posttoday
กกร.ยังวุ่นหาช่องรับมือค่าจ้าง300บ.

กกร.ยังวุ่นหาช่องรับมือค่าจ้าง300บ.

19 พฤศจิกายน 2555

ถกมาตรการเพิ่มเสนอนายกฯ คาดจีดีพีปีหน้าร่วงแน่0.7%

ถกมาตรการเพิ่มเสนอนายกฯ คาดจีดีพีปีหน้าร่วงแน่0.7%

กกร.ถกอีกรอบวันนี้ หามาตรการเพิ่มรับมือผลกระทบค่าจ้าง 300 บาท หลังผลสำรวจหอการค้าทั่วประเทศให้คะแนนมาตรการบรรเทาค่าจ้างต่ำ

นายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 พ.ย. คณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) จะหารือถึงมาตรการช่วยเหลือภาคเอกชน หลังจากที่รัฐบาลปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ ที่จะมีผลวันที่ 1 ม.ค. 2556 เพิ่มเติม หลังจาก 27 มาตรการที่รัฐบาลทำออกมาเพื่อช่วยเหลือนั้นไม่ได้ประสิทธิภาพ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ไม่สามารถเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือได้

ทั้งนี้ หากรัฐบาลยังดันทุรังประกาศใช้ 27 มาตรการ และไม่มีการปรับมาตรการให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคเอกชนจริงๆ จะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจอย่างมาก ซึ่งหลังจากได้ข้อสรุปถึงมาตรการจะทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า จากการสำรวจผู้เข้าร่วมงานหอการค้าทั่วประเทศครั้งที่ 30 จำนวน 450 ราย เกี่ยวกับมุมมองสถานการณ์เศรษฐกิจและมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาททั่วประเทศ ส่วนใหญ่ตอบจะกระทบต่อธุรกิจในทุกด้านทั้งต้นทุนเพิ่ม กำไรลด การจ้างงานลดลง และจะต้องปรับขึ้นราคาสินค้า รวมถึงปลดคนงานเพื่อใช้เครื่องจักรแทนคน และบางส่วนขาดทุนจนถึงขั้นปิดกิจการ

อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามถึง 27 มาตรการที่รัฐบาลออกมาบรรเทาผลกระทบจากขึ้นค่าจ้าง 300 บาท จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน พบว่ามาตรการที่ออกมาบรรเทาผลกระทบได้คะแนนเฉลี่ยเกิน 5 คะแนนเล็กน้อย โดยคะแนนสูงสุดคือมาตรการลดภาษีเงินได้นิติบุคคล 5.9 คะแนน การลดภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับการเหมาช่วงการผลิต 5.7 คะแนน เป็นต้น

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า เบื้องต้นประเมินเงินจะหายจากระบบเศรษฐกิจไทยในปีหน้าประมาณ 35 หมื่นล้านบาท หรือเศรษฐกิจขยายตัวลดลง 0.7% หลังการขึ้นค่าจ้าง 300 บาททั่วประเทศ เพราะประชาชนบางส่วนชะลอการใช้จ่ายลง เนื่องจากวิตกผลกระทบจากการเลิกจ้างและระมัดระวังการใช้จ่าย

สำหรับข้อสรุปผลประชุมของการสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศครั้งที่ 30 โดยนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย เป็นตัวแทนรับสมุดปกขาว ซึ่งเป็นข้อสรุปการสัมมนา เพื่อให้รัฐบาลนำไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เช่น การนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ดำเนินการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน และเสนอรัฐใช้งบประมาณในโครงการประชานิยมเพียงชั่วคราว

 

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล