
รัฐชี้ 1 ปีอุปสรรคเพียบแต่ยังได้ 16 ผลงาน
เปิดผลงาน 1 ปีรัฐ อ้างสารพัด การเมืองไม่มั่นคง เศรษฐกิจไม่สมดุล ทำให้บริหารล่าช้า โชว์ผลงานแจกค่าความตายสมนาคุณเสื้อแดง
เปิดผลงาน 1 ปีรัฐ อ้างสารพัด การเมืองไม่มั่นคง เศรษฐกิจไม่สมดุล ทำให้บริหารล่าช้า โชว์ผลงานแจกค่าความตายสมนาคุณเสื้อแดง
สำนักนายกรัฐมนตรี ได้จัดทำหนังสือรวมผลงาน 1 ปีรัฐบาล โดยแจกจ่ายให้สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ภายใต้ชื่อ “1 ปีมุ่งมั่น เดินหน้า พัฒนา ร่วมกัน” รวมทั้งหมด 16 ผลงานที่เคยแถลงต่อรัฐสภา ตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค. 54 - 23ส.ค. 55 ทั้งนี้ในหนังสือดังกล่าวได้ชี้แจงถึงจุดมุ่งหมายในการบริหารประเทศ โดยก้าวแรกมุ่งมั่นและตั้งใจทำ 16 นโยบายเร่งด่วนตามสัญญา ดังนี้
1.สร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติและฟื้นฟูประชาธิปไตย เพื่อให้ประเทศสามารถเดินหน้าได้อย่างมั่นคง ได้แก่ สนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข , กำหนดนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. 2555-2559 เพื่อเป็นกรอบกำหนดทิศทาง การสร้างความมั่นคงของชาติอย่างยั่งยืน , ตั้งคณะกรรมการอิสระประสานงานและติดตามผลการดำเนินงาน ตามข้อเสนอแนะ ของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหา ความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ ( ปคอป.) เร่งผลปฏิบัติงานให้สู่ความปรองดองอย่างรวดเร็ว , เยียวยาและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากการเมือง จำนวน 1,816 คน 1,373.93 ล้านบาท , ประกันตัวผู้ต้องหาคดีอาญา ที่เกี่ยวเนื่องจากความขัดแย้งทางการเมือง จำนวน 67 คน
2.กำหนดให้การแก้ไขและป้องกันปัญหายาเสพติดเป็น “วาระแห่งชาติ” เพื่อให้ปัญหาลดลง โดยป้องกันด้วยการแยกกลุ่มเสี่ยง เฝ้าระวังไม่ให้กลับไปเสพซ้ำ ปราบปรามจับกุมผู้ค้าและผู้มีอิทธิพล อย่างเข้มงวดจริงจัง รวมทั้งบำบัดรักษา 3.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นในภาครัฐอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทย 4.ส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ และเร่งรัดการขยายพื้นที่ชลประทาน เพื่อบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
5.เร่งแก้ไขปัญหาความไม่สงบ และนำสันติสุขกลับคืนสู่จงหวัดชายแดนภาคใต้โดยเร็ว 6.เร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์และพัฒนาความร่วมมือกับนานาประเทศ และขับเคลื่อนไทยเป็นศูนย์กลาง ของการเชื่อมโยงประชาคมอาเซียน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยจากนานาชาติ 7.แก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการ เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อและราคาน้ำมันเชื้อเพลิง จากความผันผวนของราคาพลังงาน เพื่อดูแลค่าครองชีพของประชาชนและราคาพลังงาน ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
8.ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เพิ่มกำลังซื้อภายในประเทศ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส 9.ลดอัตราภาษีนิติบุคคล เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ของภาคเอกชนและกระตุ้นการลงทุน 10.ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าและขยายโอกาสให้ประชาชน 11.ยกระดับราคาสินค้าเกษตรและให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุน ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของเกษตรกรที่ดีขึ้น 12.สร้างรายได้จาการท่องเที่ยวทั้งในและนอกประเทศ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศให้เติบโตมั่นคง
13.สนับสนุนงานสิลปหัตถกรรมและผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยสนับสนุนภารกอจของมูลนิธิศิลปาชีพ และฟื้นฟู OTOP ต่อยอดสู่โลก 14.พัฒนาระบบประกันสุขภาพ ยกระดับคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียม 15.เติมความรู้ด้วยการจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์แท๊บเล็ตให้แก่โรงเรียน เพื่อพัฒนาโอกาสทางการศึกษาของเด็กไทยอย่างเท่าเทียม และ 16.เร่งรัดและผลักดันการปฏิรูปการเมือง ที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไป ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือดังกล่าวระบุถึง สถานการณ์เมื่อรัฐบาลชุดนี้มารับหน้าที่ด้วยว่า ขณะนั้น การเมืองไม่มั่นคง ส่งผลให้การแก้ไขปัญหาของประเทศล่าช้าไม่ต่อเนื่อง นอกจากนี้สังคมยังขาดการดูแล อาทิ ยาเสพติดแพร่กระจายสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง , ระดับการคอร์รัปชั่นของนักการเมืองและข้าราชการสูง ทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น , ขาดมาตราการรองรับการเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังขาดการจัดการน้ำ โดยขาดการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เช่น มีปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ขาดการบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับน้ำ โดยเฉพาะกรณีอุทกภัย
นอกจากนี้ ในหนังสือยังระบุว่าสถานการณ์เมื่อรัฐบาลชุดนี้มารับหน้าที่ว่า เศรษฐกิจของประเทศไม่สมดุล ทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันลดลง เกิดความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ ส่วนความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านตึงเครียด ขาดความยอมรับของนานาชาติในความเป็นประชาธิปไตย ส่งผลให้ขาดความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ขณะนั้นภาวะเศรษฐกิจและสังคมโลกยังผันผวนอีกด้วย







