
พท.กระโจนสู่ม็อบระวังพังทั้งพรรค
...ทีมข่าวการเมือง
เวทีคนเสื้อแดงกำลังปรับยุทธวิธีเพื่อเปิดแนวร่วมให้เครือข่ายต่างๆ ที่ร่วมโค่นอำมาตย์ออกมากระทุ้งให้มากกว่านี้
หากยังใช้แต่ตัวละครเดิมๆ อย่าง
“สามเกลอ” และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แดงทั้งแผ่นดิน ก็ไม่สามารถยืดการชุมนุมให้ยาวออกไปไม่เพียงแต่จะนำบรรดาศิลปินเสื้อแดง การเปิดให้ผู้นำเสื้อแดงประจำจังหวัดขึ้นเวที แต่ก็ยังไม่เป็นเนื้อเป็นหนัง ที่ได้ก็เพียงสีสันเลี้ยงกระแสไปวันๆ
แต่การรบกับรัฐบาลที่คนเสื้อแดงโจมตีว่าเป็นสมุนอำมาตย์มีเครือข่ายสนับสนุนเข้มแข็งทั้งกองทัพ อำนาจจารีต คนชั้นกลาง เครือข่ายทักษิณมองว่า ต้องดึงพันธมิตร บริวารบนดินใต้ดิน มาร่วมออกศึกให้มากกว่านี้
“
ทักษิณ ชินวัตร” จึงได้ปรับเปลี่ยนแผนให้บุคลากรของ “พรรคเพื่อไทย” ขึ้นเวทีเต็มพิกัด เสริมแนวรุกเวทีเสื้อแดงให้คม หนัก ยิ่งขึ้นโดยเน้นให้โจมตีการทุจริตคอร์รัปชันในรัฐบาล
เพราะเห็นว่าประเด็นต่อสู้เรื่องไพร่กับอำมาตย์เป็นเรื่องนามธรรม และเป้าที่ตีไปที่กลุ่มอำมาตย์ก็กว้างไกลไพศาล ไม่ได้โฟกัสไปที่ความล้มเหลวของรัฐบาล ซึ่งเป็นจุดอ่อนในการบริหารประเทศขวบปีที่ผ่านมา
การปรับรูปแบบใช้บริการ สส.พรรคเพื่อไทย พร้อมกับให้อดีตแกนนำไทยรักไทย พลังประชาชน ระดับเกรดเอขึ้นเวที ไม่ว่า สมชาย วงศ์สวัสดิ์ พงศ์เทพ เทพกาญจนา หรือจาตุรนต์ ฉายแสง ที่ขอโหนกระแสด้วย เพื่อช่วยสามเกลอและ นปช. ถล่มรัฐบาล ด้วยตัวละครใหม่ๆ และประเด็นที่หลากหลาย ไม่วนเวียนแต่เรื่องอำมาตย์
ก่อนหน้านี้เวทีเสื้อแดงได้จัดเวลาให้นักการเมืองเครือข่ายทักษิณในช่วงเย็นรวม 2 ชั่วโมงต่อวัน จากนั้นถึงเป็นคิวของแกนนำ นปช. ตามด้วยช่วงไฮไลต์วิดีโอลิงก์กดปุ่มของทักษิณ
แต่ยิ่งใกล้ถึงวันเคลื่อนพลครั้งใหญ่ 27 มี.ค. ที่แกนนำเสื้อแดงฟุ้งว่าจะมีคนเสื้อแดงเคลื่อนพลมากกว่าการปิดเมืองกรุงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาถึง 5 เท่า จึงต้องเร่งปลุกเร้า สุมไฟให้ร้อนก่อนออกศึกป่วนเมือง
ก่อนวันดีเดย์รอบสอง ทักษิณสั่งให้ สส.พรรคเพื่อไทยทั้งพรรคทยอยขึ้นเวทีชำแหละรัฐบาล โดยในวันศุกร์นี้จะเริ่มตั้งแต่เวลา 12.0020.00 น. เป็นการ
“ซักฟอก” รัฐบาลอภิสิทธิ์นอกสภายุทธศาสตร์คือ
“ปล่อยของ” ที่ไม่ได้ใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจจริงที่จะมีขึ้นในอีก 12 เดือนออกมาก่อน เพราะการซักฟอกจริงในสภาที่จะนำทีมโดย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง จะใช้ข้อมูลที่เค้นเป็นหมัดน็อกรัฐบาลเท่านั้นดังนั้น ข้อมูลทุจริตมโนสาเร่ต่างๆ ที่ไม่ได้ใช้ เช่น โครงการชุมชนพอเพียง การจัดซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดจีที 200 การโยกย้ายตำรวจ ฯลฯ ก็ให้นำมาระบายบนเวทีคนเสื้อแดงก่อน เพื่อไม่ให้เสียของ
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเห็นชัดว่า
“ม็อบเสื้อแดง” แท้จริงแล้วก็คือ “ม็อบเพื่อไทย” และยังก้าวข้ามไม่พ้นทักษิณเหมือนที่แกนนำม็อบบอก เมื่อเขผู้นำม็อบที่คอยกดปุ่มชักใยอย่างไรก็คือ “ทักษิณ ชินวัตร”เหตุผลของพรรคเพื่อไทยที่เปลี่ยนมาใช้
