
สมช.คาดท่าทีเสธ.อ้ายชุมนุมหวังวัดกำลังพล
สมช. ประเมินการชุมนุมกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม ยื่นเงื่อนไขรัฐบาลต่อยอดชุมนุมใหญ่เดือน ธ.ค. สั่งเพิ่มอารักขานายกฯ ครม.
สมช. ประเมินการชุมนุมกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม ยื่นเงื่อนไขรัฐบาลต่อยอดชุมนุมใหญ่เดือน ธ.ค. สั่งเพิ่มอารักขานายกฯ ครม.
พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยว่า สิ่งที่กังวลที่สุดในการชุมนุมวันที่ 24 พ.ย.นี้ คือ ภัยแทรกซ้อน ที่อาจจะมีการจุดชวนการชุมนุมหากเกิดเหตุรุนแรง เช่น มีคนได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต จากการกระทำของมือที่ 3 ส่วนความปลอดภัยของบุคคลสำคัญทั้งนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทั้งเฉพาะส่วนตัว และจัดกำลังโดยศูนย์อำนวยการรักษาความสงบความเรียบร้อย (ศอ.รส.) เพราะรัฐมนตรีแต่ละคนมีรูปแบบเดินทางและสถานที่พักแตกต่างกันไปในการปิดลับการเดินทางและสถานที่พักส่วนตัวในช่วงดังกล่าว
พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ยังมั่นใจว่าการชุมนุมยังคง 2 วัน 1 คืน ไม่ดุเดือดรุนแรง จากการประเมินเห็นว่าแกนนำผู้ชุมนุมมีเป้าหมายและยุทธศาสตร์ต้องการประกาศวัดกำลังการระดมพลของมวลชนและแนวร่วมของตัวเอง พร้อมกับยื่นเงื่อนไขต่อรัฐบาล เพื่อต่อยอดการชุมนุมครั้งต่อไปในช่วงเดือน ธ.ค. และคาดว่าจะมีผู้มาชุมนุมประมาณ 4-5 หมื่นคน เฉพาะต่างจังหวัดระดมเข้ามาประมาณ 3 หมื่นคน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่า พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักรฯ จะเปิดโอกาสให้สามารถปิดกั้นการนำเสนอข้อมูลข่าวสารได้ แต่ทางภาครัฐไม่ปิดกั้นการถ่ายทอดสดเคเบิลทีวีของกลุ่มผู้ชุมนุม เช่น การเชื่อมสัญญาณเอเอสทีวี และไม่ปิดกั้นการเดินทางเข้ามาร่วมชุมนุม แต่อาจมีการตั้งด่านตรวจค้นบางจุด เพื่อการป้องกันไม่ให้มีการพกพาอาวุธเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะพื้นที่ประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ
ทั้งนี้ น่าจับตาการชุมนุมในวันที่ 25 พ.ย.นี้ เนื่องจากมีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในรัฐสภา อาจเกิดเหตุการณ์ที่สร้างแรงจูงใจหรือการกระตุ้นทำให้ประชาชนออกมาร่วมชุมนุมเพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ฝ่ายความมั่นคงยืดเวลาการใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ออกไปจนถึงวันที่ 30 พ.ย.เพราะอาจมีการชุมนุมยืดเยื้อ และแม้รายงานข่าวกรองจะทราบข้อมูลเส้นทางการเงินสนับสนุนการชุมนุมว่ามีกลุ่มคนใดบ้าง ซึ่งฝ่ายความมั่นคงไม่อาจปิดกั้นได้ เพราะยอมรับว่าการชุมนุมในครั้งนี้เป็นการต่อสู้กันทางการเมือง







