posttoday
ดัชนีผลิตก.พ.ขึ้นติดกัน4เดือน

ดัชนีผลิตก.พ.ขึ้นติดกัน4เดือน

26 มีนาคม 2553

เพิ่ม31%จากเศรษฐกิจโลก

การใช้กำลังผลิตอยู่ที่60%โพสต์ทูเดย์ — ดัชนีผลิตอุตสาหกรรมเดือน ก.พ. โต 31.1% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 หลังยอดผลิตขายเพิ่มตามเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์

นางสุทธินีย์ พู่ผกา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ในฐานะรองโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือน ก.พ. อยู่ที่ระดับ 183.31 เพิ่มขึ้น 31.1% จากระดับ 139.79 ดัชนีการส่งสินค้า อยู่ที่ระดับ 180.78 เพิ่มขึ้น 29.5% จากระดับ 139.57 ดัชนีแรงงานในภาคอุตสาหกรรม อยู่ที่ระดับ 117.09 เพิ่มขึ้น 9.0% จากระดับ 107.44 โดยอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 60.6%

ทั้งนี้ ดัชนีผลผลิตฯ ที่เพิ่มขึ้นเป็นการฟื้นตัวกลับมาเป็นบวก 4 เดือนติดต่อกัน นับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2552 ซึ่งเป็นไปตามทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์มียอดผลิต ยอดจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกเพิ่มขึ้น 97.4% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน รวมทั้งอุตสาหกรรมการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ เหล็กและเหล็กกล้า และอุตสาหกรรมการแปรรูปสัตว์น้ำก็มีอัตราการขยายตัวเช่นกัน

สำหรับการผลิตกลุ่มยานยนต์ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้นทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่น รายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้นจากราคาพืชผลทางการเกษตรทำให้มีกำลังซื้อ นอกจากนี้ยังมีผลมาจากการเปิดตัวของรถยนต์รุ่นใหม่และรถยนต์อีโคคาร์ ซึ่งผู้ผลิตมีการทำโปรโมชันเพื่อกระตุ้นยอดในการเปิดตัว จึงส่งผลต่อการผลิตที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว ขณะเดียวกันตลาดส่งออกขยายตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าปีนี้จะมียอดผลิตทั้งตลาดรถปิกอัพและตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กได้ถึง 1.4 ล้านคัน ซึ่งขยายตัวกว่า 40% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ การผลิตของอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ พบว่าการผลิตขยายตัว 49% และการจำหน่ายขยายตัว 44.7% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากเมื่อปีก่อนได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจโลก ทำให้ความต้องการในตลาดโลกลดลงอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อภาวะเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัวจึงมีคำสั่งซื้อกลับเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะตลาดจีนเป็นตลาดส่งออกที่มีการขยายตัวเป็นอย่างมาก ทำให้สินค้ากลุ่มนี้มีภาวะการผลิตและจำหน่ายสูงขึ้นอย่างมาก

ขณะที่แนวโน้มปี 2553 คาดว่ายอดการผลิตและจำหน่ายจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะไทยเป็นฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง ประเทศผู้นำเข้าทั่วโลกให้ความเชื่อมั่น

สำหรับการผลิตเหล็กและเหล็กกล้าเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การผลิตและจำหน่ายปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะโครงการไทยเข้มแข็งที่เน้นการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน จึงมีส่วนกระตุ้นให้เกิดความต้องการใช้เหล็กเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น ยานยนต์ ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดความต้องการใช้เหล็กเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล