
ปลุกคนกรุงลุกทวงสิทธิชุมชน
เกมการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงส่อเค้ายืดเยื้อ ขณะเดียวกันส่งสัญญาณความรุนแรงก็เริ่มปะทุขึ้นตามจุดต่างๆ ทั่วกรุง โดยกลุ่มผู้ไม่หวังดีได้ระดมอาวุธหนักโจมตีสถานที่สำคัญไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งเอ็ม 79 อาร์พีจี และระเบิดลูกเกลี้ยง รวมถึงเหตุปะทะยิบย่อยระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับประชาชนคนเดินถนนทั่วไป ซึ่งนับวันยิ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนในชุมชนเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ
กลุ่มพลังเงียบที่นิ่งเงียบมานานจึงเริ่มเคลื่อนไหวและรวมตัวลุกขึ้นสู้เพื่อแสดงเจตนารมณ์ปกป้องสิทธิของตนเอง โดยล่าสุด
“เครือข่ายพลเมืองชุมชนคนกรุงเทพฯ” ได้แถลงจุดยืนต่อต้านการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบ พร้อมเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมอย่าละเมิดสิทธิชุมชนบรรยากาศที่ศาลาอเนกประสงค์วัดประชาระบือธรรม เขตดุสิต นายณัชพล เกิดเกษม ประธานสภาองค์กรชุมชนเขตลาดกระบัง ในฐานะแกนนำเครือข่ายพลเมืองฯ พร้อมตัวแทนชุมชนกว่า 20 คน อ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพสิทธิพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นธรรมและสันติ
แถลงการณ์ระบุว่า เครือข่ายมีความกังวลและห่วงใยต่อทุกฝ่าย เนื่องจากสถานการณ์การเมืองเริ่มส่อเค้าลางจะเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ดังนั้นจึงขอให้ทุกชุมชนเฝ้าระวังและจัดแผนป้องกันตนเอง
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายถอยหลังคนละก้าวและหันหน้าเข้าเจรจาเพื่อหาทางออกร่วมกัน ทั้งฝ่ายรัฐบาล กลุ่มผู้ชุมนุม และคนในชุมชน โดยเชื่อว่าเป็นหนทางเดียวที่จะยุติปัญหาข้อขัดแย้งทั้งหมดได้
“
ขอเน้นย้ำว่าทางเครือข่ายไม่ได้ปลุกระดมให้ชาวบ้านลุกขึ้นต่อต้านการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง เพราะถือเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ขอให้ชุมนุมโดยสงบภายใต้กรอบของกฎหมายและไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น” นายณัชพล กล่าวนายณัชพล กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ทางเครือข่ายพลเมืองฯ จะเข้ายื่นหนังสือต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาหาข้อยุติ ได้แก่ รัฐบาล ทหาร คณะกรรมการสิทธิฯ และแกนนำกลุ่มเสื้อแดง เพื่อให้ทุกฝ่ายเจรจาหาทางออกร่วมกัน
“
ขณะนี้จะประสานไปยังแกนนำคนเสื้อแดงเพื่อยื่นหนังสือแสดงจุดยืนของชุมชน โดยจะไปด้วยท่าทีที่เป็นมิตรและไม่มองว่าเป็นศัตรูกัน ซึ่งก็หวังว่าจะได้รับความร่วมมือด้วยดี” นายณัชพล กล่าวนายสุรศักดิ์ อินทรประสิทธิ์ สมาชิกสภาพัฒนาการเมืองกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การชุมนุมที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเสื้อแดงหรือเสื้อเหลืองได้ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและวิถีชีวิตคนเมือง โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนที่ประสบปัญหาในการเดินทางหรือต้องขาดงาน ทำให้กระทบต่อปัญหาปากท้อง จึงอยากเรียกร้องให้กลุ่มพลังเงียบต่างๆ ลุกขึ้นมาแสดงตัวเพื่อปกป้องสิทธิของตนเอง
“
ที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่าจะมีเหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่อันตราย 33 จุด ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นข่าวจริงหรือข่าวลวง แต่ระยะหลังก็เริ่มมีเหตุระเบิดเข้ามาใกล้เมืองมากขึ้น ฉะนั้นชุมชนที่ได้รับผลกระทบต้องลุกขึ้นมาเฝ้าระวัง อย่าตกเป็นเครื่องมือของคนบางกลุ่ม” นายสุรศักดิ์ กล่าวนายสุรศักดิ์ กล่าวว่า มาตรการระยะยาวทางเครือข่ายพลเมืองฯ จะมีการจัดเวทีระดมความคิดจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจะเชิญตัวแทนสื่อมวลชนเพื่อร่วมกันหาทางออกให้กับประเทศไท







