
ปชป.เปิดแผลโครงการขุดลอก5ลุ่มน้ำส่อฮั้ว
"ถาวร" อภิปราย "ชัจจ์" อนุมัติโครงการขุดลอก 5 ลุ่มน้ำ 1,215 ล้านบาท ส่อ ขัด พ.ร.บ.ฮั้ว เจ้าตัวแจงจำเป็นต้องใช้วิธีพิเศษเพราะเร่งดำเนินการ
"ถาวร" อภิปราย "ชัจจ์" อนุมัติโครงการขุดลอก 5 ลุ่มน้ำ 1,215 ล้านบาท ส่อ ขัด พ.ร.บ.ฮั้ว เจ้าตัวแจงจำเป็นต้องใช้วิธีพิเศษเพราะเร่งดำเนินการ
นายถาวร เสนเนียม สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวอภิปรายไม่ไว้วางใจพล.ต.ท.ชัชจ์ กุลดิลก สมัยเมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมช.คมนาคม ซึ่งดูแลกำกับกรมเจ้าท่า มีพฤติกรรมส่อ เอื้อประโยชน์ ทุจริตผิดกฏหมายตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อ หน่วยงานของรัฐ (พ.ร.บ.ฮั้ว) ด้วยวิธีการจัดซื้อจัดจ้างด้วยพิธีพิเศษในโครงการขุดลอกและฟื้นฟูร่องน้ำที่ประสบอุทภัยแม่น้ำ ปิง วัง ยม น่าน ชี มูล ป่าสัก โดยใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 ในส่วนงบกลาง กรณีฉุกเฉินและจำเป็น 1.2 แสนล้านบาท ซึ่งมีสัญญารวม 26 สัญญา ที่พ.ต.ท.ชัชจ์ เซ็นเอง 16 สัญญาและรองปลัดกระทรวงเซ็น 10 สัญญา
กรมเจ้าท่าซึ่งอยู่ในความดูแลของ พล.ต.ท.ชัชจ์ ทำเรื่องขอเสนอต่อที่ประชุม ครม.เพื่อของบประมาณ 1,215 ล้านบาทในโครงการดังกล่าว และครม.มีมติ เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2554 ครม.อนุมัติให้ใช้ขุดลอกคูคลองและฟื้นฟูร่องน้ำที่ประสบอุทกภัยในแม่น้ำสายต่างๆ โดยมีการรู้เห็นเป็นใจกับข้าราชการในกรมเจ้าท่าให้มีการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ ทั้งที่สามารถใช้วิธีการประกวดราคา หรือ อีอ็อกชั่นได้ แต่ไม่ทำเพราะจะไม่ได้รับเงินทอนจากโครงการที่มีสูงถึง 40-50 % ซึ่งมีพฤติการส่อทุจริต ผิดกฏหมาย ตั้งแต่กรมเจ้าท่าเรียก 14 บริษัทเข้าร่วมรับงานรวม 7 ลุ่มน้ำโดยที่มีอีกหลายบริษัทในพื้นที่ลุ่มน้ำต้องการเข้าร่วมแต่ไม่ได้ จึงเป็นการหลีกเลี่ยงการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ตั้งราคากลางให้สูงเกินจริงโดยอ้างว่าเป็นเรื่องด่วนเพื่อฟื้นฟูน้ำท่วม
ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า หากใช้วิธีการประมูลงานขุดลอกคูคลองโดยเปรียบเทียบกับในอดีต ของกรมเจ้าท่า ปี 2554 ปริมาณงาน 8 แสนลบ.ม. ใช้งบประมาณ 28.8 ล้านบาท สามารถต่อรองราคาลงได้เหลือ 15.7 ล้านบาท ลดลงถึง 45 % เฉลี่ยราคาขุดลอกคิวละ 19.74 บาท แต่พอใช้วิธีพิเศษในปี 2555 ในปริมาณงานเดียวกัน ทำสัญญาจ้างราคา 27.6 ล้านบาท เฉลี่ยราคาที่คิวละ 34.50 บาท โดยมีข่าวในพื้นที่ว่าการขุดลอกคูคลองมีการนำงานไปขาย 55 ล้านบาท และขอทอนเงินคืนมา 25 ล้าน โดยผู้ที่ได้รับงานจะได้งบ 30 ล้าน แล้วเนื้องานจะเหลือเท่าไหร่
