posttoday
ศึกม็อบ-ซักฟอก ยิ่งลักษณ์รอด ก็...อ่วม

ศึกม็อบ-ซักฟอก ยิ่งลักษณ์รอด ก็...อ่วม

21 พฤศจิกายน 2555

เข้าสู่โค้งอันตราย !!! กับก้าวย่างที่สุ่มเสี่ยงของรัฐบาลในการเดินหน้าฝ่า “ด่านหิน” ที่ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

เข้าสู่โค้งอันตราย !!! กับก้าวย่างที่สุ่มเสี่ยงของรัฐบาลในการเดินหน้าฝ่า “ด่านหิน” ที่ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

จะต้องเผชิญกับมรสุมลูกโต ขนาบทั้ง “ใน” และ “นอก” สภาฯ ต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ยาวเรื่อยไปจนถึงปิดสมัยประชุมสภาฯ

เปิดฉากด้วยงานใหญ่กับการชุมนุมครั้งที่ 2 ภายใต้การนำของ เสธ.อ้าย พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานองค์การพิทักษ์สยาม

ยกระดับจาก “สนามม้านางเลิ้ง” ที่มวลชนมากันล้นหลามเกินเป้าที่วางไว้ จนจัดนัดรวมตัววัดขุมพลังรอบใหม่อีกครั้ง 24 พ.ย. หนึ่งวันก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ลานพระบรมรูปทรงม้า

หลายฝ่ายวิเคราะห์เชื่อมโยงระหว่างการชุมนุมที่คาดว่าจะยืดเยื้อข้ามคืนไปจนถึงวันอภิปรายฯ 25 พ.ย. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมิน และเตรียมพร้อมรับมือการชุมนุมที่เป็นห่วงว่าอาจจะมีการเคลื่อนขบวนปิดล้อมกดดันหรือปักหลักจัดเวทีอภิปรายฯ หน้าสภาฯ ควบคู่กับในสภาฯ

จับ “อาการ” จากคนในรัฐบาลยิ่งสะท้อนให้เห็นความกังวลกับพลังมวลชนรอบนี้ไม่น้อย และดูจะให้น้ำหนักกับการเคลื่อนไหวของมวลชนรอบนี้มากกว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจสภาฯ

ทั้งมาตรการสกัดกั้นการระดมมวลชนจากต่างจังหวัดไม่ให้เดินทางมาร่วมชุมนุมที่กทม. การออกมาถล่มกลุ่มผู้ชุมนุมว่า จ้างมาหลายพันบาท ไปจนถึงการพาดพิงว่าพรรคการเมืองบางพรรคเป็นโต้โผขนคนขึ้นมาร่วมชุมนุมครั้งนี้

ขณะที่อีกด้านหนึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะหน่วยงานด้านความมั่นคง ซึ่งเคยมองข้ามไม่ได้ให้ราคากับการชุมนุมเมื่อครั้งที่แล้ว ทีนี้กลับต้องมาจับตาเป็นพิเศษ

จนถึงข้อมูลจากทางสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่ออกมาปูดข่าวเรื่องเสื้อแดงเทียมนับ 5,000 คน ที่เตรียมมาป่วนการชุมนุมเพื่อสร้างสถานการณ์ สอดรับไปกับกระแสข่าวจากทางสันติบาลเรื่องระเบิดเอ็ม 79 ที่เตรียมมาก่อเหตุในการชุมนุม

ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการสร้างความหวาดกลัวเพื่อสกัดกั้นกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้มาร่วมชุมนุมครั้งนี้ หรือจะเป็นการปูทางหาเหตุผลรองรับไปสู่การประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ล้วนแต่สะท้อนให้เห็นความวิตกกังวลต่อการชุมนุมรอบนี้

แม้แต่โฟนอินครั้งล่าสุดมายังกลุ่มคนเสื้อแดงที่ จ.สมุทรปราการ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังออกอาการเป็นห่วงผลพวงจากการเคลื่อนไหวจนต้องกำชับให้คนเสื้อแดงพร้อมอยู่ในที่ตั้ง รอรับเหตุการณ์ที่ไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาล

การเคลื่อนไหวรอบนี้ ที่ว่ากันว่าจะเป็นการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ที่สุดอีกครั้งหนึ่ง จากการรวมตัวของเครือข่ายต่อต้านระบอบทักษิณเก่า ที่กระจัดกระจายไปให้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ยังไม่รู้ว่าจุดหมายปลายทางที่ เสธ.อ้ายวางไว้จะนำไปสู่จุดไหน และไปถึงฝั่งฝันได้หรือไม่

ถัดมาที่ดาบสอง การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เริ่มต้นในวันที่ 25 พ.ย. นี้ฝ่ายค้านพุ่งเป้าถล่มไปที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ที่ฝ่ายค้านจะลากมาถล่มตั้งแต่พฤติกรรมบริหารราชการแผ่นดินบกพร่อง ล้มเหลว ผิดพลาด ไร้ประสิทธิภาพ ไม่สามารถปฏิบัติตามนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา

นโยบายหาเสียงทั้งลดค่าครองชีพ เงินเดือน 1.5 หมื่นบาท ค่าแรง 300 บาท ทุกอย่างไม่สามารถปฏิบัติได้อย่างที่หาเสียงไว้

เป้าใหญ่เรื่องทุจริตคอร์รัปชันด้วยพฤติกรรมปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตการใช้จ่ายเงินแผ่นดินในหลายโครงการ ทั้งช่วงน้ำท่วมและโครงการต่อเนื่องเรื่อยมา รวมไปถึงโครงการรับจำนำข้าวที่มีช่องโหว่ก่อให้เกิดความไม่โปร่งใสในหลายจุด

หมัดเด็ดการอภิปรายฯ เที่ยวนี้ถูกจับจ้องไปโครงการขุดลอกคูคลอง ซ่อมแซมถนน สืบเนื่องจากปัญหาอุทกภัยที่ผ่านมา ซึ่งตรวจพบความไม่ชอบมาพากลในหลายส่วน รวมทั้งมีหลักฐานความไม่โปร่งใสที่ว่ากันว่าจะเป็นใบเสร็จชัดเจนพอจะเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องได้

ทางรัฐบาลเองขณะนี้กำลังเก็งข้อสอบ และจัดวางตัวผู้ที่จะรับหน้าที่องครักษ์คอยชี้แจงแทนนายกฯ ยิ่งลักษณ์ในเรื่องที่ถูกพาดพิง ซึ่งฝ่ายค้านได้มอบให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบระเบียบข้อบังคับ “ปิดทาง” ไม่ให้มีตัวช่วยมาชี้แจงแทนนายกฯ กลางสภา

แน่นอนว่า ด้วยเสียงรัฐบาลที่เกิน 300 เสียงเวลานี้ คงยากที่จะหวังผล “ไม่ไว้วางใจ” ในการลงมติในสภาฯ แต่เป้าหมายเบื้องหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่ที่การยื่นถอดถอนนายกฯ และรัฐมนตรีในความผิดฐานทุจริต ทำผิดกฎหมาย ที่หากหลักฐานในมือที่ฝ่ายค้านมีชัดเจนน่าจะทำให้รัฐบาลต้องสั่นสะเทือนไม่มากก็น้อย

ปิดท้ายก่อนการปิดสมัยประชุมสภาวันที่ 28 พ.ย.นี้ ด้วยการอภิปรายทั่วไปต่อการบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่มีการลงมติของสมาชิกวุฒิสภา

แม้จะไม่มีการลงมติไม่ไว้วางใจ แต่เวทีนี้ยังจัดเป็นอีกเวทีที่รัฐบาลประมาทไม่ได้ เพราะข้อมูลที่ สว.เก็บรวบรวมมาเตรียมรอถล่มความล้มเหลวการบริหารงานของรัฐบาลนั้น สามารถสั่นคลอนรัฐบาลได้ไม่มากก็น้อย

ทว่าการอภิปรายฯ ของ สว.ในช่วงหลังศึกซักฟอกของสภาล่าง อาจจะทำให้บรรยากาศความตื่นตัวสนใจรับฟังของประชาชนทั่วไปอาจจะเริ่มเบื่อหน่ายการอภิปรายฯ ไปบ้าง แต่หากมีข้อมูลหลักฐานความล้มเหลว หรือไม่ชอบมาพากลย่อมส่งผลต่อรัฐบาลแบบไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

ปัจจัยรุมเร้าเหล่านี้รัฐบาลรู้ดีว่ามีแต่จะสั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาล ดังจะเห็นว่าที่ผ่านมารัฐบาลพยายามเร่งสร้างผลงานเรียกคะแนนตุนไว้ก่อนช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญครั้งนี้

โดยเฉพาะกับบทบาทความสัมพันธ์กับชาติมหาอำนาจที่มาเยือนไทยทั้ง สหรัฐอเมริกา อย่างประธานาธิบดีบารัก โอบามา และเวินเจียเป่า นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีนที่มาในจังหวะเหมาะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ก่อนเผชิญมรสุมรุมเร้า

ยิ่งในจังหวะที่ผ่านงานมาปีกว่าบนเก้าอี้นายกฯ ยิ่งเป็นแรงกดดันให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ต้องพิสูจน์ตัวเอง ฟื้นความเชื่อมั่นผ่านมรสุมทางการเมืองที่จะรุมเร้าเหล่านี้ไปให้ได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย แม้จะฟันฝ่าเอาตัวรอดผ่านไปได้ แต่ก็คงสะบักสะบอมไม่น้อยกับมรสุมรุมเร้าที่กำลังจะเผชิญ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท