
พท.ผวาบุกจับตัวนายกฯ สภาค้นสส.ก่อนซักฟอก
เพื่อไทยผวาหนัก หวั่นนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ถูกจับตัวเสนอให้ตรวจค้นอาวุธก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจ รองประธานสภารับลูกสั่งค้น สส. ก่อนเข้าสภา
เพื่อไทยผวาหนัก หวั่นนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ถูกจับตัวเสนอให้ตรวจค้นอาวุธก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจ รองประธานสภารับลูกสั่งค้น สส. ก่อนเข้าสภา
ที่ประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ที่มี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นประธาน ได้แสดงความเป็นห่วงและหนักใจกับการชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยามของ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือเสธ.อ้าย
“ที่ประชุมมีความกังวลอย่างมากถึงแผนการจับตัวนายกรัฐมนตรี และยึดอำนาจรัฐบาลผ่านการร่วมมือจากฝ่ายผู้ชุมนุม ฝ่ายอำมาตย์ และฝ่ายทหาร” แหล่งข่าว เปิดเผย
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้สอบถามการเตรียมรักษาความปลอดภัยในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่ออภิปรายไม่วางใจรัฐบาล ในวันที่ 25 พ.ย. ซึ่งหลายคนเห็นว่ามีจุดอ่อนบางประการในการรักษาความปลอดภัย ซึ่ง นายจตุพร พรหมพันธุ์แกนนำกลุ่มเสื้อแดง เสนอให้มีการตรวจค้นอาวุธ วัตถุระเบิด กับคนที่เข้าออกบริเวณอาคารรัฐสภาทุกคน รวมถึงตรวจค้นรถทุกคันที่จะเข้าบริเวณอาคารรัฐสภาด้วย
อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภา ได้แถลงว่า ทางรัฐสภาได้ออกมาตรการ 4 ข้อ เพื่อดูแลความเรียบร้อยระหว่างมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในวันที่ 25-28 พ.ย. ประกอบด้วย 1. บริเวณอาคารรัฐสภาห้ามไม่ให้จอดรถ สส. และสมาชิก เมื่อมีผู้มาส่งแล้วขอความกรุณาให้จอดรถภายนอก
สำหรับข้อที่ 2.จะมีการตรวจอาวุธในรถทุกคันที่เข้ามาในอาคารรัฐสภา 3.ขอความร่วมมือ สส.รัฐมนตรี สื่อมวลชน และประชาชนที่เดินทางเข้ามาในอาคารรัฐสภาต้องได้รับการตรวจค้นทุกคน และ 4.ตลอดการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีการถ่ายทอดสดช่อง 11 และช่องสถานีรัฐสภา 3 ช่อง
นายเจริญ กล่าวอีกว่า นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภา ได้ยื่นหนังสือถึงผู้นำฝ่ายค้านและพรรคประชาธิปัตย์ให้ส่งเอกสารที่ได้ยื่นถอดถอนนายกฯ และรัฐมนตรี ที่เคยได้ยื่นต่อประธานวุฒิสภา เพื่อให้ประธานรับทราบเนื้อหาในการอภิปราย และสามารถควบคุมการประชุมได้ตามข้อบังคับการประชุม
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงล่วงหน้า เป็นสิ่งที่รัฐบาลสามารถทำได้ หากมีการข่าวหรือเหตุที่รักษาความปลอดภัยก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาล รวมไปถึงการรักษาความปลอดภัยให้กับนายกฯ แต่ก็แปลกใจเช่นกันที่นายกฯ กล่าวว่าจะมีการล้มรัฐบาล แต่การชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้นำเสนอประเด็นดังกล่าว







