
ทางออกประเทศ
...อภิรักษ์ โกษะโยธิน
ทางออกประเทศ
การชุมนุมทางการเมืองที่ยืดเยื้อย่อมส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนในกรุงเทพฯ และเขตปริมณฑล และต่อเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน และการท่องเที่ยว เนื่องจากประชาชนเกิดความวิตกกังวลไม่กล้าออกมาจับจ่ายใช้สอย เพราะหวั่นเกรงการก่อเหตุความรุนแรงจากมือที่สาม
แม้ปัญหาเหล่านี้อาจจะส่งผลกระทบระยะสั้น แต่จะกระทบต่อความเชื่อมั่นของประเทศในสายตาชาวโลกอย่างมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวกรุงเทพฯ หรือสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งประเด็นนี้ทางรัฐบาลได้เร่งทำความเข้าใจผ่านสำนักข่าวต่างประเทศ ตลอดจนการชี้แจงผ่านช่องทางต่างๆ รวมทั้งกระทรวงการต่างประเทศด้วย เพื่อให้เข้าใจถึงการดำเนินการของรัฐบาลและความชอบธรรมของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง รวมถึงเน้นย้ำว่ารัฐบาลเคารพสิทธิในการชุมนุม
ในขณะเดียวกันรัฐบาลต้องขับเคลื่อนการทำงานบริหารประเทศ ตลอดจนการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนให้กับพี่น้องชาวไทย เช่น การแก้ปัญหาภัยแล้ง
นอกจากนี้ รัฐบาลต้องเดินหน้าในการทำงานขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นการดูแลประกันราคาพืชผลให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ การวางโครงสร้างพื้นฐานทางด้านการคมนาคมขนส่ง ระบบขนส่งมวลชน โครงการพัฒนาระบบน้ำและการชลประทาน
นอกเหนือจากทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่เรียกร้องให้ยุบสภา ชุมนุมด้วยความสงบ ปราศจากความรุนแรง และเคารพกฎหมาย ด้วยการมองผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติเป็นหลัก รวมทั้งหลีกเลี่ยงการชุมนุมที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน เห็นว่าการเจรจาโดยระดมความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ น่าจะเป็นทางออกของการแก้ไขปัญหา ซึ่งที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีได้กล่าวอย่างชัดเจนแล้วว่า ถ้ายุบสภาแล้วต้องอยู่บนพื้นฐานของความสงบเรียบร้อย และต้องมีความชัดเจนว่าหากยุบสภาแล้วต้องได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย เช่น ไม่มีการแสดงออกจากการชุมนุมต่อต้านระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งในอนาคต และไม่มีการใช้ความรุนแรง
การเจรจาหาทางออกร่วมกันโดยมีตัวแทนของแต่ละฝ่าย ประกอบด้วยตัวแทนฝ่ายผู้ชุมนุมและรัฐบาล ตลอดจนฝ่ายนิติบัญญัติ รวมทั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และตัวแทนนักวิชาการจากสถาบันการศึกษา โดยกำหนดประเด็นปัญหาที่ชัดเจนในการแก้ไข เช่น ปัญหาการไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญปัจจุบัน ในบางมาตราตามที่คณะกรรมการร่วมรัฐสภาได้เคยศึกษาไว้ รวมถึงการทำประชามติกับประชาชนในแนวทางการแก้ไขดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม กลไกการแก้ไขปัญหาด้วยวิถีทางระบบรัฐสภา การยุบสภาคืนอำนาจให้กับประชาชน คือ ทางออกทางหนึ่งตามวิถีทางในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ได้รับการยอบรับในระดับสากล แต่หากยังมีการสร้างเงื่อนไขและการใช้ความรุนแรง โดยไม่มีหลักประกันว่าหากยุบสภาไปแล้ว การหาเสียงจะเป็นไปโดยความเรียบร้อย ในที่สุดจะเป็นการสร้างเงื่อนไขใหม่กลับไปสู่วงจรเดิม ไม่ว่าจะเป็นการปฏิวัติรัฐประหาร หรือ การชุมนุมทางการเมืองที่จะเกิดตามมาอย่างไม่เป็นที่สิ้นสุด
นอกจากนี้ รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการรักษากฎหมายโดยเคร่งครัด ไม่ให้เกิดการชุมนุมที่ทำผิดกฎหมาย โดยกำหนดกรอบระยะเวลาก่อนการยุบสภาที่ชัดเจน และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องเข้ามาจัดการเลือกตั้งให้เกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรม ร่วมกับตัวแทนหรือเครือข่ายต่างๆ เข้ามาติดตามการเลือกตั้งร่วมกัน เพื่อสร้างการยอมรับจากประชาชนว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปด้วยความถูกต้องและบริสุทธิ์ยุติธรรม
การเดินหน้าไปสู่การแก้ไขปัญหาร่วมกันของทุกฝ่ายอย่างเป็นระบบ จะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ว่าเราจะสามารถเดินหน้าร่วมกันแก้ไขปัญหาต่างๆ และร่วมกันพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาประเทศทั่วโลก ภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งจะเป็นทางออกของประเทศไทย ในภาวะวิกฤตการเมืองในปัจจุบัน เพราะประเทศไทยเป็นของพวกเราคนไทยทุกคน







