posttoday
โรงพยาบาลรองรับภัยพิบัติ (Disaster Hospital)

โรงพยาบาลรองรับภัยพิบัติ (Disaster Hospital)

26 มีนาคม 2553

...นพ.พงศธร  พอกเพิ่มดี 

ทุกวันนี้เราได้ยินข่าวภัยพิบัติทั้งที่เกิดจากธรรมชาติและน้ำมือมนุษย์ ทำให้ผู้คนต้อง สูญเสียชีวิตเป็นจำนวนมากแทบไม่เว้นแต่ละวัน นับตั้งแต่เหตุการณ์แผ่นดินไหว ธรณีพิบัติ พายุถล่ม การก่อวินาศกรรม อีกทั้งความขัดแย้งทางการเมือง แม้ว่าเราอาจโชคดีที่ไม่มีแผ่นดินไหวรุนแรง แต่เหตุการณ์ธรณีพิบัติภาคใต้ พายุไต้ฝุ่นนาร์กิสถล่มพม่า และการชุมนุมทางการเมืองที่ส่อเค้าจะรุนแรงขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนว่าวันหนึ่งประเทศของเราอาจจะต้องเผชิญกับภัยพิบัติขึ้นได้ ดังนั้นการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับภัยพิบัติต่างๆ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่ทุกฝ่ายไม่ควรจะมองข้าม

หลายคนอาจบอกว่า ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเตรียมการอะไร เพราะเราก็มีโรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชนนับสิบแห่งกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ๆ แต่ข้อเท็จจริงที่สำคัญคือ โรงพยาบาลเหล่านี้ก็ล้วนแต่มีผู้ป่วยแน่นขนัด หาเตียงว่างแทบไม่ได้ หากจำกันได้เหตุไฟไหม้ซานติก้า ผับ มีผู้ป่วยเพียงหลักร้อยเท่านั้น ยังต้องกระจายผู้ป่วยไปหลายโรงพยาบาล บริหารจัดการอย่างทุลักทุเล หรือแค่การส่งผู้ป่วยมารักษาต่อจากต่างจังหวัดก็แทบจะหาเตียงเพื่อรับผู้ป่วยเหล่านี้ไว้ได้

ดังนั้น หากเกิดภัยพิบัติรุนแรงยิ่งกว่านั้น เชื่อว่าย่อมเกิดปัญหาอย่างแน่นอน ซึ่งจะส่งผลทำให้โอกาสที่จะช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่างๆ ให้รอดชีวิตในช่วงเวลาสำคัญย่อมมีน้อยลง

ญี่ปุ่น เป็นประเทศหนึ่งที่ได้เตรียมพร้อมรับเหตุการณ์ภัยพิบัติล่วงหน้า โดยมีมาตรการต่างๆ รวมทั้งมีหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ในอดีตญี่ปุ่นก็เหมือนประเทศไทยที่ไม่ได้เตรียมมาตรการใดๆ เพื่อรองรับภัยพิบัติต่างๆ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวอย่างรุนแรงที่เมืองโกเบ ในปี พ.ศ. 2538 ส่งผลให้มีเสียชีวิตจำนวนมาก และเหตุการณ์ผู้ก่อการร้ายปล่อยก๊าซสารินในรถไฟฟ้าใต้ดิน ในปีเดียวกัน ส่งผลให้มีเสียชีวิต 13 คน มีผู้บาดเจ็บกว่า 6,000 คน โดยมีผู้ป่วยที่ต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลทันทีกว่า 600 คน

ทั้งสองเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประเทศญี่ปุ่นได้หันมาสนใจในการเตรียมความพร้อมอย่างจริงจัง โดยได้ตั้งโรงพยาบาลรองรับอุบัติภัย (National Hospital Tokyo Disaster Medical Center) ขึ้นบริเวณชานเมืองโตเกียว เพื่อใช้เป็นสถานที่ฝึกบุคลากรและรองรับผู้ป่วยฉุกเฉิน และยังได้จัดตั้งหน่วยประสานงานเครือข่ายการให้บริการขึ้น (Regional Network of Civil Emergency Medicine) เพื่อเป็นหน่วยงานประสานโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศเพื่อรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน คล้ายๆ กับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินของไทย

