
นับม็อบ เสธ.อ้าย
ผู้คนสงสัยกันค่อนข้างมาก และเป็นที่ถกอภิปรายกันพอสมควรถึงที่มาที่ไปและมูลเหตุจูงใจ หรือมูลเหตุอันเป็นแรงขับดัน
โดย...เจษฏื โทณะวณิก
ผู้คนสงสัยกันค่อนข้างมาก และเป็นที่ถกอภิปรายกันพอสมควรถึงที่มาที่ไปและมูลเหตุจูงใจ หรือมูลเหตุอันเป็นแรงขับดัน หรือแรงกระตุ้นให้เกิดการรวมตัวและการชุมนุมกัน โดยมีองค์การพิทักษ์สยามและภาคีเครือข่ายเป็นแกนนำ
ที่ตั้งข้อสังเกตและรอดูหรือรอลุ้นกันอยู่ คือ จะมีคนมากี่มากน้อยเท่าใด จะเป็นเรือนหมื่นเรือนแสน หรือจะถึงเรือนล้านอย่างที่ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ได้กล่าวคาดหวังไว้หรือไม่
คงจะไม่มีใครรู้ได้ว่าจำนวนคนที่จะมาจริงๆ ในวันนี้ที่มีการนัดชุมนุมกันจะเป็นเท่าไร แม้ ณ ขณะนี้จะได้มีการเริ่มชุมนุมกันไปแล้ว หรือแม้กระทั่งหลังจากการชุมนุมแล้ว ก็อาจจะไม่สามารถที่จะนับยอดผู้เข้าร่วมอย่างแท้จริงได้ เพราะการชุมนุมเช่นนี้ย่อมไม่มีการออกบัตร ไม่เหมือนการไปดูคอนเสิร์ตหรือการไปชมกีฬา ซึ่งสามารถตรวจสอบยอดผู้เข้าร่วมจากจำนวนบัตรที่ได้มีการบันทึกการผ่านประตูได้ แต่การชุมนุมสาธารณะนั้น ไม่ได้มีการออกบัตรดังกล่าวไปแล้ว การจะตรวจสอบหรือระบุยอดที่แท้จริงนั้นเป็นเรื่องยาก
ถ้าเป็นการเลือกตั้งก็จะตรวจสอบยอดได้เช่นเดียวกันกับการดูคอนเสิร์ตหรือการชมกีฬา ดังนั้นการคำนวณว่าจะมีคนมากี่คน หรือท้ายที่สุดในขณะนี้ที่มีการชุมนุม และเมื่อสิ้นสุดการชุมนุมก็คงจะมีการประมาณยอดผู้เข้าร่วมกันออกมา ซึ่งแน่นอนจำนวนผู้เข้าร่วมก็มีนัยสำคัญ ดังเช่นที่ พล.อ.บุญเลิศ หรือ เสธ.อ้าย ก็ได้เคยให้สัมภาษณ์ไว้กับสื่อมวลชนจำนวนหนึ่งว่า ถ้ามากันเป็นพันเป็นหมื่น ก็อาจจะต้องพับเสื้อผ้ากลับบ้านกันไป เพราะการชุมนุมเช่นนี้ที่จะให้มีศักยภาพและอำนาจต่อรองเพียงพอกับการจะให้รัฐบาลกระทำการอันใด หรืองดเว้นกระทำการอันใด รวมไปถึงการลาออกหรือการเปลี่ยนแปลงอะไรในรัฐบาลคงจะเป็นการยากอยู่ แต่หากมีจำนวนคนมากมายนั่นก็จะแตกต่างไป เนื่องจากในสนามแห่งมวลชน แน่นอนตัวเลขย่อมมีความสำคัญในระดับสูง
สิ่งที่เป็นที่น่าขบคิดมากกว่าจำนวนผู้มาเข้าร่วมคือสิ่งที่กล่าวไปเบื้องต้น นั่นคือ ผู้คนสนใจว่าอะไรคือสิ่งที่เป็นตัวจักรขับเคลื่อนให้มีการชุมนุมครั้งนี้ ยิ่งไปกว่านั้น บรรดานักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งก็เห็นว่ารัฐบาลอาจจะได้รับการรายงานมาอย่างใดอย่างหนึ่ง หรืออาจจะมีข้อมูลอะไรบางอย่างที่ดูค่อนข้างน่าวิตก ซึ่งอาจจะเกี่ยวพันกับที่มาที่ไปของผู้นำหรือของการชุมนุมครั้งนี้ จึงทำให้ออกอาการที่ไม่สู้ดีนัก
ถึงแม้จะยังคงมีบรรดาพลพรรครัฐบาลพวกอหังการอยู่จำนวนไม่น้อยก็ตาม ซึ่งนัยนี้ก็คือม็อบ เสธ.อ้าย อาจจะมีอะไรที่ไม่ธรรมดาที่รัฐบาลรู้ แต่พวกเราอาจจะยังเดาๆ กันอยู่ก็เป็นได้
บ้างก็มองว่านัยของการชุมนุมครั้งนี้น่าจะไม่ธรรมดา และอาจจะเกี่ยวพันกับหลายฝ่ายใหญ่หลวงพอสมควร ทั้งนี้โดยการพิเคราะห์เอาจากผู้ที่มีการกล่าวอ้างว่าจะเข้าร่วมชุมนุมด้วย ซึ่งในวันนี้ก็จะได้รู้กันว่าท่านเหล่านั้นจะมาร่วมชุมนุมด้วยจริงหรือไม่ ที่แน่ๆ มีจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ได้เคยโลดแล่นด้วยตนเอง ในระดับที่มีนัยสำคัญกับชาติบ้านเมือง และที่เคียงข้างอยู่กับผู้มีกิจกรรมต่างๆ อันเป็นนัยสำคัญของบ้านเมืองได้ก็มีอยู่ ดังนั้นนัยนี้ของการชุมนุมก็เป็นที่ครั่นคร้ามของรัฐบาลอยู่พอสมควร
อีกนัยหนึ่งก็มองใหญ่โตพอสมควร น่าลองเอาไปตรึกตรองดู นัยนี้อาจจะสุ่มเสี่ยงที่จะว่ากันตรงๆ ลองมองแบบอนุมานเอาดูก็แล้วกัน เขาว่ากันว่าการชุมนุมนี้เกิดขึ้นที่ลานพระบรมรูปทรงม้า อันมีพระที่นั่งอนันตสมาคมอยู่เบื้องหลัง ในวันถัดจากวันชุมนุมไม่กี่วันก็จะมีการเสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคมดังกล่าว ไม่รู้มีอะไรให้คิดจากการเชื่อมโยงการชุมนุมเข้ากับการที่ประชาชนจำนวนมากมายจะมาถวายความจงรักภักดีหรือไม่ อันนี้ก็คงจะต้องไปลองคิดกันดู เพราะไม่สามารถที่จะแจงให้เห็นภาพได้
นัยที่น่าสนใจอันหนึ่ง ซึ่งก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่โตอะไรก็คือ การม็อบหรือการชุมนุมกันด้วยความไม่พอใจ หรือไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการใดๆ กับรัฐบาลเกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องมีเหตุปัจจัย คือ ความขัดแย้งทางการเมือง เหมือนที่เราเห็นจากม็อบเสื้อเหลืองเสื้อแดงอย่างที่ผ่านๆ มา เมื่อเห็นว่ารัฐบาลควรจะไปก็ยกอ้างเหตุผล กันขึ้นมาและก็ดำเนินการไปมากันไม่นานแจงกันไม่ยืดเยื้อ เรื่องเช่นนี้ในประเทศเสรีประชาธิปไตยที่ก้าวหน้าทั้งหลายล้วนเกิดขึ้นอยู่เนืองๆ และก็ได้ผลด้วย
ไม่รู้จะด้วยมารยาทอันดีของนักการเมืองบ้านเขาหรือด้วยอะไร เมื่อเกิดเหตุชุมนุมตามนัยสุดท้ายที่เพิ่งกล่าวไป มักจะมีผู้หนึ่งผู้ใดลาออกแสดงความรับผิดชอบอยู่เสมอ แต่นั่นมันบ้านเขาเมืองเขา ไม่รู้ว่าบ้านเราเมืองเราจะเป็นอย่างไรจะออกมาเช่นไร ก็ขอให้พวกเราคนไทยทั้งหลายเห็นแก่ชาติบ้านเมืองเป็นหลัก สิ่งร้ายก็จะผ่านพ้น สิ่งดีก็จะเข้ามา เชื่อเช่นนั้นได้เลยครับ







