posttoday
นโยบายยัดคอห่าน

นโยบายยัดคอห่าน

17 พฤศจิกายน 2555

ทุกฝ่ายกำลังจับจ้องต่อท่าทีของ"บารัก โอบามา"ประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งมีกำหนดการเยือนประเทศไทย

โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์

ทุกฝ่ายกำลังจับจ้องต่อท่าทีของ"บารัก โอบามา"ประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งมีกำหนดการเยือนประเทศไทย ในวันที่18พ.ย.ซึ่งเป็นประเทศแรก หลังจาก"โอบามา"ชนะการเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ สมัยที่2

คำถามว่า ไทยจะได้ประโยชน์อะไรกับการมาเยือนครั้งนี้"กษิต ภิรมย์"สส.พรรคประชาธิปัตย์อดีต รมว.ต่างประเทศ และอดีตทูตกรุงวอชิงตัน ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษโพสต์ทูเดย์เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าไทยเป็นพันธมิตรสมบูรณ์แบบกับสหรัฐตลอดจนกระทั่งวันนี้

"ผมขอปฏิเสธว่าเราต้องเป็นกลาง เราไม่เคยเป็นกลาง แต่เราเป็นพันธมิตร ซึ่งเราต้องสร้างความสมดุลที่มีต่อสหรัฐ แต่ไม่ใช่เป็นเครื่องมือให้กับสหรัฐเพื่อถ่มน้ำลายรดจีนหรือคบกับอินเดียเพื่อร่วมกับสหรัฐเพื่อปู้ยี่ปู้ยำจีนเพราะเรื่องแบบนี้มันหลอกกันไม่ได้"

นโยบายยัดคอห่าน

สำหรับการที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติสนับสนุนเรื่องความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก(TPP)และความร่วมมือด้านความมั่นคงเกี่ยวกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง(PSI)กับสหรัฐ เพื่อรีบนำเรื่องดังกล่าวไปประกาศที่ประเทศกัมพูชาระหว่างการประชุมอาเซียนซัมมิตที่มีสหรัฐร่วมอยู่ด้วยนั้นกษิตมองว่าเป็นความล้มเหลวของรัฐบาลที่รีบเร่งเกินไป

"อย่างอู่ตะเภากับนาซา ทำไมมาพูดวินาทีสุดท้าย เมื่อจะเข้าครม.หรือดังนั้นถามว่าคุณยิ่งลักษณ์ รัฐมนตรี และข้าราชการที่เกี่ยวข้อง ช่วง6เดือนที่ผ่านมา ทำอะไรกับสหรัฐ ทำไมเรื่องดังกล่าวโผล่ขึ้นมาเหมือนดอกเห็ด"

กษิต บอกว่า หากเป็นรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะบอกก่อน6เดือน เพราะเราเล่นตามกติกาและบอกประชาชนตลอดเวลา และก็บอกต่อสภาไม่ปิดบัง และไปทำอะไรก็ขอมติ ครม.จากนั้นให้โฆษกหรือกระทรวงต่างประเทศรายงาน แตกต่างจากปัจจุบันไม่มีเลย ถือเป็นความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน

"เปรียบเหมือนการเลี้ยงห่าน เมื่อถึงเวลาก็มายัดอาหารใส่คอ และคิดว่าวันนี้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็ยัดอาหารใส่คอคนไทย โดยไม่บอกถึงที่มาที่ไป การปรึกษาหารือ และที่จะต้องไปผ่านมาตรา190ส่วนตัวคิดว่าไม่ใช่ประเด็น รัฐบาลควรให้สภาทราบเป็นระยะ ไม่ต้องขอความเห็นชอบ เพราะสภาจะทำหน้าที่เป็นเสียงสะท้อนถึงประชาชนลงไปที่รากหญ้า และอะไรที่เกี่ยวกับสหรัฐและจีน มันเป็นความอ่อนไหวในตัวมันเอง และอยู่ในความสนใจของคนไทยและทั่วโลก"

สำหรับเหตุผลที่ประชาชนตั้งตัวไม่ทัน เพราะรัฐบาลทำงานไม่เข้าท่า มุบมิบปิดบัง จึงออกมาเป็นแบบนั้น แต่สิ่งที่ควรจะทำ คือ ทูตสหรัฐที่นี่กับผู้แทนจากรัฐบาลไทย หากออกมาแถลงเมื่อ3เดือนก่อน ว่ากำลังเตรียมการกระชับสัมพันธ์ไทยสหรัฐ และท่าทีเกี่ยวกับอาเซียน รวมถึงประเทศลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างเป็นอย่างไร เล่าให้ประชาชนฟังแล้วมาชี้แจงที่สภา เช่น กรรมาธิการ(กมธ.)การต่างประเทศ กมธ.กลาโหม หรือจะมาหารือกันในครม.เสร็จแล้วก็ให้โฆษกรัฐบาลเล่าให้ฟัง