สำหรับโรงพยาบาลรองรับภัยพิบัติของญี่ปุ่นนั้นถูกออกแบบมาให้สามารถรองรับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ และโดยเฉพาะกับเมืองหลวงของประเทศที่มีประชาชนอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น กรณีเกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง การถูกโจมตีจากผู้ก่อการร้าย เป็นต้น

โรงพยาบาลแห่งนี้มีสิ่งที่น่าสนใจหลายประการ อาทิ สถานที่ตั้งอยู่ชานเมืองโตเกียว ติดกับสนามบินทหาร ใกล้กับทางรถไฟและทางด่วน สามารถใช้ขนส่งผู้ป่วยทางอากาศทางบกได้โดยง่าย มีเตียงสำรองแบบพับเก็บได้นับพันเตียง มีโรงพยาบาลสนามที่สามารถขนย้ายไปในที่ต่างๆ ได้

ในเวลาปกติโรงพยาบาลแห่งนี้จะให้บริการเพียงบางส่วน ส่วนใหญ่ปิดไว้เพื่อรอรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ส่วนบุคลากรไม่ได้มีเป็นของตัวเองทั้งหมด แต่จะมีระบบการบริหารจัดการร่วมกับโรงพยาบาลหลายแห่ง เพื่อให้สามารถสนับสนุนบุคลากรได้ทันทีหากมีความจำเป็นเร่งด่วน นอกจากนั้นยังมีอาหารสำเร็จรูปและเครื่องใช้ที่จำเป็นสำรอง สามารถดูแลประชาชนได้เป็นล้านๆ คนในเวลา 12 สัปดาห์ มีห้องใต้ดินสำหรับเก็บสำรองยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นในการดูแลผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก เป็นต้น

ไม่เพียงแค่นั้น ญี่ปุ่นยังเตรียมสร้างความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ให้การป้องกันภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะจากการก่อวินาศกรรมที่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ เคมี และชีวภาพอีกด้วย

ในส่วนของประเทศไทยนั้น อย่างน้อยก็ยังโชคดีที่เรามีสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน (สบฉ.) เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ประสานงานการแพทย์ฉุกเฉินในกรณีที่เกิดภัยพิบัติต่างๆ

อย่างไรก็ตาม สบฉ.เองยังได้รับงบประมาณจากรัฐบาลอย่างจำกัด ถึงแม้ว่าในแต่ละปีจะต้องให้บริการประชาชนกว่า 1.4 ล้านครั้งทั่วประเทศ และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นทุกวันก็ตาม

จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ โดยสร้างโรงพยาบาลรองรับภัยพิบัติคล้ายๆ ประเทศญี่ปุ่น ที่จัดสร้างอยู่บนสถานที่ที่การคมนาคมสะดวก ทั้งทางรถ เรือ อากาศ เพื่อใช้เป็นสถานที่รองรับผู้ป่วยจำนวนมากที่เกิดจากภัยพิบัติต่างๆ ทั้งที่เกิดจากมนุษย์และธรรมชาติ

นอกจากนั้นยังใช้เป็นหน่วยงานฝึกอบรมให้กับบุคลากรที่ทำหน้าที่กู้ชีพ ให้บริการกับประชาชนต่อไปในอนาคต อย่างน้อยเวลามีเหตุการณ์แผ่นดินไหว ธรณีพิบัติ และการชุมชนทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน พี่น้องประชาชนก็อุ่นใจว่าจะมีโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่พร้อมดูแลเขาเหล่านั้นได้อย่างทันท่วงที

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท