
เลื่อน‘เอซี’1ปี
ปรับใหม่เป็นดีเดย์31ธ.ค.2558อาเซียนขยับเปิดวงค้าเสรีใหม่16ประเทศ
ปรับใหม่เป็นดีเดย์31ธ.ค.2558อาเซียนขยับเปิดวงค้าเสรีใหม่16ประเทศ
เลื่อนวันดีเดย์เอซีเป็น 31 ธ.ค. 2558
สำนักโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รายงานเมื่อวันที่ 19 พ.ย.ว่า ที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 21 ได้กำหนดวันจะบรรลุเป้าหมายการเป็นประชาคมอาเซียน (เอซี) ร่วมกันเป็นวันที่ 31 ธ.ค. 2558 ซึ่งเท่ากับเลื่อนจากเดิมไป 364 วัน จากเดิมคาดว่าจะเริ่มต้นวันที่ 1 ม.ค. 2558
ข่าวแจ้งด้วยว่า ที่ประชุมเห็นว่าระหว่างนี้ไปจนถึงช่วงดังกล่าว ให้ทุกประเทศเร่งรัดดำเนินการในประเด็นต่างๆ ที่จะทำให้แผนงานจัดตั้งประชาคมอาเซียนทั้ง 3 เสาหลักบรรลุวัตถุประสงค์ให้ได้ เรื่องสำคัญได้แก่ การปรับกฎระเบียบให้สอดคล้องกันและการอนุวัตความตกลงทางเศรษฐกิจเพื่อการรวมตัวเป็นเออีซี (AEC) การลดมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี
การลดช่องว่างด้านการพัฒนา การบริหารจัดการภัยพิบัติ การสร้างความรู้สึกร่วมกันของความเป็นอาเซียน และการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค
ไทยจะผลักดัน 5 เรื่องต่อที่ประชุม คือ 1.ริเริ่มและส่งเสริมความร่วมมือด้านข้าวและยางพาราเพื่อให้ราคามีเสถียรภาพและส่งออกได้มากขึ้น 2.ผลักดันให้มีความร่วมมือข้ามพรมแดนระหว่างหน่วยงานด้านยาเสพติด
3.เร่งรัดการพิจารณาอนุสัญญาเรื่องการต่อต้านการค้ามนุษย์ในอาเซียน 4.แสดงความพร้อมในการเป็นสถานที่เก็บสำรองข้าวในการบรรเทาภัยพิบัติ และ 5.สนับสนุนให้ประเทศอาเซียนอื่นเข้าร่วมในโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย
ที่ประชุมอาเซียนครั้งนี้ จะมีการประกาศข้อตกลงตั้งภูมิภาคหุ้นส่วนเศรษฐกิจใหม่ที่เรียกว่า Regional Comprehensive Economic Partnership (RCEP) เป็นการต่อยอดจากแนวคิดอาเซียนบวก 3 และอาเซียนบวก 6 คือจีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ทำให้ตลาด 16 ประเทศนี้ มีประชากรราว 3,368 ล้านคน หรือกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรโลก
ทั้งนี้ ในเวทีอาเซียนบวก 3 คือ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ได้ตกลงเพิ่มวงเงินกองทุนริเริ่มเชียงใหม่ จาก 1.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 2.4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า การรวม 6 ประเทศ ให้เข้ามา จะให้ไทยได้ประโยชน์ เพราะทำให้หาวัตถุดิบมาผลิตสินค้าเพื่อส่งออกทำได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการลงทุนจากตลาดเอฟทีเอที่ใหญ่มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เป็นห่วงเรื่องการแข่งขัน เพราะหลังจากลดภาษีหมดแล้ว ประเทศเหล่านี้จะเข้ามาลงทุนประเทศใดในอาเซียนก็ได้ ซึ่งไทยต้องเร่งทำให้สภาพแวดล้อมภายในประเทศเอื้อต่อการลงทุน ทั้งการปรับกฎเกณฑ์ต่างๆ และการพัฒนาคนให้รองรับกับการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ
น.ส.สุทธาภา อมรวิวัฒน์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ไทยควรใช้โอกาสจากการยืดระยะเวลาการเปิดเออีซีออกไป เพื่อเร่งจัดเตรียมความพร้อมของภาคเศรษฐกิจที่ยังไม่เข้มแข็งนัก เช่น กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ขณะเดียวกันต้องผลักดันธุรกิจคอนแทกต์ ฟาร์มมิง และธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ให้ออกไปหาตลาดในต่างประเทศ







