posttoday
ประโยชน์ของมาตรา 190

ประโยชน์ของมาตรา 190

20 พฤศจิกายน 2555

นักการเมืองหรือใครก็ตามที่ไม่ค่อยถูกใจกับบทบัญญัติที่กำหนดไว้ในมาตรา 190 แห่งรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 2550 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เพราะเห็นว่าเป็นอุปสรรคในการบริหารราชการแผ่นดิน ทำให้การทำงานของรัฐบาลล่าช้าขาดความคล่องตัว ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ฯลฯ นั้น

นักการเมืองหรือใครก็ตามที่ไม่ค่อยถูกใจกับบทบัญญัติที่กำหนดไว้ในมาตรา 190 แห่งรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 2550 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เพราะเห็นว่าเป็นอุปสรรคในการบริหารราชการแผ่นดิน ทำให้การทำงานของรัฐบาลล่าช้าขาดความคล่องตัว ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ฯลฯ นั้น

ผลจากการมาเยือนประเทศไทยของประธานาธิบดีบารัก โอบามา แห่งสหรัฐ และการที่นายกรัฐมนตรีไทยได้ออกแถลงการณ์ร่วม ว่าไทยจะเข้าร่วมการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก หรือ TransPacific Partnership (TPP) นั้น น่าจะแสดงให้หลายๆ คนได้ตระหนักถึงสิ่งสำคัญและความจำเป็นของกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรานี้ ว่ามีความสำคัญต่อการบริการราชการแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติอย่างไร

เนื้อหาของมาตรา 190 บัญญัติว่า หนังสือหรือสัญญาใดที่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของประเทศ หรืออธิปไตยของประเทศ หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาก่อน รัฐบาลจึงจะเข้าไปลงนามทำสัญญาส่วนต่างประเทศได้

ก็แน่นอนครับว่า เมื่อรัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างนี้ ข้าราชการ นักการเมือง หรือนักธุรกิจ ที่มีผลประโยชน์มีส่วนได้ส่วนเสียกัน การทำสัญญากับต่างประเทศ ก็ย่อมรู้สึกว่า มาตรา 190 เป็นอุปสรรคในการทำงานเป็นธรรมดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัญญาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการลงทุน การค้า และการประกอบธุรกิจอื่นๆ จึงมีผู้อยากให้ยกเลิกบทบัญญัตินี้ไป โดยอ้างว่ารัฐบาลแต่ละรัฐบาลที่เข้าบริหารก็ได้รับฉันทานุมัติจากประชาชนผู้เลือกตั้งเข้ามา จึงควรมีสิทธิที่จะบริหารประเทศให้เป็นอย่างคล่องตัว สามารถแข่งขันกับต่างประเทศไทยได้ หรือไม่อย่างนั้นก็กำหนดเงื่อนไขสัญญาที่จะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาให้แคบลงและเหลือให้น้อยที่สุด

แต่การหยิบมาตรา 190 ขึ้นมาใช้ของรัฐบาลนี้ แสดงให้เห็นด้านบวกของการมีมาตรา 190 ในรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นครั้งแรกของฝ่ายบริการที่หยิบยกมาตรา 190 มาใช้ให้เป็นประโยชน์ในเชิงปริมาณ

ในการแถลงการณ์ร่วมไทยสหรัฐ นายกรัฐมนตรี แถลงว่า ไทยมีเจตนาที่จะเข้าร่วมการเจรจาความตกลงยุทธศาสตร์ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก แต่การที่จะบรรลุข้อตกลงได้นั้น จะต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190

