
กมธ.สภาฯจี้สรยุทธแสดงสปิริตยุติบทบาทสื่อ
กมธ.สภาฯ จี้ สรยุทธ แสดงสปิริตยุติบทบาทในหน้าที่สื่อ ย้ำควรทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม เตรียมส่งรายงานให้ช่อง 3 จัดการ
กมธ.สภาฯ จี้ สรยุทธ แสดงสปิริตยุติบทบาทในหน้าที่สื่อ ย้ำควรทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม เตรียมส่งรายงานให้ช่อง 3 จัดการ
นายศุภชัย ศรีหล้า สส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)การพัฒนาการเมือง การสื่อมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมกมธ.มติ เห็นชอบกับผลสรุปของอนุกมธ.การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน เรื่องการพิจารณาการศึกษาการทุจริตเงินค่าโฆษณาระหว่างบริษัทไร่ส้ม จำกัด กับบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เป็นเหตุให้รับความเสียหาย โดยที่ประชุมจะมีการจัดทำรูปเล่มภายใน2สัปดาห์ ก่อนที่จะเสนอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะช่องในส่วนของสถานีโทรทัศน์ช่อง3 ที่จะให้ดำเนินการตามมาตรฐานจริยธรรมต่อไป รวมไปถึงจะส่งรายงานให้ดังกล่าวให้พรรคการเมืองทุกพรรคเพื่อพิจารณาดำเนินการเช่นกัน
ทั้งนี้ สำหรับรายงานของอนุกมธ.ได้สรุปว่าการที่นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ไม่มาให้ถ้อยคำ หรือมาชี้แจงต่ออนุ กมธ.แสดงให้เห็นว่านายสรยุทธ ไม่ให้ความสำคัญกับกระบวนการพิจารณาสอบสวน อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา เพื่อประโยชน์ของสังคมโดยรวม ซึ่งที่ประชุมอนุกมธ.ได้เปิดโอกาสให้นายสรยุทธ เข้าชี้แจงเปิดเผยข้อเท็จจริงสำคัญที่ยังไม่ได้ปรากฏข้อเท็จจรอิงของสาธารณะ เพื่อแก้ข้อกล่าวหาของตัวเอง ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยไม่เป็นที่เสียหายต่อรูปคดี เนื่องจากข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับการกระทำของบริษัทไร่ส้ม และนายสรยุทธได้ถูกเปิดเผยในชั้นไต่สวนของอนุกรรมการ ของ ป.ป.ช.แล้ว มิได้เป็นความลับ อันจะพึงต้องปกปิด
ดังนั้นเพื่อให้เกิดความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ดั่งเช่นได้เปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง เพื่อให้สังคมได้รับรู้ และร่วมตัดสินใจด้วยวิจารณญาณ ในการรับฟังอย่างมีเหตุ มีผล เสมือนดังที่นายสรยุทธ ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของข้าราชการและนักการเมือง และเสนอข่าวงสถานการณ์ด้านการทุจริต เพื่อประโยชน์ของสังคมสม่ำเสมอ
นอกจากนี้ ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นข้าราชการ เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐหรือนักการเมือง ที่ถูกชี้มูลความผิดทางอาญา จากคณะกรรมการ ป.ป.ช.ต้องโทษทางวินัยราชการ หรือออกจากตำแหน่งทางการเมืองที่ดำรงอยู่ในตำแหน่งขณะถูกชี้มูลทางความผิดไปก่อน จนกว่าผลคดีอาญาจะถึงที่สุด ซึ่งในกรณีของนายสรยุทธไม่ได้เป็นข้าราชการ พนักงานของรัฐหรือนักการเมือง จึงไม่ต้องรับผิดทางวินัยและไม่มีมาตรการใดที่จะบังคับนายสรยุทธ ที่จะหยุดปฏิบัติหน้าที่ของตนเองได้
อย่างไรก็ตามในฐานะสื่อที่ประชาชนจำต้องพบเห็นการทำหน้าที่อยู่ทุกวัน จึงควรมีมาตรฐานทางคุณธรรม จริยธรรม มากกว่าบุคคลอื่น นายสรยุทธจึงควรที่จะต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนร่วม ด้วยการยุติบทบาทในหน้าที่ สื่อมวลชนของตัวเอง ก่อนที่จะมีการดำเนินมาตรการทางอาญา เพื่อเป็นบรรทัดฐานและเป็นตัวอย่างสื่อมวลชนที่ดีในสายตาประชาชนต่อไป







