรค์ธุรกิจที่หลากหลาย”
ในความเชื่อสมัยก่อน ระบบการศึกษาจะเน้นผลิตบุคลากรเพื่อป้อนไปสู่ตลาดแรงงาน พ่อแม่จะนิยมให้ลูกหลานทำงานรับราชการรัฐวิสาหกิจ หรือบริษัทใหญ่โตที่มั่นคง โดยบุคลากรที่จบจากรั้วมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ต่างก็มุ่งสมัครงานเพื่อไปเป็นลูกจ้างตามบริษัทเอกชนหรือหน่วยงานราชการเหล่านั้น แต่การประชุม GEW นี้พยายามชี้ให้เห็นว่า การพยายามเป็นผู้ประกอบการ (หรือที่คนไทยเราเรียกกันง่ายๆ ว่าเป็น “เถ้าแก่”) ยังเป็นอีกแนวทางเลือกหนึ่งของคนรุ่นใหม่ โดยคนรุ่นใหม่ที่จบจากรั้วมหาวิทยาลัยเหล่านั้นไม่จำเป็นต้องเลือกทำงานเป็นลูกจ้างตามบริษัทเสมอไป แต่เขาเหล่านั้นสามารถทำอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่าได้จากการพยายามต่อยอดความฝันโดยการสร้างธุรกิจใหม่ๆ ขึ้นมาเป็นของตัวเอง
ในความคิดของผม การเลือกสายอาชีพในการเป็นผู้ประกอบการทางธุรกิจน่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในสังคมไทยมากกว่าสังคมตะวันตก สังเกตได้จากผลการสำรวจ Job Seeker Behavior ของบริษัท Adecco (Thailand) ในปี ค.ศ. 2009 ที่ระบุไว้ว่า พนักงานบริษัทถึงร้อยละ 83.4 (จาก 465 คน) ฝันอยากเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว ในขณะที่เพียงร้อยละ 16.7 เท่านั้น ที่บอกว่าอยากเป็นลูกจ้าง ผลการสำรวจนี้แสดงให้เห็นได้ว่า ลูกจ้างบริษัทที่ทำงานกันอยู่นี้ โดยส่วนใหญ่ก็ฝันอยากเป็น “เถ้าแก่” กันทั้งนั้น โดยเฉพาะในโลกปัจจุบันที่ธุรกิจใหม่ๆ สามารถเกิดขึ้นได้จากการใช้สื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกิจผ่าน Website (หรือ Social Media ต่างๆ) ในลักษณะของ ECommerce หรือการทำธุรกิจบนมือถืออย่าง MCommerce เป็นต้น
การจะเป็นผู้ประกอบการนั้นไม่ใช่เรื่องยาก ขอแค่ให้เรามีไอเดียทางธุรกิจที่แปลกใหม่และกล้าที่จะเสี่ยง ภาครัฐก็พร้อมยินดีให้การสนับสนุนอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ยากกว่าก็คือ “การเป็นผู้ประกอบการที่สร้างและขยายธุรกิจของตนให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน” ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จในปัจจุบัน นอกจากจะต้องมีความกล้าที่จะเสี่ยงและความมุ่งมั่นแล้ว ผู้ประกอบการเหล่านั้นยังจำเป็นต้อง “มีความรู้ควบคู่ไปกับความคิดสร้างสรรค์ (Wisdom and Creativity)” ไม่ว่าจะเป็นความรู้และความคิดสร้างสรรค์ในการผลิตสินค้า/บริการที่มีคุณภาพและเป็นที่ต้องการในตลาด ความรู้และการสร้างสรรค์กลยุทธ์ทางการตลาดและการบริหารจัดการสมัยใหม่ รวมไปถึงความรู้ที่จะสร้างโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจจากการเปลี่ยนแปลงทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ผู้ประกอบการควรรู้ถึงวิธีการสร้างโอกาสทางธุรกิจจากการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียน (AEC) หรือสามารถสร้างโอกาสจากการปรับขึ้นของค่าจ้างขั้นต่ำ เป็นต้น
ถ้าเรามองว่า มหาวิทยาลัยควรมีหน้าที่ผลิตบุคลากรเพื่อป้อนไปสู่ตลาดแรงงาน แต่ถ้าเราเห็นว่าบุคลากรเหล่านั้นมีความต้องการที่จะเป็นเจ้านายของตัวเอง (มากกว่าที่จะเป็นลูกจ้าง) แล้ว ความท้าทายจึงตกกลับมาสู่มหาวิทยาลัยที่ต้องกลับมาคิดว่าควรจะพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนอย่างไรที่จะสร้างบุคลากรให้พร้อมที่จะเป็น “เถ้าแก่” ที่ประสบความสำเร็จในอนาคต
ทั้งนี้ ในอีกบทบาทหนึ่งที่ผมเป็นรองคณบดีของวิทยาลัยนานาชาติ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (International College of NIDA) ผมจึงอยากขอแนะนำหลักสูตรสำหรับทุกท่านที่ฝันอยากเป็นเถ้าแก่ ได้แก่ หลักสูตร Master of Management in Entrepreneurship Management ผู้สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ ico.nida.ac.th