“เวทีข้างถนน” ล้มรัฐบาล อ้างว่า รัฐสภาถูกปฏิวัติซ่อนรูปโดยทหารแล้ว เพราะรัฐบาลให้ตำรวจ ทหาร เข้ารักษาความปลอดภัยเกินเหตุ สส.จึงหมดศักดิ์ศรีที่จะต้องไปทำหน้าที่ในสภาดังนั้น เมื่อ สส.เพื่อไทยทำหน้าที่ตรวจสอบในสภาไม่ได้ก็ต้องใช้เวทีข้างถนนตรวจสอบรัฐบาลแทน
แต่นั่นก็เป็นเพียงข้ออ้างเพราะทักษิณสั่ง สส.พรรคเพื่อไทยให้เตรียมตัวขึ้นเวทีนานแล้ว ก่อนที่รัฐบาลจะขนทหาร ตำรวจ มารักษาความปลอดภัยป้องกันม็อบแดง เพื่อให้ฝ่ายนิติบัญญัติเดินได้
ซึ่งความจริงแล้วก็ไม่มีการขัดขวาง สส.เพื่อไทย เพราะ
“กรุง ศรีวิไล” สส.เมืองปากน้ำ เพื่อไทย ก็ยังเข้าไปทำหน้าที่ในสภา ก่อนจะออกมาด่าพวกเดียวกันว่า “ถ้า สส.ไม่มาทำหน้าที่ในสภาก็ให้ลาออกไปซะ”แผนเผด็จศึกของทักษิณ ต้องการทำให้เห็นว่าฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารทำงานไม่ได้ ถ้าสามารถตอกย้ำภาพนี้ได้ รัฐบาลอภิสิทธิ์ก็จะกลายเป็นเป็ดง่อย และเป็น
“รัฐที่ล้มเหลว” ทำให้ข้อเรียกร้องยุบสภาสมเหตุสมผลทว่ารัฐบาลรู้ทัน พยายามยึดรัฐสภากลับคืนมาจนสามารถประชุมสภาผ่านกฎหมายได้ และแม้จะไม่สามารถใช้ทำเนียบรัฐบาลประชุม ครม. ได้ แต่ก็พยายามหนีจากกระดองหอยกองทัพในราบ 11 มาใช้กระทรวงสาธารณสุข เป็นที่ประชุม ครม.แทน
สภาพที่เกิดขึ้นชี้ว่าทักษิณต้องการเร่งปิดเกมรัฐบาลให้เร็วที่สุด จึงต้องให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนของมวลชนไร่แดงนอกสภามากกว่าพึ่งเกมพรรคเพื่อไทยในสภา
เพราะหากจะพึ่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็อีกนานร่วม 12 เดือน
และอย่างไรเสีย ฝ่ายค้านก็ไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ เพราะมีเสียงในสภามากกว่า
เมื่อ
“ม็อบแดง” ติดลมบน ทักษิณก็ต้องทุ่ม ปั่นกระแสกดดันรัฐบาลไม่ให้หายใจหายคอได้สะดวกระบบรัฐสภาจึงไม่มีความหมายสำหรับทักษิณ ทั้งที่ทักษิณมีพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคที่มีเสียงอันดับหนึ่งในสภา และเป็นฝ่ายค้านที่มีความแข็งแกร่งในการทำหน้าที่ตรวจสอบ ไม่ว่าจะยื่นกระทู้ถาม การเสนอญัตติ ใช้เวทีกรรมาธิการตรวจสอบ รวมถึงคิวที่จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่แล้วในเดือนหน้า
ทั้งที่จริงแล้วหากทักษิณใช้เพื่อไทยเดินหน้าตรวจสอบรัฐบาลในระบบรัฐสภา โดยมีหลักฐานการทุจริตตีแผ่ให้ประชาชนรู้ ย่อมจะได้รับการยอมรับว่าต่อสู้ตามกติกา และก็เชื่อว่าสามารถเปิดแผลรัฐบาลได้มากกว่าเดิม
แต่ทักษิณมองว่าชัยชนะของม็อบแดงกำลังอยู่แค่เอื้อม ยิ่งทำให้กรุงเทพฯ เดือดร้อนมากเท่าไร คนชั้นกลางในเมืองกรุงก็จะเอือมระอารัฐบาลที่ไม่สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองได้จนทำให้เกิดผลกระทบต่อวิถีชีวิตคนกรุง
ดังนั้น ต้องตรึงมวลชน เลี้ยงกระแสให้นานที่สุด
หากสู้เกมยาว ก็ต้องพึ่งฐาน สส.เพื่อไทย ที่มีกลไก เครือข่ายหัวคะแนน การจัดหายานพาหนะเพื่อเติมคนเสื้อแดงให้มาปักหลักกันให้แน่นๆ
พรรคเพื่อไทย จึงเล่นบทผิดที่เพียงเพราะทำตามบัญชาทักษิณเพื่อเร่งล้มรัฐบาลทุกวิถีทาง