"การที่คุณยิ่งลักษณ์ และสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ไปวอชิงตันมา เพื่อกราบขอให้ ทักษิณ(ชินวัตร)เข้าประเทศ ถือว่าเพียงพอและเป็นความสำเร็จของรัฐบาลหรือ อีกประเด็นหนึ่งข้าราชการประจำสามารถเอาข้อมูลมาให้ประชาชนรับทราบได้ แต่รู้สึกว่ามีความหวาดกลัวอำนาจการเมือง ตั้งแต่ระดับปลัดกระทรวง ทบวงกรม จนเป็นใบ้ ไม่ออกมาเล่าให้ประชาชนฟังเพราะไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องที่ต้องรอการตัดสินใจจากรัฐบาล หรือความลับขั้นสุดยอด จนกระทั่งประชาชนรับรู้ไม่ได้"

นโยบายยัดคอห่าน

 

กษิต อธิบายว่า เมื่อยุคสงครามเย็นเริ่มขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่2ไทยได้ตัดสินใจเป็นพันธมิตรกับสหรัฐ ด้วยเหตุผล คือ1.ไทยเป็นภาคีขององค์การสนธิสัญญาป้องกันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(สปอ.หรือซีโต)อีกทั้งที่ได้ส่งทหารไปร่วมรบในสงครามเกาหลี และต่อต้านคอมมิวนิสต์ในเวียดนาม2.ข้อตกลงความร่วมมือด้านการทหารความมั่นคง และข่าวกรอง และ3.ข้อตกลงว่าด้วยสนธิสัญญาว่าด้วยไมตรีระหว่างไทย-สหรัฐ ในเรื่องเศรษฐกิจการค้าและเรื่องอื่นๆอีกมากมาย

"ดังนั้น ไม่ว่าฝนจะตก ฟ้าจะร้องอย่างไร ทุกปีเราก็ยังมีการซ้อมรบที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือเอเชีย-แปซิฟิก คือ คอบราโกลด์ แล้วสหรัฐให้ความช่วยเหลือเรา ตั้งแต่การสร้างถนนมิตรภาพพัฒนาเศรษฐกิจด้วยการให้เงินให้เปล่า เงินกู้ผ่อนปรน ด้านวิชาการกระทั่งการต่อต้านคอมมิวนิสต์ โดยตั้งหมู่บ้านป้องกันตนเอง ตลอดพื้นที่แนวชายแดนไทย โดยเฉพาะภาคตะวันออกทั้งหมด เพื่อป้องกันภัยจากคอมมิวนิสต์ เราต้องไม่ลืมตรงนี้"

อดีต รมว.ต่างประเทศ เชื่อว่าสหรัฐไม่ได้ต้องการเข้ามาแผ่อิทธิพลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อส่งสัญญาณไปยังจีนเพราะสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่2สหรัฐไม่ได้ไปไหน ยังเป็นป้อมปราการสำคัญ คือ1.ต่อต้านการแพร่ขยายของลัทธิคอมมิวนิสต์และ2.ช่วยจรรโลงสันติภาพ ความมั่นคง และความมั่งคั่งในภูมิภาค

ทั้งนี้ หากสหรัฐไม่อยู่ในพื้นที่เอเชีย-แปซิฟิก อาจมีปัญหากันจนมั่วกันไปหมด เมื่อสหรัฐเข้ามานั่งตรงนี้ ทำให้ทุกฝ่ายเกรงอกเกรงใจถ้ามองในแง่ของจีนก็ต้องการให้สหรัฐคงอยู่ เพื่อสร้างเสถียรภาพแต่จีนก็ไม่ต้องการให้สหรัฐล้อมรั้วหรือปิดประตูตีแมว และแน่นอนเมื่อสหรัฐเป็นพันธมิตรกับเกาหลีใต้ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ฟิลิปปินส์ ไทย สิงคโปร์ ก็ต้องค้ำจุนความอยู่รอดของไต้หวัน มันก็ขึ้นอยู่ที่ว่าจะค้ำจุนอย่างไรให้ประเทศเหล่านี้อยู่ได้ โดยไม่ถูกคุกคามจากจีน ที่ได้แพร่ขยายแสนยานุภาพทางด้านอาวุธ

"การกลับมาเพิ่มกำลังของสหรัฐในมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก กับการเพิ่มแสนยานุภาพของจีนนั้น มันก็เป็นเรื่องของการให้ความมั่นใจซึ่งกันและกัน ระหว่างจีน-สหรัฐ เป็นเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายพูดจากัน ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องไปเดาและก็ต้องหลีกเลี่ยงที่จะรบกัน แต่เรื่องแสนยานุภาพก็จะยันกันไว้มันเป็นเรื่องของมุมมองแง่ความมั่นคงของเขา สิ่งที่เราพูดกันได้ คือ การเพิ่มแสนยานุภาพของทั้งสองฝ่ายให้พูดจาอยู่ตลอดเวลา เพราะรู้กันว่าเวลารบกันไม่มีใครชนะ"


 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