นี่แหละครับ คือ ประโยชน์ของรัฐธรรมนูญมาตรานี้ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าไทยนั้นอยู่ระหว่างการแข่งขันสร้างอิทธิพลทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศมหาอำนาจ คือ สหรัฐและจีน โดยสหรัฐพยายามฉุดประเทศในภูมิภาคนี้ให้เข้าร่วม TPP ซึ่งไม่มีจีนร่วมอยู่ด้วย ซึ่งจีนนั้นก็คงไม่ยินดีเท่าไรที่จะเห็นสหรัฐกลับเข้ามามีบทบาทในภูมิภาคนี้เหมือนสมัยก่อนสงครามเวียดนาม เพราะฉะนั้นการตัดสินใจของไทยในเรื่องนี้ จึงเป็นเรื่องที่ยากมากถ้าไม่มีรัฐธรรมนูญมาตรานี้มาเป็นข้ออ้าง เพราะถ้าปฏิเสธข้อเสนอของสหรัฐ ก็อาจกระทบถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทางด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และการเมืองกับสหรัฐ ซึ่งถึงอย่างไรก็เป็นมหาอำนาจอันดับ 1 ของโลก และมีความผูกพันกับประเทศไทยอย่างใกล้ชิดมานาน แต่ถ้ายินยอมตกลงแต่งงานด้วย ในขณะที่นายกรัฐมนตรี เวินเจียเป่า แห่งจีนจะมาเยือนต่อจากประธานาธิบดีโอบามา ก็อาจจะขัดอกขัดใจมหาอำนาจใกล้ตัวเป็นผลเสียอีก

การหยิบยก มาตรา 190 ขึ้นมาใช้ จึงเป็นการดำเนินนโยบายที่ฉลาดของรัฐบาล ทำบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น เพราะเผอิญมีกฎหมาย มาตรา 190 และรัฐสภาที่จะหยิบมาใช้เป็นข้ออ้าง

ถ้านายกฯ จีน มาขอให้ตกลงอะไรบางอย่างทำนองเดียวกับสหรัฐ ผมว่าใช้กลยุทธ์นี้ได้อีก คือรับไว้ก่อนแต่ถ้าตัดสินใจว่าจะเดินต่อไปจนแต่งงานกันได้หรือไม่ คงต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ปกครองคือรัฐสภาก่อนตามขนบธรรมเนียมประเพณีของไทยก็เข้าท่าดี ใครว่าก็ไม่ได้

ส่วนของ TPP นั้น นอกจากจะตัดสินใจยาก เพราะเป็นเรื่องการเมืองระหว่างประเทศมหาอำนาจแล้ว เนื้อหาสาระก็ยังตัดสินใจยาก เพราะมีทั้งส่วนที่เป็นประโยชน์และอาจไม่เป็นประโยชน์แก่ประเทศ เพราะ TPP นั้นเน้นเรื่องการปกป้องสิทธิพิเศษและทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งมาตราของไทยอาจไม่อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด อาจกระทบถึงเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะยาต่างๆ ที่ราคาอาจจะแพงขึ้น จนกระทบถึงปัญหาการรักษาพยาบาลของคนไทย นอกจากนั้นยังเน้นการเปิดเสรีด้านการเงิน ซึ่งหลายคนบอกว่าสถาบันการเงินไทยยังไม่พร้อมจะแข่งขันอย่างเต็มรูปแบบ

ในขณะเดียวกัน การเปิดเสรีทางการค้าของกลุ่มสมาชิกที่ชัดเจน ว่าอย่างน้อยจะมี 11 ประเทศรวมทั้งสหรัฐจะป้องกันอุตสาหกรรมไทยให้แข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านที่เข้าไปร่วมกลุ่มได้ เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอซึ่งกำลังมีปัญหาเรื่องค่าจ้างแรงงานอยู่ในขณะนี้ ถ้าต้องถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากสหรัฐ หรือประเทศในกลุ่ม TPP เพิ่มขึ้น จะยิ่งทำให้การแข่งขันกับประเทศอื่นที่ค่าแรงงานถูกกว่าและเสียภาษีต่ำกว่า นอกจากนั้นยังพูดกันว่าภาคการเกษตรของไทยจะได้รับผลประโยชน์จากการเข้าร่วมกลุ่ม TPP ด้วย

เท็จจริงอย่างไร คงต้องศึกษาวิเคราะห์ลงลึกเพื่อชั่งน้ำหนักส่วนได้ส่วนเสียอีกมาก เพราะฉะนั้นมาตรา 190 จึงเป็นข้ออ้างที่เหมาะสมที่สุด ที่จะหยิบมาให้เพื่อซื้อเวลา

ความจริงวิธีการอ้างกฎหมายและรัฐสภาเป็นเครื่องมือที่ใช้ต่อรองกับต่างประเทศนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่และประเทศที่นิยมทำที่สุด ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นประเทศสหรัฐนั่นเอง

ใครที่ไม่ชอบ มาตรา 190 ลองคิดดูดีๆ นะครับ คิดผิดคิดใหม่ได้

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง