
ประวิตรย้ำทหารไม่ใช้ความรุนแรงแดงชุมนุม27มี.ค.
ประวิตรย้ำ 27 มี.ค.ทหารไม่มีการใช้ความรุนแรงแน่นอน เชื่อบ้านเมืองกลับเป็นเหมือนในอดีตได้หากรู้จักปรับความคิด
ประวิตรย้ำ 27 มี.ค.ทหารไม่มีการใช้ความรุนแรงแน่นอน เชื่อบ้านเมืองกลับเป็นเหมือนในอดีตได้หากรู้จักปรับความคิด
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมสภากลาโหมว่า ยังไม่ทราบว่าการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 27 มี.ค. จะออกมาในรูปแบบใด แต่ยืนยันว่าไม่มีความรุนแรงแน่นอน ส่วนการถอนกำลังทหารออกจากบริเวณรัฐสภานั้น หากไม่มีการประชุมสภาแล้วก็น่าจะลดกำลังทหารลง โดยเฉพาะสิ่งกีดขวางต่างๆ
"ผมไม่อยากให้มีอะไรรุนแรง จะไปบอกว่าเครียดก็ไม่ได้ และผมไม่อยากให้ทะเลาะกัน สถานการณ์บ้านเมืองกลับไปเหมือนในอดีตได้ คนไทยพูดภาษาไทย แล้วทำไมจะไม่เหมือนเดิมได้ ปรับความคิด เพราะทุกอย่างอยู่ที่ความคิด คนโกรธกันยังดีกันรักกันได้"พล.อ.ประวิตรกล่าว
พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ส่วนประเด็นยุบสภานั้นไม่เกี่ยวข้องกับตน และขึ้นอยู่กับรัฐบาล เพราะตนมีหน้าที่ดูแลงานด้านความมั่นคงเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย และประชาชนไม่เจ็บป่วยก็พอ
เมื่อถามว่าการที่นำกำลังทหารออกมาปฏิบัติงานจำนวนมากได้รับเสียงตอบรับอย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะเห็นได้จากกำลังทหารไม่ได้ถือปืนเลย เพราะทหารไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง และต้องการให้ประเทศชาติเกิดความปรองดองกัน
พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงกรณีคนร้ายยิงจรวดอาร์พีจีที่หลังกระทรวงกลาโหม และที่กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร. 1 รอ.)ด้วยว่า ไม่ทราบว่าคนร้ายที่ยิงหลบหนีไปไหน เพียงแต่รู้ว่าคนร้ายเคยเป็นตำรวจตระเวนชายแดนเก่าอยู่ในพื้นที่ จ.สระแก้ว
"ผมรบมาทั้งชีวิตตั้งแต่ปี 2512 ลาดตระเวนมาก็ยิงกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ซึ่งอาวุธสงครามอาร์พีจี เป็นของเก่าตั้งแต่ปี 2512 จนกระทั่งมาเหตุการณ์ที่เขมรตั้งแต่ปี 2527-2529 ซึ่งอาวุธสงครามอาร์พีจียังไม่เสื่อมภาพ เนื่องจากดินส่งยังไม่เสื่อมสามารถใช้งานได้ตลอด"พล.อ.ประวิตรกล่าว
กห.แจง“แบล็คฮอร์ค”โครงการเก่า โปร่งใสตรวจสอบได้
พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่กองทัพถูกโจมตีเรื่องอนุมัติงบประมาณในการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์แบบแบล็กฮอร์คจำนวน 3 ลำ จำนวน 2,000 กว่าล้านบาทว่า โครงการนี้ไม่ใช่โครงการใหม่ หรือโครงการเร่งด่วน แต่เป็นโครงการที่เกิดขึ้นเมื่อสมัยรัฐบาล 10 ปีที่แล้วโดยมีการขออนุมัติจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์แบบแบล็คฮอล์ค จำนวน 8 ลำ แต่เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศไทยประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจจึงอนุมัติจัดหาได้เพียง 5 ลำ ซึ่งปัจจุบัน
แบล็คฮอล์คมีความจำเป็นต้องใช้ในพื้นที่ชายแดนต่างๆ และพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงได้มีการเสนอให้มีการจัดหาอีก 3 ลำ เพื่อให้ครบตามจำนวน 8 ลำ โดยจะจัดหาในห้วงระยะเวลาปี 2553-2555 โดยจะจัดหาในระบบพิเศษแบบ เอฟเอ็มเอส คือ การช่วยเหลือด้านการทหาร โดยประเทศผู้ผลิตจะไม่ค้ากำไร ซึ่งการดำเนินการจัดหาเป็นไปอย่างโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้







