
โลกมองไทย
เอเอฟพีเผยรายงานเมื่อวันที่ 15 พ.ย. ที่ผ่านมา แสดงความเห็นเกี่ยวกับการเดินทางเยือนประเทศไทยของประธานาธิบดีบารัก โอบามา
เอเอฟพีเผยรายงานเมื่อวันที่ 15 พ.ย. ที่ผ่านมา แสดงความเห็นเกี่ยวกับการเดินทางเยือนประเทศไทยของประธานาธิบดีบารัก โอบามา
แห่งสหรัฐ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงรายอื่นๆ โดยเฉพาะ ลีออน พาเนตตา รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ว่าสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของเมืองลุงแซมที่จะกระชับความสัมพันธ์ทางทหารกับไทย
สื่อชื่อดังระบุว่า รัฐบาลสหรัฐต้องการเปิดเจรจาเชิงยุทธศาสตร์กับกองทัพไทยเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานระดับล่างของทั้งสองฝ่าย
“สหรัฐยินดีที่ได้ร่วมมือกับไทยมาโดยตลอด และสิ่งที่เรากำลังจะทำก็คือ ส่งเสริมการหารือด้านยุทธศาสตร์กับไทยมากขึ้น” เจ้าหน้าที่อาวุโสกระทรวงกลาโหมสหรัฐรายหนึ่ง กล่าว
ทั้งนี้ สหรัฐและไทยมีความสัมพันธ์ทางทหารอันยาวนานย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงสมัยสงครามเกาหลี ทว่าทางสหรัฐได้ระงับความช่วยเหลือทางทหารลงชั่วคราวหลังเกิดการปฏิวัติในไทยเมื่อปี 2549 โดยกลับมารื้อฟื้นอีกครั้งเมื่อปี 2550 หลังไทยมีการเลือกตั้งทั่วไป
อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า ปัญหาการเมืองในไทยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ไทยให้ความสำคัญกับสหรัฐน้อยลง สร้างความกังวลให้กับเมืองลุงแซม ซึ่งกำลังเปลี่ยนกลยุทธ์มุ่งเน้นเอเชียแปซิฟิกมากขึ้นเพื่อถ่วงอิทธิพลของจีนในภูมิภาค
“ท่าเรือและฐานทัพอากาศไทยยังคงมีความสำคัญอย่างมากต่อสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะเครือข่ายขนส่งสำหรับกองกำลังสหรัฐในเอเชีย โดยในแต่ละปีนั้นสหรัฐมีการจัดการซ้อมรบ ‘คอบราโกลด์’ ในไทย ซึ่งเมื่อปีก่อนมีทหารจากกว่า 24 ชาติเข้าร่วม”
ทั้งนี้ การเยือนไทยของ เพเนตตา นับเป็นการพบปะครั้งแรกระหว่างรัฐมนตรีกลาโหมของไทยและสหรัฐในรอบ 4 ปี และมีขึ้นก่อนที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา จะเยือนไทย พม่า และกัมพูชา อย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้าอีกด้วย







