
มท.1เปิดวอร์รูมเกาะติดม็อบ
มหาดไทยตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด เร่งผู้ว่าฯ-นายอำเภอแจงเหตุผล ย้ำต้องรักษาประชาธิปไตย
มหาดไทยตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด เร่งผู้ว่าฯ-นายอำเภอแจงเหตุผล ย้ำต้องรักษาประชาธิปไตย
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย (มท.) ได้เรียกประชุมข้าราชการฝ่ายการเมือง และข้าราชการฝ่ายประจำ เพื่อหารือถึงการรับมือสถานการณ์การชุมนุม โดยนายจารุพงศ์เปิดเผยว่า จะนำเหตุการณ์รัฐประหารในวันที่ 19 ก.ย. 2549 และเหตุการณ์สลายการชุมนุมหน้ารัฐสภา ในวันที่ 7 ต.ค. 2551 เป็นมาตรฐานในการติดตามสถานการณ์การชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยาม
นอกจากนี้ ในวันพรุ่งนี้ (22 ต.ค.) นายกรัฐมนตรียังได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.) และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดทุกจังหวัด มารับนโยบายที่ทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 14.00 น. เพื่อประสานทั้ง 2 หน่วยงานในการติดตามสถานการณ์ ทั้งนี้ จะมีการตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ที่กระทรวงมหาดไทยด้วย ส่วนเรื่องของมือที่สามนั้น พบว่ามีความเคลื่อนไหวของผู้ที่ต้องการชุมนุมในรูปแบบนี้จำนวนหนึ่ง
“ผวจ.และนายอำเภอ ต้องชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจถึงเหตุผล เพื่อรักษาการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ และต้องทำความเข้าใจผู้นำชุมชนในพื้นที่เพื่อให้ว่าบ้านเมืองที่เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงควรเดินหน้าต่อไปอย่างไร” นายจารุพงศ์กล่าว
รมว.มหาดไทย กล่าวอีกว่า ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีเรียกประชุมคณะรัฐมนตรีชุดเล็กเพื่อติดตามสถานการณ์นั้น ยังไม่ทราบว่า ร.ต.อ.เฉลิมจะตัดสินใจเรียกประชุมเมื่อใด
“อยากตั้งคำถามกลับไปยัง พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานองค์การพิทักษ์สยามว่า แนวคิดการแช่แข็งประเทศ 5 ปี นั้นประเทศจะก้าวไปในทิศทางใด ทั้งการติดต่อระหว่างประเทศ เศรษฐกิจในประเทศและต่างประเทศจะเป็นไปลักษณะอย่างไร ทั้งๆที่ประเทศเพื่อนบ้านต่างเป็นประชาธิปไตยทั้งหมด และรวมถึงความสุขของประชาชนด้วย” รมว.มหาดไทยกล่าว
ทั้งนี้ ในที่ประชุมติดตามสถานการณ์ผู้ชุมนุม นายชวน ศิรินันท์พร อธิบดีกรมการปกครองถูกกำชับให้ชี้แจงประชาชนผ่านผวจ.ในเรื่องการเข้าร่วมชุมนุม ว่า การที่มาชุมนุมแล้วมีการเสนอรายชื่อผู้นำคนใหม่แทนนายกฯนั้นไม่ใช่เป็นระบอบประชาธิปไตย และให้ชี้แจงทำความเข้าใจในเรื่องการชุมนุมครั้งนี้ด้วย