นายถาวร กล่าวว่า เป็นที่น่าสังเกตว่า มีการล็อคพื้นที่เพื่อเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง กลุ่มการเมืองของรัฐมนตรีผ่านนอมินี เช่น จ.กำแพงเพชร ที่ผู้ประมูลงานได้ อักษรย่อ “ต” จ.นครสวรรค์ “บ” นอกจากนี้ ยังพบความผิดปกติหลายส่วนเช่น โครงการขุดลอกแม่น้ำปิงตอนที่ 2 บริษัทที่ได้รับงานเสนอราคา 60,790,000 บาท ในขณะที่บริษัท แข่งอีก 3 บริษัทกลับเสนอราคาเดียวกันที่ 60,793,000 บาท ซึ่งต่างกันเพียง 3 พันบาท ต่อมากรมเจ้าท่าเรียกบริษัทที่ได้งานมาต่อรองราคาเหลือ 55,192,000 บาท เช่นเดียวกับโครงการขุดแม่น้ำป่าสัก ตอนที่ 1-3 มีเพียง 2บริษัทที่ถูกเรียกมารับงาน โดยมีการเสนอราคาต่อรองในลักษณะฮั้วราคา คือ บริษัทที่ได้งานให้ราคาที่ 55,150,000 บาท อีกบริษัทให้ราคา 60,880,000 บาท ซึ่งเสนอราคาเดียวกันทั้ง 3 โครงการ
อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ หลายโครงการไม่เป็นไปตามสัญญาคือ ไม่ขุดลอกสันดอน เกาะกลางน้ำ ไม่มีการปลูกหญ้าแฝกกันตลิ่งถล่ม ทั้งนี้ เมื่อรู้ว่ามีการทุจริต แต่ไม่มีการดำเนินการต่อ มีความผิดตามพ.ร.บ. ฮั้ว ตาม ม. 4 , 10, 12 และ 13 และผิดกฏหมายอาญาม. 83 , 157 ซึ่งทุกความผิดมีโอกาสที่จะติดคุกตลอดชีวิต ปรับ 4 แสนถึง 8 แสนบาท
พล.ต.ท.ชัจจ์ ชี้แจงว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการเร่งด่วนฟื้นฟูแม่น้ำลำคลองเพื่อป้องกันอุทกภัย มีการกำหนดกรอบระยะเวลาทำสัญญาให้เสร็จเดือน เม.ย. คณะกรรมการที่ดูเรื่องนี้เสนอให้ดำเนินการเรื่องนี้ภายในเวลา 7-14 วัน ทำให้กรมเจ้าท่าต้องรีบดำเนินการทันทีโดยไม่สามารถจัดประกวดราคา ด้วยวิธีการประมูลอิเล็กทรอนิกส์ ที่จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 28 วันได้ทัน ดังนั้น จำเป็นต้องใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างวิธีพิเศษ ซึ่งมีระเบียบขั้นตอนกำหนดของกรมบัญชีกลางอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าการใช้วิธีจัดซื้อจัดจ้างแบบวิธีพิเศษ จะต้องเป็นการทุจริต
ทั้งนี้ ไม่ได้มีการฮั้วกับบริษัทผู้รับเหมาแต่อย่างใด เพราะแต่ละโครงการก็ให้มีผู้ประมูลอย่างน้อย 3 รายขึ้นไป ส่วนที่มีการระบุว่าแต่ละบริษัทเสนอราคาเข้ามาเท่านั้นก็เป็นการเสนอตามราคากลางที่กรมบัญชีกลางกำหนด ซึ่งในเรื่องการขุดลอกแม่น้ำลำคลอง กำหนดราคากลางไว้ที่ 34.50 บาทต่อลบ.ม. อาจจะมีบวกนิดหน่อยในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก
พล.ต.ท.ชัจจ์ กล่าวว่า เมื่อตกลงราคากันได้แล้ว ตนได้ตรวจสอบให้เป็นไปตามข้อกำหนดทุกอย่าง ถ้าโครงการงบประมาณเกิน 50 ล้านบาทขึ้นไป เรื่องจึงจะมาเป็นอำนาจของรัฐมนตรีในการอนุมัติ ซึ่งตนตรวจสอบดูแล้ว เห็นว่าเป็นการทำตามระเบียบทุกอย่างจึงต้องอนุมัติ เพราะอยากให้งานดำเนินการโดยเร็ว ถ้าไม่อนุมัติก็จะเกิดเรื่องทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ได้ละเลยเรื่องนี้ ได้ทำหนังสือเร่งรัดให้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างโดยมอบให้รองปลัดระทรวงคมนาคมเป็นประธาน นอกจากนี้ยังได้ทำหนังสือติดตามความคืบหน้าในโครงการถึงสองครั้ง
ทั้งนี้ ยืนยันว่า ในฐานะรัฐมนตรีมีหน้าที่กำกับดูแล ไม่ได้รู้เห็น ไม่รู้จักกับ 14 บริษัทรับเหมา ที่ดำเนินการอยู่ในต่างจังหวัดห่างไกล เจ้าหน้าที่ทำไปตามระเบียบแบบแผนทุกประการ มีเพียง 2 บริษัทที่จะส่งมอบงาน แต่เมื่อตรวจสอบยังขาดหลักฐานรายละเอียดจึงยังไม่สามารถตรวจรับงานได้ และมีบางรายอาจจะต้องยกเลิก แต่ผมยืนยันว่าไม่มีการทุจริตและไม่ช่วยเหลือใครแน่นอน







