
ไทยลงนาม MRA วิชาชีพท่องเที่ยว เพื่อเสรีเคลื่อนย้ายแรงงานท่องเที่ยวใน AEC
ชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือ
โดย...วิธาน เจริญผล
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์
ชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการยอมรับคุณสมบัติวิชาชีพการท่องเที่ยวอาเซียน (MRA on Tourism Professionals) เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2012 ที่ผ่านมา โดยไทยเป็นประเทศสุดท้ายที่ลงนามหลังจากประเทศอื่นๆ ในอาเซียนลงนามไปเมื่อ ม.ค. 2009
การลงนามข้อตกลงของไทยล่าช้า เพราะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้เนื่องจากกระบวนการลงนามข้อตกลงต่างๆ ของประเทศไทยจะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา
ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมาจึงส่งผลให้ไทยเข้าร่วมลงนาม MRA ฉบับนี้ล่าช้า อย่างไรก็ตามข้อตกลงดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบจากทางรัฐสภาตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่11 ม.ค. 2011
เป็นโอกาสเคลื่อนย้ายแรงงานสำหรับ 32 ตำแหน่งงานใน 2 สาขาวิชาชีพ คือ สาขาที่พักและสาขาการเดินทาง โดยเฉพาะการย้ายไปแหล่งที่ผลตอบแทนสูงขึ้น เนื่องจาก MRA จะช่วยลดขั้นตอนการตรวจสอบและรับรองวุฒิการศึกษาหรือความรู้ทางวิชาชีพนั้นๆ และประโยชน์สำคัญที่ด้านหนึ่งก็คือ MRA จะช่วยให้การศึกษา/ฝึกอบรมบุคลากรวิชาชีพในประเทศสมาชิกอาเซียนสอดคล้องกัน รวมถึงมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับกันในกลุ่มประเทศสมาชิกได้
โดยรวมแล้วคาดว่าจะทำให้มาตรฐานสูงขึ้นนั่นเอง ทั้งนี้ ผู้ผ่านการรับรองคุณสมบัติและได้รับใบรับรองมาตรฐานวิชาชีพดังกล่าวมีสิทธิในการเดินทางไปทำงานในประเทศสมาชิกอาเซียนได้ แต่ยังต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องของประเทศที่เข้าไปทำงาน
การลงนามของไทยทำให้ MRA สาขาท่องเที่ยวนี้มีการลงนามครบทุกประเทศ และส่งผลให้แต่ละประเทศต้องดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องภายใน 180 วัน การเตรียมการรองรับด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางด้านการท่องเที่ยวอาเซียน (Foreign Tourism Professional) จำเป็นต้องมีการกำหนดคุณสมบัติในแต่ละตำแหน่งงานให้มีมาตรฐานเดียวกัน และต้องมีหน่วยงานในระดับชาติที่รับผิดชอบดำเนินงานตาม MRA เพื่อดูแล กำกับ ประเมิน รับรองและลงทะเบียน ตลอดจนมีหน่วยกำกับระดับภูมิภาค
ดังนั้น ในข้อตกลง MRA ของบุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยวแห่งอาเซียนจึงกำหนดโครงสร้างภายในของประเทศสมาชิกที่ทำหน้าที่รับผิดชอบในการรับรองสมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพท่องเที่ยวได้จัดตั้งและปฏิบัติงานได้ ทั้งนี้ตามข้อตกลงร่วมว่าด้วยการยอมรับคุณสมบัติบุคลากรวิชาชีพด้านการท่องเที่ยวอาเซียน (ASEAN MRA) กำหนดให้มีคณะกรรมการ 3 ชุด คือ
1.คณะกรรมการวิชาชีพการท่องเที่ยวแห่งชาติ (National Tourism Professional Board : NTPB)
2.คณะกรรมการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพการท่องเที่ยวแห่งชาติ (Tourism Professional Certification Board : TPCB)
3.คณะกรรมการติดตามตรวจสอบวิชาชีพการท่องเที่ยวอาเซียน (ASEAN Tourism Professional Monitoring Committee : ATPMC)
ทั้งนี้ ไทยได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการ 2 ชุดแรกเรียบร้อยแล้ว เป็นคณะกรรมการในระดับอาเซียนที่ทุกประเทศจะต้องร่วมจัดตั้ง
เรื่องนี้มีความเสี่ยงที่แรงงานในสาขาท่องเที่ยวจะเลือกไปทำงานในประเทศอาเซียนมากขึ้น โดยเฉพาะสิงคโปร์ที่ค่าตอบแทนสูงกว่า โดยเฉลี่ยแล้วรายได้ของผู้ประกอบวิชาชีพในสิงคโปร์จะสูงกว่าไทยราว 3-4 เท่า และยังเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับภาคการท่องเที่ยวมาก จะเห็นได้จากการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวขึ้นมาใหม่จำนวนมากซึ่งสะท้อนแนวโน้มความต้องการแรงงานในภาคการท่องเที่ยวอีกมาก
ประกอบกับคุณภาพแรงงานด้านการท่องเที่ยวของไทยที่มีจุดเด่นในเรื่อง Service mind จึงมีความเป็นไปได้สูงที่แรงงานไทยจะมีโอกาสไปทำงานที่สิงคโปร์มากขึ้น แม้จะยังมีปัญหาด้านภาษาอังกฤษค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับแรงงานฟิลิปปินส์ แต่ MRA จะมีส่วนช่วยพัฒนามาตรฐานให้ดีขึ้นในอนาคต
เป็นโอกาสธุรกิจพัฒนาฝีมือแรงงานในไทยโดยเฉพาะโรงเรียนสอนภาษาเนื่องจากจุดอ่อนของกำลังแรงงานในสาขาที่พักจากการสำรวจคือเรื่องของทักษะในการสื่อสาร และ MRA จะเป็นเสมือนปัจจัยสำคัญให้มีการแข่งขันสูงขึ้นในตลาดแรงงาน กล่าวคือแรงงานในประเทศเองจะต้องแข่งขันกับแรงงานในต่างประเทศที่จะสามารเข้ามาทำงานในประเทศไทย หรือแม้แต่ประเทศอื่นๆ ในอาเซียนได้ง่ายขึ้นอีกด้วย







